ข้อเสื่อม...โรคที่ผู้สูงวัยหนีไม่พ้น

Image

แชร์


อาจฟังดูน่ากลัว… แต่โรคข้อเสื่อมเป็นโรคที่ผู้สูงวัยทุกคนมีความเสี่ยง และบางคนเมื่อป่วยเป็นโรคนี้แล้วแต่ก็ยังไม่มีอาการใดแสดงออกมา ก็อาจทำให้โรคร้ายแรงขึ้น ดังนั้นเพื่อทำความรู้จักและหาแนวทางป้องกันโรคนี้ จึงมาคุยกับ คุณหมอมังกร ตียะภูดิศ จากศูนย์ศัลยกรรมกระดูกและข้อ โรงพยาบาลพญาไท ศรีราชา

 

ยิ่งสูงวัย… ยิ่งเสี่ยงข้อเสื่อม

คุณหมอมังกร อธิบายว่าโรคข้อเสื่อมเป็นโรคในกลุ่มข้ออักเสบชนิดหนึ่ง เป็นภาวะที่มีการสึกกร่อนของกระดูกอ่อนที่อยู่ส่วนปลายจุดเชื่อมกระดูก 2 ท่อน ซึ่งโรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งหญิงและชาย โดยมี 5 กลุ่มเสี่ยง ดังนี้

  1. ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ที่ทำงานหนักหรือใช้ข้อมาก
  2. ผู้ที่อายุ 70 ปีขึ้นไป ซึ่งพบมากถึงร้อยละ 80-90
  3. ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก ยิ่งน้ำหนักมากก็มีความเสี่ยงจะเกิดข้อเสื่อมมาก โดยเฉพาะข้อที่รับน้ำหนักตัว เช่น ข้อเข่า ข้อสะโพก
  4. ผู้ที่มีพฤติกรรมใช้ข้อไม่ถูกต้อง เช่น การนั่งขัดสมาธิ นั่งยอง หรือนั่งคุกเข่าเป็นเวลานาน เป็นประจำ
  5. ผู้ที่ป่วยเป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ การติดเชื้อในข้อหรือการบาดเจ็บของข้อ จนมีการทำลายกระดูกอ่อนที่ผิวข้อ ทำให้ข้อเสื่อม

 

เจ็บๆ ตึงๆ ตอนขยับร่างกาย… ควรพบแพทย์ด่วน

ผู้ที่ป่วยเป็นโรคข้อเสื่อมจะมีอาการที่สังเกตได้ดังต่อไปนี้

  1. เกิดเสียงดังเวลาเคลื่อนไหวขยับข้อ ในบางรายจะมีกระดูกงอกขึ้นมาซึ่งเป็นกลไกของร่างกายในการพยายามสร้างความแข็งแกร่งของข้อ
  2. รู้สึกเจ็บปวดเวลาเคลื่อนไหว เนื่องจากข้อกระดูกแท้เกิดการเสียดสีกัน บางรายที่มีอาการเจ็บปวดขึ้นเรื่อยๆ จะพยายามไม่เคลื่อนไหวบริเวณที่เจ็บ ที่อาจทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงตามมา
  3. มีอาการข้อตึง ข้อขัดหลังจากตื่นนอน
  4. ขาผิดรูป เช่น เข่าโก่งหรือกางออก งดเหงียดได้ไม่สุด

 

การตรวจวินิจฉัยข้อเข่าเพื่อดูความรุนแรงของโรค

คุณหมอมังกร บอกว่าการวินิจฉัยประกอบด้วย

  1. การตรวจร่างกายหรือตรวจกระดูก โดยแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ
  2. การถ่ายภาพเอกซเรย์หรือ MRI กระดูก
  3. การตรวจวัดความหนาแน่นของมวลกระดูก (Bone Mass Densitometry or BMD)

 

6 แนวทางรักษา… ให้ผู้สูงวัยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

คุณหมอมังกร ได้อธิบายแนวทางการรักษาโรคข้อเสื่อมไว้ดังนี้

  1. การกายภาพบำบัด เพื่อช่วยคลายการเกร็งของกล้ามเนื้อและลดความเจ็บปวด ซึ่งแพทย์จะพิจารณาเลือกวิธีที่เหมาะสมในการเลือกวิธีการบำบัด
  2. การใช้ยา เพื่อลดการอักเสบและความเจ็บปวดของข้อ ให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติอีกครั้ง
  3. การฉีดสารหล่อลื่นหรือน้ำไขข้อเทียม (Artificial Joint Fluid) เพื่อเพิ่มการหล่อลื่นให้ผิวข้อและลดการปวด
  4. การผ่าตัดส่องกล้องล้างข้อ (Arthroscopic Debridement) เพื่อการวินิจฉัยและล้างทำความสะอาดข้อ ตกแต่งผิวข้อให้เรียบหรือเย็บซ่อมแซมเส้นเอ็น หรือหมอนรองกระดูกที่ฉีกขาด
  5. การผ่าตัดจัดแนวกระดูกให้ตรงชิ้น (Corrective Osteotomy) เพื่อแก้ไขความผิดรูปของกระดูกข้อเข่า เพื่อให้รับน้ำหนักและกระจายแรงได้ดีขึ้น
  6. การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียม สำหรับผู้ป่วยที่ไม่สามารถรักษาแบบประคับประคองด้วยยาหรือกายภาพบำบัดได้แล้ว วิธีนี้จะแก้ไขความผิดปกติที่เกิดจากโรคข้อเสื่อม และช่วยให้ผู้ป่วยเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น แบบที่ไม่ต้องทนเจ็บอีกต่อไป ซึ่งวัสดุที่ใช้ทำข้อเข่าเทียมจะประกอบด้วยโลหะผสมและพลาสติกชนิดพิเศษ (Cobalt Alloy & Polyethylene) ซึ่งสามารถทำหน้าที่แทนผิวข้อกระดูกอ่อนได้ใกล้เคียงธรรมชาติ ทั้งยังไม่เป็นอันตรายต่อเนื้อเยื่ออีกด้วย

หากญาติผู้ใหญ่หรือคนใกล้ตัวของคุณมีปัญหา เช่น ปวดหัวเข่า และคิดว่าน่าจะเป็นข้อเข่าเสื่อม สามารถปรึกษาแพทย์เฉพาะทางการฟื้นฟูข้อเสื่อมได้ที่ศูนย์โรคกระดูกและข้อ โรงพยาบาลพญาไท ศรีราชา

 

นพ. มังกร ตียะภูดิศ
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมกระดูกและข้อ
ศูนย์กล้ามเนื้อกระดูกและข้อ โรงพยาบาลพญาไท ศรีราชา

 

Loading...

แชร์


Loading...