ปัจจุบัน วัคซีนมีบทบาทสำคัญในการป้องกันและลดโอกาสการเกิดโรค แต่เรามักคุ้นชินว่า วัคซีนนั้นเหมาะสำหรับเด็กๆ เท่านั้น ซึ่งไม่จริงเลย เพราะผู้ใหญ่เองก็ควรจะได้รับวัคซีนในการป้องกันโรคต่างๆ ที่มักเกิดมากในวัยผู้ใหญ่หรือในวัยสูงอายุ การได้รับวัคซีนนอกจากจะช่วยป้องกันและลดโอกาสการเกิดโรคแล้ว ยังลดความเสี่ยงที่จะต้องเจ็บปวดทุกข์ทรมานและเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมากในการรักษาอีกด้วย
ชนิดของวัคซีน
วัคซีน แบ่งประะเภทได้จากการผลิตหรือจากเชื้อที่นำมาผลิต โดยทั่วไปแบ่งเป็น 3 ประเภทคือ
- สารพิษ : สารพิษท็อกซอยด์ที่ผลิตจากเชื้อแบคทีเรีย เช่น บาดทะยัก เป็นการเอาสารพิษนั้นมาผลิตวัคซีน โดยไม่ได้นำเชื้อโรคมาผลิตโดยตรง
- เชื้อตาย : เป็นการทำเชื้อโรคให้ตายเสียก่อน แล้วนำชิ้นส่วนมาผลิตเป็นวัคซีน เช่น เชื้อไวรัสเอ ไวรัสบี ไข้หวัดใหญ่
- เชื้อเป็น : เป็นการทำให้เชื้อโรคอ่อนแรงลง เพื่อให้ขจัดได้ง่ายเมื่อทำการฉีดเข้าไปในร่างกาย แต่การฉีดวัคซีนจากเชื้อเป็นมีข้อต้องพึงระวัง เพราะในคนบางกลุ่ม เช่น คนที่ได้รับยากดภูมิต้านทาน ได้ยาเคมีบำบัด หรือยาสเตียรอยด์ มักมีภูมิร่างกายต่ำ อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ ทุกครั้งก่อนฉีดวัคซีน แพทย์จึงต้องทำการซักประวัติผู้จะรับการฉีดก่อน
วัคซีนที่ผู้ใหญ่และผู้สูงวัยควรฉีดมีดังต่อไปนี้
| วัยและช่วงอายุ | ชนิดวัคซีนที่ควรได้รับ | ช่วงเวลาที่เหมาะสมและการฉีดกระตุ้น |
|---|---|---|
(อายุ 19-26) |
|
|
(อายุ 27-65 ปี) |
|
|
(อายุ 50 ปีขึ้นไป) |
|
|
|
|
*การฉีดวัคซีนไม่สามารถทดแทนการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
**ฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 6-12 เดือน
นพ. วรเสริฐ อิศราธรรม
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรศาสตร์โรคต่อมไร้ท่อและเมตะบอลิสม
ศูนย์เบาหวานและต่อมไร้ท่อ โรงพยาบาลพญาไท 1
