นอกจากบุหรี่...ยังมีสาเหตุอื่นที่ก่อให้เกิดมะเร็งปอดได้อีก

Image

แชร์


นอกจากบุหรี่...ยังมีสาเหตุอื่นที่ก่อให้เกิดมะเร็งปอดได้อีก
หลายคนมั่นใจว่าการไม่สูบบุหรี่ ย่อมทำให้เราไม่มีทางเป็นมะเร็งปอดแน่นอน…แต่รู้ไหมว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดมะเร็งปอดอาจไม่ใช่แค่การสูบบุหรี่เท่านั้น….โรคมะเร็งปอดมักจะพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง และเป็นที่เชื่อกันในวงการแพทย์ปัจจุบันว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งในปอดนั้นมีอีกหลายสาเหตุด้วยกัน

3 สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดมะเร็งปอด

  1. การสูบบุหรี่จัดเป็นเวลานานๆ จะมีโอกาสเป็นมะเร็งในปอดสูง 80% ของผู้ที่เป็นมะเร็งในปอดจะมีประวัติการสูบบุหรี่ทั้งสิ้น และ 75% ของผู้เป็นมะเร็งในปอดจะเป็นผู้สูบบุหรี่จัด ซึ่งเกณฑ์ที่ถือว่า “สูบบุหรี่จัด” ได้แก่ การสูบบุหรี่อย่างน้อยวันละ 20 มวน ติดต่อกันนาน 20 ปีขึ้นไป หรืออย่างน้อยวันละ 10 มวน สูบติดต่อกันนาน 30 ปีขึ้นไป
  2. ความสกปรกของอากาศในเมืองใหญ่ อากาศที่เป็นพิษ ซึ่งเกิดจากควันดำของท่อไอเสียรถยนต์ ควันพิษจากโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับอุตสาหกรรมเหมืองแร่ เช่น แอสเบสตอส นิเกลและสารกัมมันตรังสี เป็นต้น จะมีโอกาสเป็นโรคนี้สูง
  3. แผลเป็นในปอด อันเป็นผลมาจากการเป็นโรคเรื้อรังมานาน เช่น วัณโรคปอดซึ่งอาจเป็นจุดก่อให้เกิดมะเร็งได้

อาการของโรคมะเร็งปอด

ระยะเริ่มแรกของโรค จะไม่มีอาการใดๆ ที่บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าเป็นโรคมะเร็งในปอด แต่ควรสังเกตจากอาการเหล่านี้
  • ไอเรื้อรัง จะมีลักษณะไอ้แห้งๆ อยู่นานกว่าปกติ บางครั้งมีเสมหะ หรือมีเลือดออกเป็นเพียงสายๆ ติดปนกับเสมหะออกมา
  • น้ำหนักลด เบื่ออาหาร ซีด อ่อนเพลีย
  • ปอดอักเสบ มีไข้ เจ็บหน้าอก การพบอาการดังกล่าวอาจไม่ทำให้ผู้ป่วยตัดสินใจมาพบแพทย์เพื่อรับการรักษาในทันที ต่อเมื่อโรคลุกลามไปมากแล้ว โอกาสที่จะรักษาให้หายก็จะลดน้อยลง ฉะนั้นเมื่อมีอาการดังกล่าว ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที เพื่อจะทำการรักษาได้ทันการ

การวินิจฉัยโรคมะเร็งปอด

สามารถทำได้หลายวีธีดังนี้
  • ถ่ายภาพเอ็กซเรย์
  • ตรวจเสมหะ ที่ไอออกมา เพื่อหาเซลส์มะเร็ง
  • ส่องกล้องตรวจดูภายในหลอดลม
  • ใช้เข็มแทงผ่านผนังทรวงอก หรือขลิบชิ้นเนื้อจากหลอดลม เพื่อวินิจฉัยทางพยาธิวิทยา

การรักษามะเร็งปอด

แพทย์จะเป็นผู้ตัดสินใจว่าผู้ป่วยควรจะได้รับการรักษาแบบใด จึงจะเหมาะสมที่สุด โดยพิจารณาถึงอายุ ภาวะความแข็งแรงของร่างกาย ระยะของโรค ชนิดของชิ้นเนื้อ และการยอมรับของผู้ป่วยซึ่งสามารถรักษาได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้
  • การผ่าตัด (Surgery) จะทำเฉพาะในรายที่คาดว่ายังมีหวังตัดมะเร็งออกได้หมด และปอดที่เหลืออยู่ยังเพียงพอ
  • รังสีรักษา หรือการฉายแสง (Radiation therapy) ใช้ในผู้ป่วยมะเร็งปอดที่ผ่าตัดไม่ได้ และในรายที่ผ่าตัดแล้ว แต่ตัดมะเร็งออกไม่หมดหรือคาดว่ามะเร็งจะงอกขึ้นมาอีก
  • เคมีบำบัด (Chemotherapy) มีบทบาทสำคัญในการรักษามะเร็งปอด ในปัจจุบันนิยมใช้ยาหลายตัวสลับกันเป็นระยะ (cyclical treatment) เพราะได้ผลดีกว่าการใช้ยาตัวเดียว ผลการรักษามักจะดีในผู้ป่วยที่สภาพร่างกายสมบูรณ์และมีมะเร็งในร่างกายน้อย ยาที่ใช้ขึ้นอยู่กับชนิดของมะเร็ง
  • การรักษาแบบประคับประคอง

การป้องกันโรคมะเร็งปอด

สาเหตุที่ส่งเสริมให้เกิดโรคมะเร็งในปอดนั้นมีหลายอย่าง สาเหตุบางอย่างอาจป้องกันได้ยาก แต่สาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่สำคัญที่สุดคือ การสูบบุหรี่ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราป้องกันได้ การไม่สูบบุหรี่หรือเลิกสูบบุหรี่ จะช่วยลดอัตราการเป็นมะเร็งในปอดได้อย่างมาก และยังช่วยให้สุขภาพสมบูรณ์ ปราศจากโรคที่มีสาเหตุจากบุหรี่ นอกจากนั้นยังเป็นผลดีต่อบุคคลใกล้เคียงอีกด้วย

โรงพยาบาลพญาไท 1 ได้ตระหนักถึงคุณภาพในการรักษาคนไข้มะเร็งทุกชนิด รวมทั้งคนไข้มะเร็งปอดด้วยเช่นกัน ในกรณีที่สงสัยว่าคนไข้เป็นมะเร็งปอด คนไข้จะถูกส่งไปตรวจวินิจฉัยกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบทางเดินหายใจด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ หลังจากที่ได้ทำการวินิจฉัยเป็นที่เรียบร้อยแล้วพบว่าคนไข้เป็นมะเร็งปอด แพทย์เจ้าของไข้จะนำผลการการวินิจฉัยเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ MDT Cancer ซึ่งเป็นทีมบุคลากรทางการแพทย์สาขาต่างๆ ซึ่งประกอบไปด้วย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบทางเดินหายใจ ด้านรังสีวินิจฉัย ด้านรังสีรักษา ด้านพยาธิวิทยา และอายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษามะเร็งด้วยยา ร่วมกันวางแผนการรักษาสำหรับคนไข้แบบเฉพาะบุคคล ซึ่งส่งผลลัพธ์ที่ดีต่อการรักษาคนไข้ และทำให้คนไข้ได้รับผลข้างเคียงจากการรักษาน้อยที่สุด

แชร์


Loading...

นอกจากบุหรี่...ยังมีสาเหตุอื่นที่ก่อให้เกิดมะเร็งปอดได้อีก