หัวใจขาดเลือด สาเหตุที่แท้จริงคืออะไร?
หัวใจขาดเลือด คือ ภาวะที่มีเลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่เพียงพอ ซึ่งพอหัวใจขาดเลือดมากๆ เป็นระยะเวลาหนึ่ง ก็จะส่งผลให้ ‘กล้ามเนื้อหัวใจตาย’ และเมื่อกล้ามเนื้อหัวใจตาย การบีบตัวของหัวใจก็จะค่อยๆ ลดลง เป็นเหตุให้การทำงานของหัวใจล้มเหลว หรือที่เรียกว่า หัวใจวาย มี น้ำท่วมปอด จนกระทั่งหัวใจหยุดเต้นในที่สุด โดยสาเหตุสำคัญที่ทำให้หัวใจขาดเลือดก็คือ การที่เลือดไม่สามารถไหลผ่านไปยังหัวใจได้เพียงพอ เพราะเกิดภาวะ ‘หลอดเลือดหัวใจตีบ-ตัน’ นั่นเอง
ใครบ้างที่เสี่ยงหัวใจขาดเลือด?
- ผู้ที่ทำงานหนัก พักผ่อนน้อย
- ผู้ที่มีความเครียดสะสมเรื้อรัง
- ผู้ชายที่อายุ 45 ปีขึ้นไป
- ผู้หญิงที่อายุ 55 ปีขึ้นไป หรือหลังวัยหมดประจำเดือน
- ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน ไขมันสูง ความดันโลหิตสูง
- ผู้ที่เป็นโรคอ้วน
- ผู้ที่ไม่ค่อยออกกำลังกาย
- ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจขาดเลือด
หัวใจขาดเลือดกับน้ำท่วมปอด เกี่ยวข้องกันอย่างไร?
หัวใจเปรียบเหมือนปั๊มน้ำที่ปั๊มเลือดจากร่างกาย โดยนำเลือดเสียหรือเลือดดำส่งไปที่ปอด ขณะที่ปอดก็ทำหน้าที่เหมือนโรงงานซักฟอก คอยฟอกเลือดด้วยการเติมออกซิเจนเข้าไปให้กลายเป็นเลือดดีหรือว่าเลือดแดง แล้วส่งกลับไปที่หัวใจ จากนั้นหัวใจก็จะบีบตัวเพื่อลำเลียงเลือดดีไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย
ฉะนั้น เมื่อไหร่ก็ตามที่หัวใจมีปัญหา คือกล้ามเนื้อหัวใจบีบตัวได้ไม่ดี เลือดดีจากปอดก็จะไม่สามารถไหลกลับไปยังหัวใจได้เต็มที่ จึงมีเลือดบางส่วนคั่งอยู่ที่ปอด ที่เรามักเรียกกันว่า ‘น้ำท่วมปอด’ นั่นเอง และเมื่อน้ำท่วมปอดจะทำให้มีอาการเหนื่อยหอบ หายใจไม่ออก เมื่อไม่สามารถหายใจได้อย่างเต็มที่ ออกซิเจนในเลือดก็จะลดลง ซึ่งหัวใจของคนเราไม่สามารถคงอยู่อย่างปกติได้ในสภาวะที่มีออกซิเจนต่ำ สุดท้ายเมื่อหัวใจทำงานไม่ได้ ระบบต่างๆ ในร่างกายก็จะล้มเหลว ทำให้เสียชีวิตได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว
อาการแบบไหน อาจเป็นสัญญาณเตือนหัวใจขาดเลือด ที่ต้องรีบพบแพทย์
- เจ็บแน่นหน้าอก
- เหนื่อย ใจสั่น
- หน้ามืด เป็นลม
- รู้สึกอึดอัด หายใจไม่เต็มอิ่ม หายใจไม่สะดวก
หากเริ่มมีอาการที่เป็นสัญญาณเตือนเหล่านี้ อย่ารีรอ! ให้รีบติดต่อเรียกรถพยาบาล โทร.1772 เพราะการปฐมพยาบาลของผู้เชี่ยวชาญระหว่างเดินทางมายังโรงพยาบาลจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะต่างๆ ที่อาจมีอันตรายถึงชีวิตได้
ทำงานหนัก หักโหมออกกำลังกาย ทำเสี่ยงโรคหัวใจ
นักกีฬาหรือผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ หัวใจจะได้รับการฝึกให้ทำงานหนักอย่างสม่ำเสมอ แต่รู้หรือไม่ว่า การหักโหมออกกำลังกายอย่างหนักนั้นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของกล้ามเนื้อหัวใจจนผนังหัวใจหนาตัวขึ้นได้ เปรียบเสมือนการเล่นเวทที่กล้ามเนื้อส่วนที่ทำงานหนักจะค่อยๆ กลายเป็นกล้ามเนื้อที่แข็งแรงขึ้น มีมวลเพิ่มขึ้น ผนังหัวใจก็มีลักษณะคล้ายๆ กัน และเมื่อกล้ามเนื้อหัวใจหนาขึ้นก็มีโอกาสที่ระบบไฟฟ้าในกล้ามเนื้อหัวใจจะทำงานผิดปกติได้ อาจเกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรง หรืออีกกรณีหนึ่งคือ หลอดเลือดหัวใจอาจเกิดการปริแตกจากการออกกำลังกายอย่างหนัก ทำให้เกิดลิ่มเลือดไปอุดตันหลอดเลือดหัวใจ ส่งผลให้หัวใจขาดเลือดได้ในที่สุด
ความเครียดสะสม ทำร้ายหลอดเลือดหัวใจ
ในส่วนของคนทำงาน การทำงานหามรุ่งหามค่ำ ทำให้เกิดภาวะเครียดสะสม แม้ว่าในความเป็นจริงแล้วความเครียดก็มีข้อดี คือกระตุ้นให้เกิดการตื่นตัว แต่เมื่อใดก็ตามที่ความเครียดนั้นกลายเป็นความเครียดสะสม ก็จะเริ่มส่งผลเสีย ความเครียดจะทำให้ร่างกายหลังฮอร์โมนเพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างน้ำตาลและนำไขมันออกมาเผาผลาญเป็นพลังงานมากขึ้น เมื่อระบบต่างๆ ของร่างกายถูกกระตุ้นให้ทำงานอย่างต่อเนื่อง ก็เหมือนรถยนต์ที่ขับระยะทางไกลๆ นานๆ เครื่องก็มีโอกาสพังสูง ร่างกายก็เช่นกัน เมื่อถูกกระตุ้นให้ทำงานอย่างไม่หยุดพัก สุดท้ายก็เกิดสารพัดโรคตามมา และไม่ใช่แค่โรคหลอดเลือดหัวใจ แต่ยังรวมไปถึงโรคหลอดเลือดสมอง และโรคอื่นๆ ได้ด้วย
นพ. สุชัย กาญจนธารายนตร์
อายุรแพทย์โรคหัวใจ
ศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลพญาไท 3
