คุณหมอแนะ! ไมเกรน อาการปวดหัวเรื้อรัง...ที่คุณป้องกันได้

Image

แชร์


ปวดหัวไมเกรน… โรคปวดหัวเรื้อรังที่พบได้บ่อย และอาการจะรุนแรงขึ้นเมื่อได้รับการกระตุ้นจากปัจจัย อย่าง แสงจ้า หรือเสียงดังๆ ซึ่งโรคไมเกรนสามารถพบได้ประมาณ 15% ของประชากรทั่วไป ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มวัยทำงานช่วงอายุ 20 – 25 ปี และมักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายถึงสองเท่า…โดยเฉพาะช่วงมีประจำเดือน

ไมเกรน…ภาวะนี้เกิดขึ้นจากอะไร?

อาการปวดหัวไมเกรนเป็นโรคทางสมองอย่างหนึ่งที่ยังหาสาเหตุแน่ชัดไม่ได้ อาจเกิดจากก้านหรือเซลล์สมองทำงานผิดปกติ หรือภาวะสารเคมีในสมองไม่สมดุล ส่งผลให้หลอดเลือดไวต่อการกระตุ้นมากเกินไป..เกิดกระแสไฟฟ้าที่ผิดปกติขึ้นในสมอง และทำให้เกิดการอักเสบของเส้นประสาทและหลอดเลือดในสมอง ถ้ารักษาไม่ถูกต้องและทันท่วงที อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงในระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้มีอาการไวต่อตัวกระตุ้นได้ง่ายขึ้น และการรักษาก็จะยากขึ้นด้วย

เลี่ยงตัวกระตุ้น…เพื่อลดโอกาสการเกิดไมเกรน

แม้ว่าจะยังไม่ทราบถึงสาเหตุของไมเกรนที่แน่ชัด แต่เชื่อว่ามีปัจจัยหลายอย่างที่กระตุ้นให้เกิดอาการปวดหัวไมเกรน ซึ่งปัจจัยที่พบได้บ่อยๆ ก็เช่น แสงแดด, แสงจ้า, อากาศร้อน, ฝุ่นควัน, นอนน้อย, แอลกอฮอล์, ช็อกโกแลต และยาคุมกำเนิด รวมไปถึง “ความเครียด” ที่มักเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดไมเกรนในคนไข้หลายๆ ราย

ปวดหัวแบบไหน…เรียกว่า “ปวดหัวไมเกรน”

อาการที่สังเกตได้อย่างชัดเจนเลยว่า “เรามีอาการปวดหัวไมเกรน” ก็คือ อาการปวดหัวที่มีลักษณะปวดขมับข้างเดียว หรือทั้งสองข้าง หรือปวดหัวสลับข้างกันก็ได้ และอาจมีอาการร่วมอื่นๆ เช่น ปวดเบ้าตา ปวดตุ้บๆ ตามจังหวะชีพจร และในบางครั้งอาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย

อาการปวดหัวไมเกรนมักเกิดขึ้นต่อเนื่องประมาณ 4 – 72 ชั่วโมงหรืออาจมากกว่านั้น และจะปวดมากเมื่อมีการขยับหัว ไอ จาม แต่อาการจะดีขึ้นถ้าได้นอนพักผ่อน อยู่ในที่มืดและเงียบ สำหรับในบางคน อาจมีสัญญาณเตือนก่อนจะเกิดภาวะปวดหัวไมเกรน เช่น เห็นแสง, ชาที่แขนหรือขา และมักมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ไวต่อการกระตุ้นด้วยแสงหรือเสียงร่วมด้วย

“ปวดหัวไมเกรน” รักษาให้หายขาดได้หรือไม่?

อาการปวดหัวไมเกรน…จะไม่สามารถหายขาดได้!! เพียงแต่ให้การรักษาเพื่อลดโอกาสการเกิดอาการปวดหัวไมเกรน เพราะฉะนั้น หัวใจสำคัญในการรักษาไมเกรน ก็คือ การรับมือและการป้องกันกับอาการปวดมากกว่า เพื่อให้ผู้ป่วยลดความทรมานจากการปวดหัวและสามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้

การรักษาอาการไมเกรนจะพิจารณาตามระดับความรุนแรงของอาการปวด โดยหลักๆ แล้วจะเป็นการให้ยาเพื่อบรรเทาอาการปวด แต่หากทานยาบ่อยเกินไปก็อาจส่งผลให้อาการปวดรุนแรงและถี่ขึ้นได้ จึงต้องให้ยาป้องกันอาการปวดหัวไมเกรนร่วมด้วย ส่วนการรักษาไมเกรนด้วยวิธีอื่นๆ ก็เช่น การฉีดยาระงับการทำงานของเส้นประสาทเฉพาะที่, การนวดกดจุด หรือ การฉีดโบท็อกซ์ ในผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อการใช้ยาป้องกัน หรือล้มเหลวจากวิธีการป้องกันการปวดศีรษะอื่นๆ

ไม่อยากปวดหัวไมเกรนบ่อยๆ ป้องกันได้ด้วยวิธีนี้!

เพราะวิธีที่ดีที่สุดในการลดอาการปวดหัวไมเกรน คือ “ป้องกัน” ไม่ให้เกิดอาการ ดังนั้น นอกจากการลดไมเกรนดวยวิธีทางการแพทย์แล้ว การหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นก็นับว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็น การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 8 ชั่วโมง, ทานอาหารให้ตรงเวลา, พยายามพักผ่อนในที่เงียบและมืด พร้อมกับนวดบรรเทาเมื่อมีอาการปวด, ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และหมั่นสังเกตปัจจัยกระตุ้นอื่นๆ เมื่อเกิดอาการปวดหัวไมเกรน เป็นต้น

 

นพ. บัญชา เสียมหาญ
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองและระบบประสาท
ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลพญาไท 2

Loading...

แชร์


Loading...