ตรวจมะเร็งปากมดลูก ThinPrep และ HPV DNA Test ต่างกันอย่างไร? ตรวจแบบไหนดีกว่ากัน

Image

Share


การตรวจคัดกรอง ‘มะเร็งปากมดลูก’ เป็นหนึ่งในการตรวจสุขภาพที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้หญิง เนื่องจากมะเร็งปากมดลูกสามารถป้องกันได้ หากพบและรักษาในระยะเริ่มต้น

 

ในปัจจุบันมีการตรวจคัดกรองหลัก ๆ 2 วิธีที่แพทย์แนะนำคือ การตรวจ ThinPrep (Pap Test) และการตรวจ HPV DNA Test ซึ่งแต่ละวิธีมีความแตกต่างกัน ทั้งในหลักการ ข้อดี-ข้อเสีย และความเหมาะสมในการใช้งาน

 

วิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก มีหลายวิธี ดังนี้

 

1. การตรวจแปปสเมียร์ (Pap Smear)

เป็นวิธีการตรวจแบบดั้งเดิมที่ใช้กันมานาน โดยการเก็บเซลล์จากปากมดลูกมาตรวจใต้กล้องจุลทรรศน์ เพื่อตรวจหาความเปลี่ยนแปลงของเซลล์

 

2. การตรวจ ThinPrep Pap Test

เป็นรูปแบบที่ทันสมัยกว่า Pap Smear ดั้งเดิม ใช้เทคโนโลยี Liquid-Based Cytology ซึ่งให้ผลที่แม่นยำมากกว่าการตรวจแบบดั้งเดิม

 

3. การตรวจ HPV DNA Test

ตรวจหาดีเอ็นเอของเชื้อไวรัสเอชพีวี ที่เรียกว่า HPV DNA testing วิธีนี้มีความแม่นยำสูงมากใกล้เคียง 100 % ตรวจหาไวรัส HPV กลุ่มเสี่ยงสูงที่เป็นสาเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูก ซึ่งเป็นวิธีใหม่ที่ทันสมัยและแม่นยำมาก

 

4. การตรวจด้วยกล้องโคลโปสโคป (Colposcopy)

เมื่อผลการตรวจคัดกรองผิดปกติ แพทย์จะใช้กล้องส่องตรวจปากมดลูกโดยเฉพาะ ที่เรียกว่า COLPOSCOPY เพื่อช่วยตรวจดูรายละเอียดของปากมดลูกมากขึ้น

 

5. การตรวจชิ้นเนื้อ (Biopsy)

เก็บชิ้นเนื้อจากบริเวณที่ผิดปกติไปตรวจ เพื่อยืนยันการวินิจฉัยที่แน่นอน

 

 

คำแนะนำในการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกตามช่วงอายุ

  • อายุ 21–29 ปี

– แนะนำให้ตรวจ Cytology test (Pap smear หรือ ThinPrep Pap test) ปีละครั้ง


– หากผลตรวจ 3 ครั้งแรกเป็นปกติ สามารถเว้นช่วงการตรวจเป็นทุก 2 ปี ได้

 

  • อายุ 30 ปีขึ้นไป

– สามารถเลือกตรวจ ThinPrep และ HPV DNA Test ได้ แต่ถ้าอยากได้ผลตรวจที่แม่นยำมากขึ้น ควรตรวจทั้งสองอย่างร่วมกัน 

 

– หากผลตรวจปกติ แพทย์อาจแนะนำให้ ขยายช่วงการตรวจเป็นทุก 3–5 ปี

 

เจาะลึก! การตรวจ ThinPrep (Pap Test) คืออะไร?

ThinPrep หรือ Pap Test คือการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกที่ใช้กันมานานกว่า 70 ปี โดยวิธีนี้จะเก็บเซลล์จากปากมดลูกและช่องคลอด แล้วนำไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์เพื่อค้นหาความผิดปกติของเซลล์

 

วิธีการตรวจ

แพทย์จะใช้แปรงพิเศษเก็บตัวอย่างเซลล์จากปากมดลูก แล้วนำไปผ่านกระบวนการเตรียมสไลด์แบบ Liquid-based cytology ที่ช่วยให้เซลล์กระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ ลดปัญหาจากเลือด เมือก หรือเซลล์อักเสบที่อาจรบกวนผลการตรวจ


จากนั้น นักเทคนิคหรือนักพยาธิวิทยาจะตรวจสอบลักษณะของเซลล์ เพื่อดูว่ามีการอักเสบ ติดเชื้อ หรือการเปลี่ยนแปลงที่อาจกลายเป็นมะเร็งหรือไม่?

 

ข้อดีของการตรวจ ThinPrep

  • ตรวจพบความผิดปกติของเซลล์ตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม
  • ให้ผลแม่นยำกว่าการตรวจ Pap smear แบบเดิม เพราะเซลล์กระจายตัวสม่ำเสมอ
  • สามารถตรวจพบการติดเชื้อบางชนิด เช่น เชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา หรือปรสิตได้

 

ข้อจำกัด

  • ตรวจพบเพียงความผิดปกติของเซลล์ ไม่สามารถบอกสาเหตุได้โดยตรง
  • อาจเกิด ผลบวกปลอม (False Positive) หรือผลลบปลอม (False Negative) ได้
  • ดังนั้น การตรวจ ThinPrep จึงต้องอาศัยความชำนาญของผู้ตรวจในการแปลผล และอาจพลาดการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยได้ หากเซลล์ที่เก็บมามีจำนวนไม่เพียงพอหรือคุณภาพไม่ดี

 

เจาะลึก! การตรวจ HPV DNA Test คืออะไร?

HPV DNA Test คือการตรวจหาสารพันธุกรรม (DNA) ของเชื้อไวรัส HPV (Human Papillomavirus) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูก

 

วิธีการตรวจ

เก็บตัวอย่างเซลล์จากปากมดลูกเช่นเดียวกับการตรวจ ThinPrep แล้วนำไปตรวจหา DNA ของเชื้อ HPV โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อมะเร็ง โดยใช้เทคโนโลยีที่ชื่อว่า PCR (Polymerase Chain Reaction) ซึ่งสามารถขยายและตรวจหา DNA ของเชื้อไวรัสได้อย่างแม่นยำ แม้มีเพียงเล็กน้อย

 

ข้อดีของการตรวจ HPV DNA Test

  • ตรวจพบ สาเหตุโดยตรง ของมะเร็งปากมดลูก
  • มีความไวสูง สามารถระบุผู้ที่มีความเสี่ยงได้แม่นยำ
  • ช่วยวางแผนการติดตามหรือรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ข้อจำกัด

  • เนื่องจาก การติดเชื้อไวรัส HPV เป็นเรื่องปกติและพบได้บ่อยในผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะในวัยหนุ่มสาว ร่างกายส่วนใหญ่สามารถกำจัดเชื้อไวรัสได้เองโดยไม่ก่อให้เกิดปัญหา ดังนั้น ผลตรวจพบเชื้อ HPV จึงไม่ได้แปลว่าจะเป็นมะเร็งเสมอไป อาจทำให้เกิดความวิตกเกินความจำเป็น
  • อาจนำไปสู่การตรวจเพิ่มเติม หรือการรักษาที่ไม่จำเป็นในบางราย

 

เปรียบเทียบความแตกต่าง ThinPrep และ HPV DNA Test

เมื่อเปรียบเทียบทั้ง 2 วิธีการตรวจ จะพบว่าแต่ละวิธีมีจุดเด่นและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน

ประเด็น ThinPrep HPV DNA Test
วิธีการ เก็บเซลล์จากปากมดลูกเพื่อตรวจหาความผิดปกติของเซลล์ ตรวจหา DNA ของไวรัส HPV ในเซลล์ปากมดลูก
จุดประสงค์หลัก ตรวจหาความผิดปกติของเซลล์ที่อาจเป็นมะเร็ง ตรวจหาเชื้อ HPV สายพันธุ์เสี่ยงสูงที่ก่อมะเร็ง
ระยะเวลาที่ตรวจพบ ตรวจพบความผิดปกติเมื่อเซลล์เริ่มเปลี่ยนแปลง ตรวจพบเชื้อ ได้ตั้งแต่ก่อนเซลล์เปลี่ยนแปลง
ความแม่นยำ แม่นยำกว่า Pap smear แบบดั้งเดิม ลดโอกาสผลลบลวง แม่นยำสูง สามารถระบุสายพันธุ์ HPV ได้
ข้อจำกัด ไม่สามารถระบุเชื้อ HPV ได้โดยตรง พบเชื้อ HPV ไม่ได้หมายความว่าจะพัฒนาเป็นมะเร็งเสมอไป
เหมาะกับกลุ่มใด ผู้หญิงทุกวัยที่มีเพศสัมพันธ์แล้ว ตั้งแต่อายุ 21 ปีขึ้นไป เหมาะสำหรับผู้หญิงอายุ 30 ปีขึ้นไปหรือกลุ่มเสี่ยงสูง
ความถี่ในการตรวจ ทุก 1-3 ปี (ตามคำแนะนำแพทย์) ทุก 3-5 ปี (ถ้าตรวจร่วมกับ ThinPrep ผลปกติ)
ค่าใช้จ่าย ต่ำกว่าหรือเทียบเท่า HPV DNA Test ขึ้นกับแต่ละสถานพยาบาล สูงกว่า ThinPrep
โอกาสผลลบ/บวกปลอม ผลลบปลอม (False Negative) เกิดจากเก็บตัวอย่างไม่ดี/ตีความผิด

ผลบวกลวง (False Positive) พบได้

ผลลบปลอมจำนวนน้อยมาก

ผลบวกลวงพบเพราะร่างกายขจัด HPV เองแต่ผลยังบวก

 

สำหรับผู้หญิงอายุ 21-29 ปี :

แนะนำให้ทำการตรวจ ThinPrep ทุก 3 ปี ไม่แนะนำให้ตรวจ HPV DNA Test ในกลุ่มนี้ เนื่องจากการติดเชื้อไวรัส HPV พบได้บ่อยและมักหายไปเองโดยไม่ก่อให้เกิดปัญหา

 

สำหรับผู้หญิงอายุ 30-65 ปี :

มีตัวเลือกในการตรวจ 3 แบบ คือ การตรวจ ThinPrep ทุก 3 ปี การตรวจ HPV DNA Test ทุก 5 ปี หรือการตรวจทั้งสองร่วมกัน (Co-testing) ทุก 5 ปี

 

ตรวจทั้งคู่ คือดีที่สุด!

จากการศึกษาและข้อมูลทางการแพทย์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกที่ดีที่สุดคือการตรวจทั้งสองวิธีร่วมกัน หรือที่เรียกว่า “Co-testing” โดยเฉพาะสำหรับผู้หญิงที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป

 

เนื่องจาก การตรวจทั้งสองวิธีร่วมกัน (Co-testing) ช่วยให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุมและแม่นยำมากที่สุด ช่วยเพิ่มโอกาสในการตรวจพบมะเร็งปากมดลูกและความผิดปกติของเซลล์ในระยะเริ่มต้น และช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการติดตามและรักษาได้อย่างเหมาะสม

 

การตรวจ ThinPrep จะช่วยตรวจพบการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ที่เกิดขึ้นแล้ว ในขณะที่การตรวจ HPV DNA Test จะช่วยประเมินความเสี่ยงในอนาคต

 

เมื่อผลการตรวจทั้งสองเป็นปกติ ความมั่นใจที่จะไม่เกิดมะเร็งปากมดลูกในอนาคต 5 ปีข้างหน้าจะสูงมากถึง 99% ทำให้สามารถขยายช่วงเวลาในการตรวจครั้งต่อไปได้เป็น 5 ปี

 

Share


Interested in consulting a doctor

Please fill out the form for us to contact you back