โลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก กับการวินิจฉัยมะเร็งลำไส้ใหญ่

Image

แชร์


ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของภาวะโลหิตจางทั้งหมด เกิดจากการที่ร่างกายขาดธาตุเหล็กซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักในการสร้างเม็ดเลือดแดง ส่งผลให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือดแดงได้น้อยลง ขนาดเม็ดเลือดแดงตัวเล็กลง ทำให้เม็ดเลือดนำออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ลดลง

 

ผู้ที่มีภาวะโลหิตจางจะมีอาการอย่างไร?

ผู้ที่มีภาวะโลหิตจางอาจมีอาการเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย รู้สึกเหนื่อยเวลาออกแรง วูบ หน้ามืด เวียนศีรษะ ง่วงนอนมากกว่าปกติ หัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น เจ็บหน้าอก เล็บเปราะง่าย ผมร่วง ผิวแห้ง ตัวซีด เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ในผู้ป่วยบางราย เมื่อร่างกายมีการปรับตัวต่อภาวะโลหิตจางอาจทำให้ไม่รู้สึกว่ามีอาการที่ผิดปกติไป นี่คือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้ป่วยบางรายตรวจพบภาวะโลหิตจางจากการมาตรวจสุขภาพประจำปีโดยที่ไม่มีอาการผิดปกติ

 

โรคโลหิตจางที่เกิดจากการขาดธาตุเหล็ก

สาเหตุของภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก มักเกิดจากการสูญเสียเลือดเรื้อรัง โดยเฉพาะการเสียเลือดไปทางประจำเดือน และการเสียเลือดในทางเดินอาหาร หรือเกิดจากการทานอาหารที่มีธาตุเหล็กน้อย โดยอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง ได้แก่ เครื่องในสัตว์ เนื้อหมู เนื้อวัว ไข่แดง หอย ผักใบเขียว ถั่ว เป็นต้น

 

ต้องตรวจอะไรถึงจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นโรคโลหิตจาง?

1.การตรวจหาความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) ซึ่งสามารถตรวจพบภาวะโลหิตจางร่วมกับขนาดเม็ดเลือดแดงตัวเล็กได้

2.การตรวจร่วมกันระหว่าง Serum iron, Total Iron Binding Capacity (TIBC), Transferin saturation, และ Ferritin เพื่อหาปริมาณธาตุเหล็กในร่างกายว่าต่ำกว่าปกติหรือไม่

3.การตรวจโดยสูตินรีแพทย์ในผู้ป่วยหญิงที่มีประจำเดือนมากกว่าปกติ เพราะอาจเป็นต้นเหตุของการขาดธาตุเหล็กจนก่อให้เกิดภาวะโลหิตจางได้เช่นกัน

4.ตรวจหาภาวะเลือดออกในทางเดินอาหารเรื้อรัง โดยเฉพาะในผู้ชายและผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน โดยการตรวจหาเลือดในอุจจาระ และอาจต้องตรวจด้วยวิธีส่องกล้องทางเดินอาหารเพิ่มเติม เพื่อค้นหาความเสี่ยงโรคมะเร็งลำไส้

 

แนวทางการรักษาโรคโลหิตจาง 

1.การรับประทานยาธาตุเหล็ก โดยทั่วไปแพทย์จะให้ทานต่อเนื่องอย่างน้อย 3-6 เดือน

2.การฉีดธาตุเหล็ก มักใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่ตอบสนองต่อยาชนิดรับประทาน หรือต้องการเพิ่มปริมาณความเข้มข้นของเลือดอย่างรวดเร็ว

3.การให้เลือด จะให้เฉพาะกรณีต้องการเพิ่มปริมาณความเข้มข้นเลือดอย่างรวดเร็ว

4.ตรวจและรักษาสาเหตุของการขาดธาตุเหล็ก

5.ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง

6.เข้าพบแพทย์ตามนัด เพื่อตรวจติดตามการรักษาอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากอาจกลับมาเป็นซ้ำได้

 

ทั้งนี้ ในผู้ป่วยที่มีภาวะโลหิตจางแต่ยังไม่ได้รับการวินิจฉัยว่าเกิดจากสาเหตุใด ไม่แนะนำให้ซื้อธาตุเหล็กมารับประทานเอง เนื่องจากในผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมียซึ่งมีภาวะโลหิตจางเหมือนกัน จะมีความเสี่ยงในการเกิดภาวะธาตุเหล็กเกินสะสมในร่างกายได้ จึงแนะนำให้หาสาเหตุให้ชัดเจนก่อนเริ่มการกินยา และเลือกวิธีรักษาให้เหมาะสมตามสาเหตุ

Loading...

แชร์


Loading...