อาการตามัวหรือมองเห็นภาพไม่ชัด โดยตาข้างหนึ่งมองเห็นชัดไม่เท่าตาอีกข้างหนึ่ง แม้ว่าตาข้างที่มัวจะมีลักษณะปกติดี แต่ไม่ยอมทำงานร่วมกับตาอีกข้างหนึ่ง เรียกว่า “ตาขี้เกียจ” เป็นโรคที่มักพบในเด็ก หากได้รับการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ สามารถหายได้ และโอกาสกลับมาเป็นใหม่น้อย ช่วงเวลาที่ควรได้รับการรักษาคือ เด็กอายุไม่เกิน 9 ปี เป็นวัยที่กำลังมีการพัฒนาของการมองเห็น หากไม่รีบรักษาและปล่อยไว้ อาจเสียการมองเห็นอย่างถาวร
สาเหตุที่ทำให้เกิด “ตาขี้เกียจ”
- ตาเข ตาเหล่
- สายตาสั้น ยาว เอียง มากเกินไป หรือไม่เท่ากันของตา 2 ข้าง
- โรคตาที่ทำให้มองเห็นไม่ชัดเช่น ต้อกระจกหรือหนังตาตก
สังเกตลูกเรามีอาการตาขี้เกียจหรือป่าว
เด็กที่ตาเขหรือตาเหล่เพียงข้างเดียว มีโอกาสสูงในการเกิดตาขี้เกียจ หรือในกรณีที่เด็กชอบหยีตา เดินไปดูทีวีใกล้ๆ หรือนั่งเอียงหน้าดูทีวี แสดงว่ามีความผิดปกติทางสายตา จะต้องเข้ารับการตรวจสายตาจากจักษุแพทย์ เพื่อวินิจฉัยว่ามีอาการตาขี้เกียจร่วมด้วยหรือไม่ สำหรับเด็กที่มีอาการต้อกระจก หรือหนังตาตกมาตั้งแต่เกิด โรคเหล่านี้ไม่ได้มีอาการบอกให้เราทราบว่าเด็กเป็น หรือแม้กระทั่งตัวเด็กเองก็ไม่รู้ด้วยว่า ตัวเองมีสายตาที่พร่ามัว มองเห็นไม่ชัด ดังนั้นเราควรพาเด็กอายุมากกว่า 3 ปี ไปตรวจสายต่ออย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อเช็คความปกติของสายตา
รักษาตาขี้เกียจให้ลูกน้อย ไม่กลับมาเป็นซ้ำอีก
- การผ่าตัด สำหรับเด็กที่มีกล้ามเนื้อลูกตาเข ต้อกระจก หนังตาตก ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดตาขี้เกียจ
- การใส่แว่น เด็กที่มีสายตาสั้นยาวไม่เท่ากันมากๆ ทั้งสองข้าง ควรให้เด็กใส่แว่นเพื่อให้ตาทั้งสองข้างทำงานและมองเห็นชัดเท่ากัน ป้องกันไม่ให้ตาข้างใดข้างหนึ่งทำงานมากจนเกินไป
- กระตุ้นให้ตาหายขี้เกียจ เราต้องบังคับสมองให้ใช้สายตาข้างที่ขี้เกียจบ้างเช่น การปิดตาหรือการใช้ยาหยอดตาข้างที่ดี เพื่อให้ตาพร่ามัว และให้ตาอีกข้างที่ขี้เกียจ ได้กลับมาทำงานจนกว่าจะใช้งานได้ปกติ และสามารถใช้งานร่วมกับอีกข้างพร้อมกัน มองเห็นเป็นภาพเดียวกัน
แค่สังเกตลูกน้อยของคุณที่บ้าน… ก็ป้องกันตาขี้เกียจได้
- ควรสังเกตดวงตาเด็กตั้งแต่แรกเกิด มีขนาดปกติหรือไม่ หรือมีอะไรมาปิดตาดำของเด็กหรือป่าว
- เมื่อเด็กอายุ 2-3 เดือน ควรสังเกตว่าเด็กจ้องมองเราเวลาให้นมได้หรือไม่ หากไม่ควรปรึกษาจักษุแพทย์
- เมื่อเด็กอายุ 6 เดือน ควรจ้องมองตามวัตถุได้ ในขณะที่ตาอยู่นิ่ง หากไม่นิ่งควรปรึกษาจักษุแพทย์
- สายตาเด็กจะใกล้เคียงกับผู้ใหญ่มากเมื่อมีอายุประมาณ 3 ปี ดังนั้นควรให้ทดสอบสายตาเด็กด้วยการให้มองภาพขนาดต่างๆ เพื่อวัดระดับการมองเห็น และพาเด็กไปพบจักษุแพทย์เสมอ
