มะเร็งปากมดลูก (Cervical Cancer) โรคร้ายอันตรายที่ผู้หญิงส่วนใหญ่รู้จักกัน..แต่อาจจะยังไม่ดีพอ เพราะมีผู้หญิงอีกจำนวนไม่น้อยยังคงเข้าใจผิดคิดว่าการมีคู่นอนคนเดียว ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับบุคคลที่สามที่สี่ หรือการไม่มีประวัติว่าคนในครอบครัวป่วยด้วยโรคมะเร็งปากมดลูก จะรอดพ้นจากการเป็นมะเร็งปากมดลูกในที่สุดได้
มะเร็งปากมดลูก ‘ไม่ใช่โรคกรรมพันธุ์’
มะเร็งปากมดลูกเกิดขึ้นจากความผิดปกติของเซลล์บริเวณปากมดลูก จากการติดเชื้อไวรัสเอชพีวี (HPV: Human Papilloma Virus) ชนิดก่อมะเร็ง ซึ่งติดต่อได้ง่ายผ่านการมีเพศสัมพันธ์เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งหากไม่ได้รับการตรวจพบและรักษาทันเวลา อาจมีการพัฒนาไปเป็นระยะก่อนมะเร็ง จนกลายไปเป็นเซลล์มะเร็งและลุกลามไปยังอวัยวะอื่นๆ ได้ โดยตั้งแต่เริ่มติดเชื้อจนพัฒนาไปเป็นมะเร็งอาจใช้เวลาประมาณ 10-15 ปี และไม่แสดงอาการใดๆ เลย จนเข้าสู่มะเร็งระยะลุกลามจึงเริ่มมีอาการแสดงออกมา ซึ่งทำให้ยากแก่การรักษาและมีโอกาสเสียชีวิตมากขึ้นด้วย
มะเร็งปากมดลูก ‘ มีคู่นอนคนเดียวก็เป็นได้’
ความเข้าใจผิดที่คิดว่าตัวเองไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง คิดว่าตนเองมีคู่นอนเดียว สามีไม่เจ้าชู้ ก็ไม่น่ามีปัญหาหรือเป็นโรคมะเร็งปากมดลูก แต่จากสถิติพบว่า 50-80% ของผู้หญิงที่เคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว จะมีโอกาสติดเชื้อนี้ได้ในช่วงชีวิตหนึ่ง ฉะนั้นการมีเพศสัมพันธ์แม้เพียงครั้งเดียว หรือผู้หญิงที่มีคู่นอนเพียงคนเดียวก็มีโอกาสติดเชื้อ HPV ได้ และยังพบว่าการใช้ถุงยางอนามัยไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ 100% ทั้งยังสามารถติดต่อกันผ่านการสัมผัสทางผิวหนังได้!
มะเร็งปากมดลูก ‘ทำผู้หญิงตายวันละ 14 คน’
แม้ในปัจจุบัน มะเร็งปากมดลูกจะเป็นมะเร็งชนิดเดียวที่สามารถป้องกันได้ด้วยการตรวจคัดกรองเป็นประจำ ร่วมกับการฉีดวัคซีน แต่มะเร็งปากมดลูกกลับเป็นมะเร็งร้ายที่พบได้บ่อยในหญิงไทย โดยในแต่ละปีจะมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นถึงเกือบ 10,000 ราย และมีอัตราการเสียชีวิตถึงครึ่งหนึ่ง หรือเฉลี่ยเป็นจำนวนมากถึงวันละ 14 ราย ซึ่งนับเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นจากสถิติเดิมที่เสียชีวิต 7 รายต่อวัน หรือคิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้นถึง 100% แม้จะมีหน่วยงานและองค์กรทางการแพทย์ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมรณรงค์ให้หญิงไทย ตระหนักถึงภัยร้ายของมะเร็งปากมดลูก เล็งเห็นถึงความสำคัญในการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกกันมากขึ้น แต่กลับเห็นตัวเลขผู้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปากมดลูกมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะผู้หญิงส่วนใหญ่ ยังรู้สึกอายและกลัวที่จะพบแพทย์ จนทำให้ละเลยการตรวจคัดกรองและฉีดวัคซีนเพื่อป้องกัน ไม่รวมถึงผู้หญิงอีกจำนวนไม่น้อยที่ชะล่าใจเพราะเห็นว่าร่างกายปลอดภัยดี รู้ตัวอีกทีก็มาหาแพทย์ในระยะที่ลุกลามแล้ว
จะเห็นว่ามะเร็งปากมดลูกไม่ใช่โรคไกลตัว แต่เป็นภัยร้ายใกล้ตัวและเกิดได้กับผู้หญิงทุกคน วิธีป้องกันที่ดีที่สุดที่ผู้หญิงทุกคนสามารถทำได้เลยตั้งแต่วันนี้ คือเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และเพื่อให้ได้ผลดีที่สุดควรฉีดวัคซีนป้องกันร่วมด้วย
รศ.นพ.ชัยยศ ธีรผกาวงศ์ นายกสมาคมมะเร็งนรีเวชไทย
นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์
