ตรวจสุขภาพทั่วไปตามไลฟ์สไตล์ แบบไหนที่เหมาะกับเรา

Image

แชร์


ตรวจสุขภาพทั่วไปตามไลฟ์สไตล์ แบบไหนที่เหมาะกับเรา

คนเรามีไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นงานอดิเรกที่ชอบทำ อาหารที่ชอบกิน ประเภทของการออกกำลังกาย การพักผ่อน และสำหรับคนที่ยังอยู่ในวัยทำงาน ก็ยังต้องออกไปเจอกับสภาพแวดล้อมนอกบ้าน รวมถึงความเครียดจากงานก็ย่อมส่งผลต่อสุขภาพโดยไม่รู้ตัว ส่วนคนที่ทำงานที่บ้านก็อาจมีปัญหาจากการเคลื่อนไหวร่างกายน้อยลง ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยรวม

ตรวจสุขภาพทั่วไป เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคน

เมื่อการใช้ชีวิตและพฤติกรรมของคนเราแตกต่างกัน อย่างในเรื่องของการรับประทานอาหาร หลายคนหันมากินอาหารคลีน ซึ่งมีความเหมาะสมในการควบคุมน้ำหนักและมีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายด้าน การช้อปปิ้งที่เปลี่ยนจากการไปห้างร้านที่แออัด หันมาช้อปออนไลน์แทน หลายคนแบ่งเวลามาออกกำลังกาย เข้ายิม ทำสมาธิคลายเครียด ซึ่งเป็นการช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคภัยไข้เจ็บ แต่ไม่ว่าอย่างไร ร่างกายของคนเรานั้นก็ต้องเสื่อมลงตามวัย หรือบางคนก็มีโรคทางพันธุกรรม มีโรคเรื้อรัง หรือโรคประจำตัวที่ต้องเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง
จากปัญหาสุขภาพที่แตกต่างกัน และรูปแบบการใช้ชีวิตที่ไม่เหมือนกันนี่เอง การตรวจสุขภาพตามไลฟ์สไตล์จึงเป็นทางเลือกที่ช่วยให้เราสามารถรู้ทันสภาวะการเปลี่ยนแปลงของร่างกายตนเอง เพื่อนำมาวางแผนดูแลสุขภาพตนเองให้เหมาะสมยิ่งขึ้น เมื่อเรารู้ว่าไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของเราเป็นแบบไหน ก็จะรู้ว่าเราเสี่ยงอะไรบ้าง ซึ่งเทรนด์สุขภาพและการแพทย์ในอนาคต จะเป็นการดูแลให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดีเพื่อลดความเสี่ยงในการเจ็บป่วย นั่นเอง

เราเป็นคนกลุ่มใด และมีไลฟ์สไตล์แบบไหนบ้างนะ?

1. กลุ่มคนทำงานหนัก ทำงานเกินเวลา ได้แก่ วัยทำงาน วัยสร้างตัว จึงมักมุ่งมั่นและทุ่มเทเวลาไปกับการทำงาน มีการใช้ชีวิตที่เร่งรีบจนไม่มีเวลาดูแลสุขภาพเท่าที่ควร คนกลุ่มนี้มักเกิดความเครียดสะสม ขาดการออกกำลังกาย กินอาหารสำเร็จรูปหรืออาหารตามสั่งเป็นประจำ จึงมีโอกาสเกิดโรคระบบหลอดเลือดหัวใจ หลอดเลือดสมองตีบตัน แตก โรคออฟฟิศซินโดรม กระเพาะปัสสาวะอักเสบ และกรดไหลย้อน เป็นต้น

2. สายปาร์ตี้ ที่รักการดื่มแอลกอฮอล์เป็นชีวิตจิตใจ ในบางรายมีการสูบบุหรี่ร่วมด้วย ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้คนกลุ่มนี้มีสุขภาพตับ ไต และปอดไม่ดี คือมีความเสื่อมและเสี่ยงโรคมากกว่าคนอื่นๆ

3. กลุ่มชอบออกกำลังกาย กลุ่มนี้จะมี Health Consciousness สูง แต่ในความมั่นใจนั้น บางครั้งอาจมีความเข้าใจผิด เช่น ออกกำลังกายหรือวิ่งมาราธอนอยู่แล้ว จึงคิดว่าตนเองแข็งแรงดี ทั้งยังไม่ได้มีอาการอะไรที่น่าสงสัยว่าจะเจ็บป่วย จึงมักเกิดความชะล่าใจ ไม่ค่อยตรวจสุขภาพ แต่ในความเป็นจริงแล้วเราไม่มีทางรู้เลยว่า การออกกำลังกายที่เราทำอยู่นั้นเหมาะสมกับเราหรือไม่ ผลลัพธ์ที่ได้จะดีอย่างที่เราเข้าใจหรือเปล่า ยกตัวอย่างเช่น คนที่ออกกำลังกายด้วยการวิ่งเป็นประจำ พอมาตรวจสุขภาพกลับพบว่ามีไขมันในเลือดสูงมาก เพราะไม่เคยคุมอาหาร พอสแกนตรวจหลอดเลือดหัวใจด้วยการทำ CT Coronary ก็ปรากฏว่ามีแคลเซียมเกาะหลอดเลือดหัวใจอยู่มาก จนจำเป็นที่จะต้องพบแพทย์เฉพาะทางด้านหัวใจเพื่อทำการรักษาทันที หลายครั้งเราพบว่า หากดูแค่ผลการตรวจเลือด ค่าไขมัน LDL แม้จะยังไม่เข้าเกณฑ์ที่น่ากังวล แต่เมื่อได้ตรวจอย่างละเอียดด้วยเครื่องมือเฉพาะทางมากขึ้น ก็ทำให้เห็นว่าผู้ป่วยมีความเสี่ยงโรคหลอดเลือด
คำถามคือ คนที่ออกกำลังกายบ่อยๆ ร่างกายดูแข็งแรงดี แต่ทำไมถึงมีโรคแฝง สาเหตุที่พบนั้นก็มาจากหลายปัจจัย เช่น จากกรรมพันธุ์ หรือก่อนหน้านี้มีพฤติกรรมการกินอาหารที่ไม่ดี มีการสูบบุหรี่มาก่อน แล้วเพิ่งมาปรับไลฟ์สไตล์ในภายหลัง เพราะจริงๆ แล้วสุขภาพจะดีหรือไม่นั้นเกิดจากการพฤติกรรมสะสม คือไม่ใช่ว่าปรับปีนี้แล้วปีหน้าสุขภาพจะดีเลย บางคนใช้ชีวิตพังมาตลอดในช่วงวัยรุ่น การจะกลับมามีสุขภาพดีก็ต้องใช้เวลาและได้รับการดูแลเป็นพิเศษ
หรือในกรณีกลุ่มเทรนเนอร์กล้ามใหญ่ ปรากฏว่ามีการฉีดฮอร์โมนซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ แล้วค่าฮอร์โมนก็สูงกว่าปกติมาก บางคนอาจจะมีความมั่นใจผิดๆ ว่ายังสุขภาพดี เพราะปีก่อนๆ ที่ผ่านมาก็ตรวจพบว่าฮอร์โมนสูงมาก แต่ไม่ปรากฏอาการอะไร ซึ่งในอนาคตหากไม่ปรับพฤติกรรมหรือรับการดูแลรักษาก็จะส่งผลเสียแน่นอน

4. กลุ่มกรรมพันธุ์ ในกลุ่มนี้จะมีความเสี่ยงโรคต่างๆ มากกว่ากลุ่มอื่น เพราะนอกเหนือจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตแล้ว ยังมีโรคทางกรรมพันธุ์ที่ต้องเฝ้าระวังด้วย เช่น มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็ง เบาหวาน โรคหัวใจ กลุ่มนี้ก็ต้องตรวจเช็กสุขภาพเป็นประจำ โดยเฉพาะโรคเสี่ยง เพื่อเตรียมความพร้อมและวางแผนการดูแลสุขภาพให้เข้มข้นขึ้น เป็นการป้องกันและลดความเสี่ยง ช่วยชะลอการเกิดโรคได้

5. กลุ่มผู้สูงวัย ต้องดูแลสุขภาพให้ดี คอยตรวจเช็กร่างกายให้บ่อยขึ้นและละเอียดขึ้น เพราะมีความเสื่อมถอยของร่างกายและอวัยวะต่างๆ ภายในอย่างแน่นอน ร่างกายมักเผาผลาญน้อยลง ระบบการทำงานของอวัยวะต่างๆ เริ่มรวนตามวัย เสี่ยงกระดูกพรุน ข้อเข่าเสื่อม ความจำเสื่อม และโรคทางระบบประสาท เป็นต้น

6. กลุ่มสายอาหารสุขภาพ ได้แก่ สายคีโต กิน Low Carb ทำ IF ส่วนใหญ่เกิน 50% มักบริโภคไม่ถูกวิธี เช่น การกินคีโต คือการทานไขมันดี แต่กลับกินทุกอย่างที่เป็นไขมัน ผลที่ตามมาคือ มีคอเลสเตอรอลและไขมันไม่ดีสูง ซึ่งการกินคีโตต้องทำให้ถูกต้องและไม่ควรทานคีโตติดต่อกันนานๆ เพราะจะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน และหลายๆ คนพอหยุดทานคีโต หันกลับไปกินแบบเดิม มีพฤติกรรมแบบเดิม ก็มีโอกาสที่จะเกิดโยโย่ได้ ดังนั้นไม่ว่าเราจะลดน้ำหนักด้วยวิธีใดก็ตาม เมื่อน้ำหนักลงแล้ว ควรปรับพฤติกรรมเสียใหม่ อาจจะหันมาทานอาหารคลีน ซึ่งสามารถทานได้ต่อเนื่องโดยไม่มีผลเสีย และหมั่นออกกำลังกายร่วมด้วย

ไม่ว่าคุณจะมีพฤติกรรมแบบไหน ก็สามารถปลอดภัยห่างไกลโรคได้ ขอเพียงดูแลตนเองให้ดีในทุกด้าน มีความรู้ในการใช้ชีวิตอย่างเหมาะสม ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ในปริมาณที่เหมาะสม ออกกำลังกายให้ได้สัปดาห์ละอย่างน้อย 150 นาที พักผ่อนให้เพียงพอ ที่สำคัญคือ ต้องหมั่นตรวจเช็กร่างกาย อัปเดตสุขภาพของตนเองเป็นระยะๆ ตามไลฟ์สไตล์ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงโรคได้มากขึ้น เพราะการตรวจสุขภาพเป็นประจำจะช่วยให้พบความผิดปกติเร็ว และสามารถรักษาได้ง่ายกว่าการพบโรคในระยะลุกลาม

 

พญ. ธนีศา ภานุมาตรัศมี
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ครอบครัว
ศูนย์ตรวจสุขภาพทั่วไป โรงพยาบาลพญาไท 1

Loading...

แชร์


Loading...