เชื่อว่าหลายคนยังมีความเข้าใจผิดๆ ว่า..เมื่อลูกตาเขแล้วต้องทำใจ เพราะยังไงก็รักษาไม่ได้! ทำให้เด็กหลายๆ คนต้องเติบโตมาพร้อมกับสภาวะตาเขโดยไม่ได้รับการรักษา ส่งผลต่อบุคลิกภาพ ความมั่นใจ ไปจนถึงคุณภาพชีวิต
ตาเข เกิดจากสาเหตุอะไร..?
หากถามถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะตาเข แพทย์หญิงรัติยา พรชัยสุรีย์ จักษุแพทย์ เฉพาะทางด้านจักษุเด็กและตาเข ได้ให้ข้อมูลว่า ตาเขเกิดได้จากหลายสาเหตุและมักพบได้ตั้งแต่เด็ก โดยอาจ..
- เกิดจากสมองสั่งการกล้ามเนื้อตาผิดปกติ ทำให้กล้ามเนื้อตาทำงานไม่สมดุลกัน
- เกิดจากการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อตาผิดปกติ
- เป็นผลจากเส้นประสาทที่มาเลี้ยงกล้ามเนื้อตาเป็นอัมพาต หรือทำงานผิดปกติ ทำให้เกิดตาเขได้ ซึ่งพบได้บ่อยมาก
- การมองเห็นผิดปกติ เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยในเด็กเช่นกัน อาจเกิดจากดวงตาข้างนั้นมีภาวะผิดปกติจากโรคบางอย่าง เช่น มะเร็งจอตา ทำให้ตาข้างนั้นมองไม่เห็น ส่งผลให้มีการใช้ตาข้างที่มองไม่เห็นน้อย จึงทำให้ตาข้างนั้นเขเข้า
- ตาเขจากภาวะเพ่ง โดยทั่วไปเด็กจะเพ่งเก่งกว่าผู้ใหญ่ แต่เด็กบางคนเพ่งได้มากกว่าปกติ รวมถึงเด็กที่สายตายาวจะทำให้เกิดการเพ่งมากผิดปกติ เป็นสาเหตุทำให้เกิดตาเขได้
ตาเขในเด็ก ทำไมต้องรักษา แล้วจำเป็นต้องผ่าตัดหรือไม่?
แพทย์หญิงรัติยา กล่าวว่า เป้าหมายของการรักษาตาเขในเด็กคือเพื่อกำจัดตาขี้เกียจ เพราะตาขี้เกียจนำมาซึ่งตาบอดได้ และต้องทำความเข้าใจก่อนว่าดวงตาของเด็กกำลังพัฒนา หากเกิดตาเขจะส่งผลให้การใช้งานตาข้างนั้นน้อย..จนเกิดภาวะตาขี้เกียจ คือทำให้ตาข้างนั้นด้อยพัฒนา ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้นานอาจส่งผลให้ตาข้างนั้นบอดสนิทได้ เพราะฉะนั้นเด็กที่ตาเขจึงควรได้รับการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะไม่เพียงส่งผลต่อบุคลิกภาพ แต่อาจทำให้เขาสูญเสียการมองเห็นและส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของเขาในอนาคต
ผู้ปกครองหรือพ่อแม่จะรู้ได้อย่างไร..ว่าลูกมี “ภาวะตาเข”
ภาวะตาเขสามารถสังเกตได้ในเด็กที่อายุ 4 เดือนขึ้นไป หากลูกมองหน้าแม่แล้วทำตาแปลกๆ ตาดูเข ให้สงสัยไว้ก่อนและรีบพามาพบแพทย์ เพื่อตรวจวินิจฉัยว่ามีภาวะตาเขจริงหรือไม่?
ส่วนการผ่าตัดแก้ไขตาเขนั้น เป็นการผ่าตัดเล็ก เรียกว่า Muscle correction คือ การเข้าไปจัดกล้ามเนื้อตา ตั้งศูนย์กล้ามเนื้อตาใหม่ให้เป็นปกติ ซึ่งมีหลายเทคนิค โดยจะเลือกใช้เทคนิคใดนั้น แพทย์จะพิจารณาจากลักษณะตาเข การผ่าตัดแก้ไขตาเข ไม่ยุ่งยาก เป็นการผ่าตัดนอกลูกตา โดยในผู้ใหญ่ใช้แค่ยาชาก็สามารถทำผ่าตัดได้ สำหรับเด็กสามารถทำได้ตั้งแต่อายุ 2 ขวบขึ้นไป ซึ่งวิธีการอาจแตกต่างจากผู้ใหญ่บ้างในส่วนที่ต้องใช้ยาสลบ แต่ผลลัพธ์ในการรักษาให้ผลดีทั้งในเด็กและผู้ใหญ่
หลังผ่าตัด สายตาจะกลับมาตรงทันที โดยอาจมีตาแดงเล็กน้อย และพักฟื้นดวงตาประมาณ 1 สัปดาห์ ก็สามารถกลับมาใช้ชีวิตที่เรียกได้ว่าดีกว่าเดิม เพราะเหมือนได้ชีวิตใหม่ เป็นคนใหม่
นอกจากนี้ แพทย์หญิงรัติยา ยังได้กล่าวถึงผลกระทบจากภาวะตาเขอีกว่า.. ไม่เพียงแค่สูญเสียความมั่นใจเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อบุคลิกภาพ หากเป็นในเด็ก ถ้าถึงวัยเข้าโรงเรียนอาจโดนเพื่อนล้อ ทำให้เด็กไม่ยอมไปโรงเรียน เสียสุขภาพจิต เก็บตัว ไม่มั่นใจ อาจส่งผลให้เกิดปัญหาเรื่องการเข้าสังคมและการเรียนได้ ส่วนในผู้ใหญ่ ความผิดปกติของดวงตา เป็นจุดที่สังเกตได้ชัดเจนมากกว่าส่วนอื่น ผู้ที่มีภาวะตาเขบางคนพยายามนำผมลงมาปิดตาข้างนั้น ใช้ชีวิตเหมือนปิดบังอะไรบางอย่าง สูญเสียความมั่นใจ ไม่อยากเข้าสังคม เป็นปมด้อย ส่งผลต่อบุคลิกภาพ อีกทั้งยังทำให้เสียโอกาสในเรื่องอาชีพการงานและอีกหลายๆ อย่าง ยิ่งถ้าหากเป็นตาเขแบบมีความผิดปกติในการมองเห็นด้วยแล้วล่ะก็ ยิ่งแทบจะใช้ชีวิตเป็นปกติสุขไม่ได้ เพราะฉะนั้น การผ่าตัดเพื่อแก้ไขตาเขนับเป็นทางออกที่ดี แล้วทำไมต้องปล่อยให้โอกาสที่จะมีชีวิตที่ดีกว่าเดิมเสียไป เพียงเพราะไม่รู้ว่า “ตาเข ผ่าตัดแก้ไขได้”
พญ. รัติยา พรชัยสุรีย์
จักษุแพทย์เฉพาะทางด้านการผ่าตัดแก้ไขสายตาผิดปกติ
ศูนย์ตา โรงพยาบาลพญาไท 2
