โรคพาร์กินสัน กับนวัตกรรมการรักษาแบบใหม่

Image

แชร์


โรคพาร์กินสัน กับนวัตกรรมการรักษาแบบใหม่

โรคพาร์กินสัน กับนวัตกรรมการรักษาแบบใหม่

ในทุกกิจวัตรประจำวัน ร่างกายของคนเราจะเคลื่อนไหวอย่างไม่หยุดนิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการยกแก้วน้ำดื่มน้ำ การเดินไปหยิบของ หรือแม้แต่การยิ้มทักทายเพื่อน ล้วนเป็นผลมาจากการทำงานอันซับซ้อนของระบบสมองและระบบประสาท แต่จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อกลไกอันแสนมหัศจรรย์นี้เริ่มสะดุดลง ?

 

โรคพาร์กินสันเป็นหนึ่งในความผิดปกติทางระบบประสาทที่ส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของร่างกาย ทำให้ผู้ป่วยต้องเผชิญกับความยากลำบากในการทำกิจกรรมง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน แม้ว่าโรคพาร์กินสันจะยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด แต่ความก้าวหน้าทางการแพทย์ในปัจจุบันได้เปิดโอกาสให้ผู้ป่วยสามารถควบคุมอาการและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับโรคพาร์กินสันอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่สาเหตุ อาการ ไปจนถึงวิธีการรักษาที่ทันสมัย เพื่อให้ผู้ป่วยได้สร้างความเข้าใจและเตรียมพร้อมรับมือกับโรคนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

โรคพาร์กินสัน เกิดจากอะไร ใครบ้างที่มีความเสี่ยง

โรคพาร์กินสันเป็นความผิดปกติของระบบประสาทส่วนกลาง เกิดจากการเสื่อมของเซลล์ประสาทในสมองส่วนที่เรียกว่า Substantia Nigra ทำหน้าที่ผลิตสารสื่อประสาทโดปามีนเป็นหลัก โดยการลดลงของโดปามีนนี้จะส่งผลต่อการเคลื่อนไหว ซึ่งกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ป่วย

 

โรคพาร์กินสันมักพบในผู้สูงอายุ ยิ่งมีอายุมากยิ่งเพิ่มโอกาสในการเกิดมากขึ้นไปด้วย ซึ่งในปัจจุบันพบว่ามีผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยในช่วงอายุที่น้อยลงด้วยเช่นกัน ซึ่งเรียกการวินิจฉัยเหล่านี้ว่า Early-onset Parkinson’s Disease ดังนั้น การทำความเข้าใจโรคนี้จึงสำคัญต่อผู้ป่วยในทุกช่วงอายุ

 

อาการของโรคพาร์กินสัน สังเกตอย่างไร

ผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน อาการเริ่มต้นจะแสดงได้หลากหลายรูปแบบ ซึ่งคนรอบข้างและผู้ป่วยเองสามารถสังเกตได้ง่าย ๆ ซึ่งอาการส่วนใหญ่ที่พบได้บ่อย มีดังต่อไปนี้

 

  • อาการสั่น (Tremor) โดยเฉพาะในขณะพักหรือนั่งอยู่เฉย ๆ ซึ่งมักเริ่มที่นิ้ว และลามไปที่มือ
  • การเคลื่อนไหวช้า (Bradykinesia) ทั้งการนั่ง การยืน หรือเดิน ทำให้การทำกิจวัตรประจำวันลำบากขึ้น แม้กระทั่งการลุกนั่งก็รู้สึกอืดอาดมากกว่าปกติ
  • กล้ามเนื้อแข็งเกร็ง (Rigidity) ทำให้เกิดความไม่สบายตามตัวเพราะขยับตัวลำบาก ผู้ป่วยจะรู้สึกเหมือนถูกจำกัดการเคลื่อนไหว
  • ทรงตัวไม่มั่นคง (Postural Instability) ทำให้มีโอกาสหกล้มหรือเกิดอุบัติเหตุระหว่างวันง่ายขึ้น

 

นอกจากนี้ ยังมีอาการอื่น ๆ ที่อาจพบได้ เช่น อาการพูดไม่เป็นความ (Dysarthria) ปัญหาเกี่ยวกับการกลืน (Dysphagia) อาการซึมเศร้า (Depression) ปัญหาการนอน (Sleep Disorders) และภาวะสมองเสื่อม (Dementia) ในระยะท้าย ๆ ของโรค

 

 

โรคพาร์กินสัน วิธีรักษาในรูปแบบใหม่

การรักษาโรคพาร์กินสันในปัจจุบัน มุ่งเน้นการควบคุมอาการและชะลอการดำเนินการของโรค โดยรักษาได้ตั้งแต่อาการเริ่มต้นไปจนถึงอาการที่รุนแรง ซึ่งสามารถแบ่งวิธีการรักษาหลัก ๆ ได้ดังนี้

 

การรักษาด้วยยา

  1. ยารับประทาน เป็นแนวทางการรักษาหลักสำหรับผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน ส่วนใหญ่ยารับประทานจะอยู่ในลักษณะยาเม็ด ทำให้ง่ายต่อการบริโภค
  2. ยาแปะผิวหนัง เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาในการกลืนยา หรือต้องการการควบคุมอาการระหว่างการใช้ชีวิตประจำวัน
  3. ยาฉีด ใช้สำหรับควบคุมอาการ “Off” Period หรือช่วงที่ร่างกายไม่ตอบสนองต่อยา ซึ่งยาฉีดจะให้ผลเร็ว แต่มีระยะเวลาออกฤทธิ์สั้นกว่าปกติ

 

การผ่าตัดฝังเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าในสมองส่วนลึก (Deep Brain Stimulation : DBS)

DBS เป็นนวัตกรรมการรักษาแบบใหม่ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในปัจจุบันสำหรับการรักษาโรคพาร์กินสัน โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงหรือไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยา เป็นวิธีการผ่าตัดฝังขั้วไฟฟ้าเข้าไปในสมองส่วนลึก โดยเฉพาะบริเวณ Subthalamic Nucleus หรือ Globus Pallidus Interna

DBS ช่วยควบคุมอาการของโรคพาร์กินสันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอาการสั่น การเคลื่อนไหวช้า และอาการเกร็ง นอกจากนี้ยังช่วยลดปริมาณยาที่ผู้ป่วยต้องใช้ ซึ่งอาจช่วยลดผลข้างเคียงจากการใช้ยาในระยะยาวได้

อย่างไรก็ตาม DBS ไม่ใช่วิธีการรักษาที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยทุกราย การคัดเลือกผู้ป่วยที่เหมาะสมและการติดตามผลการรักษาอย่างใกล้ชิดเป็นสิ่งสำคัญในการให้การรักษาด้วยวิธีนี้ เนื่องจากอาจจะส่งผลให้ผู้ป่วยเกิดผลข้างเคียงที่คาดไม่ถึงได้นั่นเอง

 

โรงพยาบาลพญาไท 1 มิตรแท้ในการดูแลผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน

ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลพญาไท 1 พร้อมเป็นเพื่อนร่วมทางที่เข้าใจและใส่ใจในทุกขั้นตอนของการรักษา ด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ เราพร้อมดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม ตั้งแต่การตรวจวินิจฉัยด้วยเทคโนโลยีทันสมัย การวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ไปจนถึงการติดตามผลอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นการรักษาด้วยยา หรือแม้แต่การผ่าตัดฝังเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าในสมองส่วนลึก (DBS) เรามีความพร้อมในทุกด้านเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด

 

ผู้ป่วยสามารถนัดพบแพทย์เพื่อปรึกษาและวินิจฉัยโรคพาร์กินสันศูนย์สมองและระบบประสาท อาคาร 3 ชั้น 5 โรงพยาบาลพญาไท 1 หรือโทร 02-201-4600 ต่อ 2688-90 เราพร้อมรับฟัง เข้าใจ และร่วมเดินทางไปด้วยกันในทุกขั้นตอนของการรักษา เพื่อผลลัพธ์ที่ดีต่อผู้ป่วยมากที่สุด

แชร์


Loading...