ไม่อยากเป็นอัลไซเมอร์ทำไงดี มีกี่วิธีป้องกันได้

Image

แชร์


ไม่อยากเป็นอัลไซเมอร์ทำไงดี มีกี่วิธีป้องกันได้

 

“แย่แล้ว! เดี๋ยวนี้ชอบลืมอะไรบ่อยๆ ทำไงดี จะเป็นอัลไซเมอร์หรือเปล่านี่”
หากคุณหรือผู้สูงวัยในบ้านกังวลกับอาการขี้หลงขี้ลืมที่เกิดขึ้น ต้องมาดูก่อนว่าอาการเหล่านั้นจะเข้าข่ายโรคอัลไซเมอร์หรือเปล่า แล้วจะป้องกันได้อย่างไร หากเริ่มเป็นหรือมีโอกาสที่จะเป็น มาดูกันดีกว่าว่ามีปัจจัยเสี่ยงหรือต้องหลีกเลี่ยงพฤติกรรมใดบ้าง ถ้าไม่อยากเป็นอัลไซเมอร์

 

สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

  • พันธุกรรม – หากพ่อแม่เราเป็นโรคอัลไซเมอร์ เราก็มีโอกาสเสี่ยงขึ้นถึง 50% จากยีนส์ที่ชื่อว่า APOE gene ซึ่งถ่ายทอดผ่านทางพันธุกรรม อันนี้เราก็ต้องรับไปเต็มๆ
  • อายุ – ใครบ้างที่ห้ามอายุห้ามความแก่ได้ เมื่อเราแก่ลง อายุสัก 65 ปีขึ้นไป ก็จะมีโอกาสเป็นโรคอัลไซเมอร์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
  • เพศ – ผู้หญิงมีโอกาสเป็นอัลไซเมอร์มากกว่าผู้ชาย 3:2 คนเชียวนะ จะขอเปลี่ยนเพศก็ไม่ทันแล้ว

 

โชคดีที่ยังมีสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้

มีการพิสูจน์แล้วว่าปัจจัยต่างๆ ต่อไปนี้ มีส่วนเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคอัลไซเมอร์ งั้นเราต้องปรับปรุงตัวให้มีพฤติกรรมที่ดี โอกาสการเป็นโรคอัลไซเมอร์จะได้ลดลง

1. เรียนรู้ตั้งแต่เด็ก
ต้องรีบตะลุยหาความรู้ฝึกสมองตั้งแต่เข้าอนุบาลจนถึงช่วยปลายวัยรุ่น สมองจะได้พัฒนาเต็มที่ในวัยเรียน และยิ่งหมั่นศึกษาหาความรู้อย่างต่อเนื่อง ได้ฝึกสมองอยู่ตลอดไปจนแก่ โอกาสเสี่ยงก็จะยิ่งน้อยลงด้วยนะ

2. อย่าอ้วนอย่าผอมเกินไป
ผู้ที่มีน้ำหนักตัวปกติ คือมีดัชนีมวลกาย (BMI) อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ไม่อ้วนลงพุงหรือผอมเกินไป จะมีโอกาสเป็นโรคนี้น้อยกว่า ใครที่รู้ตัวว่าอ้วนหรือผอมเกินไป ต้องจัดสรรการกินใหม่และหมั่นออกกำลังกายให้แข็งแรงอยู่เสมอด้วยนะ

3. ดูแลหูให้ดี
ใครก็หูตึง หูเสื่อม ได้ยินไม่ชัด จะทำให้การรับรู้เสียงต่างๆ น้อยลง สมองที่ทำหน้าที่แปลงเสียงเป็นความหมายก็จะค่อยๆ ถูกปิดกั้น ส่งผลกระทบถึงสมองส่วนอื่น เป็นการเพิ่มปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคอัลไซเมอร์ รู้แบบนี้แล้วใครที่มีปัญหาอยู่ต้องรีบไปตรวจหู และหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่เสียงดัง ถนอมหูไว้ให้ดีๆ

4. ไม่สูง ไม่ต่ำ ความดันต้องปกติ
ใครที่มีความดันโลหิตสูง ต้องกินยาควบคุมให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ นอกจากนี้ก็ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมปาร์ตี้ เลิกดื่มเหล้า กินเบียร์ สูบบุหรี่ และจำกัดการกินของเค็ม อย่าเติมน้ำปลา เกลือ และงดอาหารรสจัดด้วย

5. ไม่กินน้ำตาล เบาหวานต้องไม่เป็น
ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานต้องควบคุมระดับน้ำตาลให้ดี ไปหาหมอและตรวจระดับน้ำตาลเป็นประจำ ทานยาตามหมอสั่ง ไม่กินอะไรหวานๆ ที่จะทำให้น้ำตาลในเลือดสูง

6. ไม่ซึมเศร้า อย่าเหงาคนเดียว
หากมีญาติหรือพบว่าตัวเองมีความเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้า ควรปรึกษาแพทย์และปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิต พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายบ่อยๆ คิดบวก ไม่ตำหนิตัวเองหรือคิดว่าตัวเองไม่มีคุณค่า ไม่ดื่มเหล้า หรือแก้ปัญหาด้วยการใช้ยา หากเป็นแล้วป่วยแล้วก็ควรไปหาหมอ

7. เต้นแอโรบิก ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำได้หมด
การออกกำลังกายแบบแอโรบิกให้หัวใจเต้นแรง เลือดสูบฉีด มีอัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้นระหว่าง 60-85% ของอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุดจะดีมาก และควรออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาที/สัปดาห์ หรือจะฟิตกล้ามด้วยก็ได้นะ เพราะการมีกล้ามก็ทำให้ออกกำลังกายได้ดีขึ้นด้วย

8. เข้าสังคมบ้างนะ
การเข้าสังคม พบปะเพื่อนฝูง เป็นการกระตุ้นการทำงานของสมอง ทำให้สมองทำงานได้ดีขึ้น อาจเลือกกิจกรรมที่ชอบ เช่น ทำงานอาสาสมัคร เข้าร่วมกลุ่มหรือชมรมต่างๆ หาโอกาสสร้างความบันเทิงให้ตัวเองได้หัวเราะ ท่องเที่ยว หรือเล่นกับเด็กๆ ก็จะช่วยให้สมองได้ใช้งานอยู่เสมอ

 

เมื่อสามารถปรับการใช้ชีวิตและดูแลสุขภาพให้ดีแล้ว ก็จะเป็นการลดความเสี่ยงของการเป็นโรคอัลไซเมอร์ แถมโรคอื่นๆ ก็ไม่เกิดขึ้นง่ายๆ ด้วย คราวนี้ก็จะแข็งแรง อยู่จนแก่เฒ่า ดูแลตัวเองและคนที่เรารักได้อย่างมีความสุขไปอีกยาวนาน

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
Phyathai Call Center 1772 

แชร์


หากสนใจต้องการปรึกษาแพทย์

กรุณากรอกข้อมูลเพื่อให้เราติดต่อกลับ