การใช้พลาสมาในการรักษาโรคทางกล้ามเนื้อกระดูกและข้อต่อ

Image

แชร์


การใช้พลาสมาในการรักษาโรคทางกล้ามเนื้อกระดูกและข้อต่อ

การใช้พลาสมาในการรักษาโรคทางกล้ามเนื้อกระดูกและข้อต่อ

 
เราอาจจะเคยเห็นภาพนักสู้ในสมัยยุคโรมันใช้เข็มเจาะหรือทิ่มแทงไปยังตำแหน่งที่มีการบาดเจ็บ…เพื่อรักษาอาการ ซึ่งในปัจจุบันมีการนำวิธีนี้มาปรับใช้ในการรักษาโรคทางกระดูกและข้อ หรือที่เรียกกันว่า “การใช้พลาสมา” ส่วนเทคนิคการรักษาแบบนี้จะมีข้อดีข้อเด่นและข้อจำกัดอย่างไรบ้างนั้น…เรามีคำตอบ!
สารพลาสมา คืออะไร??

หลังนำเลือดของผู้ป่วยออกมาประมาณ 10-15 ซีซี. เลือดจะถูกนำไปปั่นด้วยเครื่องปั่นความเร็วสูงเพื่อทำการแยกชั้นของเหลวและนำเอาเม็ดเลือดแดงที่ไม่ต้องการออกไป เหลือเพียงสารพลาสมาและเกร็ดเลือด..ซึ่งช่วยในการซ่อมแซมและฟื้นฟูสภาพร่างกาย โดยความเข้มข้นของสารซ่อมแซมจะสูงกว่าเลือดปกติถึง 10-25 เท่าเลยทีเดียว แต่ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย อายุ และความแข็งแรงของแต่ละบุคคล

 

การรักษาด้วยวิธีนี้มีข้อดีตรงที่…

ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคติดต่อทางเลือด เพราะใช้พลาสมาของตัวเราเอง

สามารถหลีกเลี่ยงการใช้ยาต้านการอักเสบที่เรียกว่า NSAIDs รวมถึงยาสเตียรอยด์ จึงไม่ส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานของกระเพาะอาหาร ลำไส้ และไต ทำให้สามารถรักษาด้วยวิธีนี้ซ้ำๆ หลายครั้งได้

ข้อพึงระวัง…ที่ไม่ควรละเลย

เนื่องจากเป็นวิธีการรักษาที่ต้องฉีดสารเข้าไป ทำให้เกิดการระบมตรงตำแหน่งที่รักษา แต่สามารถใช้ความเย็นประคบเป็นเวลา 48 ชั่วโมง หรือประมาณ 1-2 วันได้

ผู้เป็นโรคเลือด, โรคเกร็ดเลือดต่ำ, โรคทางระบบอิมมูนฯ, โรคเก๊าท์ และผู้มีการติดเชื้อในกระแสเลือด อาจไม่เหมาะสมในการรักษาโดยวิธีนี้
เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการปนเปื้อนของเชื้อโรคและมีความปลอดภัยสูง จึงต้องกระทำโดยเทคนิคปลอดเชื้อ (Aseptic techniques)

ผู้ป่วยรายใดที่ควรเข้ารับการรักษาด้วยวิธีนี้

นักกีฬาหรือคนไข้ที่ได้รับบาดเจ็บที่เส้นเอ็น หรือกล้ามเนื้อฉีกขาด

ผู้ที่ข้อต่อกระดูกสันหลังมีการบาดเจ็บ รวมถึงข้อต่อมีการอักเสบหรือเสื่อมสภาพ ตรงระดับคอ ระดับเอว หรือ ระดับทรวงอก ที่เรียกว่าข้อต่อฟาเซต

ผู้มีอาการกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อพังผืด หรือ โรคกล้ามเนื้อหดเกร็งที่มีอาการปวดแบบเรื้อรัง โดยเฉพาะบริเวณคอ บ่า ไหล่ เอว เป็นต้น

การบาดเจ็บกล้ามเนื้อแบบเรื้อรัง ที่ทำการรักษาแบบมาตรฐานแล้วยังหายไม่สมบูรณ์ มีอาการปวดเป็นๆ หายๆ กลับมาเป็นซ้ำๆ

แม้ว่าการรักษาด้วยวิธีนี้ต้องใช้ระยะเวลา..ไม่หายเป็นปลิดทิ้งทันทีทันใดเหมือนกับการฉีดยาต้านการอักเสบแบบสเตียรอยด์ แต่นั่นกลับเป็นข้อดี เพราะแพทย์สามารถลดการใช้ยาต้านการอักเสบในผู้ป่วยที่ไม่จำเป็นได้ และวิธีนี้ยังเป็นการรักษาอีกทางเลือกหนึ่งควบคู่ไปกับการรักษาแบบมาตรฐาน แต่ต้องกระทำภายใต้การดูแลของแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเท่านั้น

นพ. จิระเดช ตุงคะเศรณี

ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านข้อสะโพกและข้อเข่า

ศูนย์กล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ โรงพยาบาลพญาไท 2
Loading...

แชร์


Loading...