ทุกวันนี้ลูกของคุณกำลังยกให้อุปกรณ์ไอทีคืออวัยวะชิ้นที่ 33 ของเขาอยู่หรือเปล่า? ถ้าปล่อยให้เขาเป็นเด็กติดดิจิตอลต่อไป ไม่ใช่แค่ความผูกพันระหว่างพ่อแม่ลูกที่จืดจาง แต่ยังเสี่ยงต่อ “โรคเคาช์โปเตโต้” (Couch Potato) อาการเฉื่อยชาของเด็ก…ที่ยิ่งรักษาช้า ยิ่งเสี่ยงโรคร้ายแรง!
เคาช์โปเตโต้…หรือโรคขี้เกียจ
การปล่อยให้ลูกจดจ่ออยู่แต่กับการดูโทรทัศน์ ท่องโลกอินเตอร์เน็ตผ่านคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน ทำให้เด็กเสพติดการนั่งๆ นอนๆ จนไม่ขยับเขยื้อนร่างกาย ไม่ลุกเดินไปทำกิจกรรมอย่างอื่น จนกลายเป็น “ภาวะเคาช์โปเตโต้” หรือ “โรคขี้เกียจ” ที่ส่งผลให้เด็กเฉื่อยชา..และเสี่ยงโรคอ้วน!
“ภาวะเคาช์โปเตโต้” ส่งผลให้เด็กเสี่ยงเป็นโรคร้าย
เมื่อร่างกายตกอยู่ในภาวะเคาช์โปเตโต้เป็นเวลานาน ร่างกายที่ไม่เคยได้รับการยืดหยุ่นกล้ามเนื้อ ทำให้เด็กเสี่ยงต่อการเป็น “โรคอ้วน” ซึ่งตอนนี้ได้กลายเป็นปัญหาอันดับต้นๆ ของเด็กก่อนวัยเรียนและกลุ่มวัยรุ่นไปแล้ว โรคอ้วนยังเป็นปัจจัยที่ทำให้ร่างกายเสี่ยงต่อโรคร้ายมากมาย อย่างโรคความดันโลหิตสูง หลอดเลือด หัวใจ เบาหวาน บอกได้เลยว่า…ถ้าปล่อยให้ลูกคุณเสพติดโลกดิจิตอล “อายุ” ก็จะไม่ได้เป็นแค่เพียงตัวเลขสำหรับเขาอีกต่อไป!
รู้แบบนี้…ต้องรีบตัดไฟแต่ต้นลม!
คุณพ่อคุณแม่คนไหนไม่อยากให้ลูกต้องเสี่ยงกับโรคร้ายทั้งหมดข้างต้น ควรรีบป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆ อาจลองส่งเสริมให้ลูกลุกออกไปทำกิจกรรมอื่นๆ ที่ได้ออกกำลังกาย เสริมสร้างสุขภาพที่แข็งแรง อย่างการปั่นจักรยาน หรือว่ายน้ำ เพียงวันละ 30 นาที 3 วันต่อสัปดาห์ และที่สำคัญคือต้องควบคุมเวลาการใช้อุปกรณ์ไอทีให้พอเหมาะ ลดเวลาที่ลูกจะได้เล่นเกมส์หรืออุปกรณ์ไอทีต่างๆ ไม่ควรเกินวันละ 30 นาที และควรลดลงเรื่อยๆ จนลูกเริ่มเคยชินกับการไม่ต้องเล่นอุปกรณ์ไอทีต่างๆ ในที่สุด
