วัคซีนผู้ใหญ่และผู้สูงวัย ฉีดไว้ป้องกันโรค

Image

แชร์


วัคซีนผู้ใหญ่และผู้สูงวัย ฉีดไว้ป้องกันโรค

ปัจจุบัน วัคซีนมีบทบาทสำคัญในการป้องกันและลดโอกาสการเกิดโรค แต่เรามักคุ้นชินว่า วัคซีนนั้นเหมาะสำหรับเด็กๆ เท่านั้น ซึ่งไม่จริงเลย เพราะผู้ใหญ่เองก็ควรจะได้รับวัคซีนในการป้องกันโรคต่างๆ ที่มักเกิดมากในวัยผู้ใหญ่หรือในวัยสูงอายุ การได้รับวัคซีนนอกจากจะช่วยป้องกันและลดโอกาสการเกิดโรคแล้ว ยังลดความเสี่ยงที่จะต้องเจ็บปวดทุกข์ทรมานและเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมากในการรักษาอีกด้วย

ชนิดของวัคซีน

วัคซีน แบ่งประะเภทได้จากการผลิตหรือจากเชื้อที่นำมาผลิต โดยทั่วไปแบ่งเป็น 3 ประเภทคือ

  • สารพิษ : สารพิษท็อกซอยด์ที่ผลิตจากเชื้อแบคทีเรีย เช่น บาดทะยัก เป็นการเอาสารพิษนั้นมาผลิตวัคซีน โดยไม่ได้นำเชื้อโรคมาผลิตโดยตรง
  • เชื้อตาย : เป็นการทำเชื้อโรคให้ตายเสียก่อน แล้วนำชิ้นส่วนมาผลิตเป็นวัคซีน เช่น เชื้อไวรัสเอ ไวรัสบี ไข้หวัดใหญ่
  • เชื้อเป็น : เป็นการทำให้เชื้อโรคอ่อนแรงลง เพื่อให้ขจัดได้ง่ายเมื่อทำการฉีดเข้าไปในร่างกาย แต่การฉีดวัคซีนจากเชื้อเป็นมีข้อต้องพึงระวัง เพราะในคนบางกลุ่ม เช่น คนที่ได้รับยากดภูมิต้านทาน ได้ยาเคมีบำบัด หรือยาสเตียรอยด์ มักมีภูมิร่างกายต่ำ อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ ทุกครั้งก่อนฉีดวัคซีน แพทย์จึงต้องทำการซักประวัติผู้จะรับการฉีดก่อน 

วัคซีนที่ผู้ใหญ่และผู้สูงวัยควรฉีดมีดังต่อไปนี้

วัยและช่วงอายุ ชนิดวัคซีนที่ควรได้รับ ช่วงเวลาที่เหมาะสมและการฉีดกระตุ้น
วัยผู้ใหญ่ตอนต้น
(อายุ 19-26)
  • วัคซีนบาดทะยักและคอตีบ
  • วัคซีนไข้หวัดใหญ่
  • วัคซีนเอชพีวี (มะเร็งปากมดลูก)
  • วัคซีนตับอักเสบบี
  • ฉีดกระตุ้นทุก 10 ปี
  • ฉีดกระตุ้นทุก 1 ปี
  • ควรฉีดตั้งแต่เป็นวัยรุ่น*
  • ควรตรวจภูมิคุ้มกันก่อนฉีดวัคซีน
วัยผู้ใหญ่
(อายุ 27-65 ปี)
  • วัคซีนบาดทะยักและคอตีบ
  • วัคซีนไข้หวัดใหญ่
  • วัคซีนตับอักเสบบี
  • ฉีดกระตุ้นทุก 10 ปี
  • ฉีดกระตุ้นทุก 1 ปี
  • ควรตรวจภูมิคุ้มกันก่อนฉีดวัคซีน
วัยผู้สูงอายุ
(อายุ 50 ปีขึ้นไป)
  • วัคซีนไข้หวัดใหญ่
  • วัคซีนโรคปอดบวม ไอพีดี
  • วัคซีนงูสวัด
  • วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
  • ฉีดกระตุ้นทุก 1 ปี
  • ฉีดได้ตั้งแต่อายุ 50 ปีขึ้นไป
  • ฉีดได้ตั้งแต่อายุ 50 ปีขึ้นไป
  • ผู้ที่จะเดินทางไปในพื้นที่ห่างไกล หรือประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ
นักท่องเที่ยว/นักเดินทาง
  • วัคซีนป้องกันโรค ไวรัสตับอักเสบเอ
  • วัคซีนป้องกันโรคไข้กาฬหลังแอ่น
  • เด็กที่ต้องเดินทางไปในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงในการติดเชื้อ เช่น
    ประเทศในแถบเอเชียใต้ แอฟริกา และอเมริกาใต้**
  • ผู้ที่จะเดินทางไปในทวีปแอฟริกา/ นักเรียน, นักศึกษาไทยที่จะไป
    ศึกษาต่อในประเทศแถบยุโรปและอเมริกา/ ผู้แสวงบุญที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย

*การฉีดวัคซีนไม่สามารถทดแทนการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก

**ฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 6-12 เดือน

 

นพ. วรเสริฐ อิศราธรรม
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรศาสตร์โรคต่อมไร้ท่อและเมตะบอลิสม
ศูนย์เบาหวานและต่อมไร้ท่อ โรงพยาบาลพญาไท 1

Loading...

แชร์


Loading...