มารู้จัก...โรคงูสวัด

Image

แชร์


มารู้จัก...โรคงูสวัด

โรคงูสวัด เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่บริเวณผิวหนังชนิดหนึ่ง ทำให้มีผื่นตุ่มขึ้นเป็นแนวยาว ๆ บริเวณที่ขึ้นบ่อย คือ แนวบั้นเอวหรือแนวชายโครง (จากสะดือถึงกลางหลัง) บางคนอาจขึ้นที่ใบหน้า แขนหรือขาก็ได้ แต่จะมีลักษณะการขึ้นคล้ายกันคือจะขึ้นเพียงซีกหนึ่งซีกใดของร่างกายเท่านั้น เช่น ซีกขวาหรือซีกซ้าย โรคนี้มักไม่มีอันตรายร้ายแรง และส่วนใหญ่จะหายได้เอง แต่บางรายหลังแผลหายแล้วอาจมีอาการปวดประสาทนานเป็นแรมปี หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงตามมาได้ และจากความเชื่อที่ว่า เป็นรอบเอวแล้วตายนั้น จริงๆ แล้วไม่ใช่ เพราะที่เสียชีวิตอาจเป็นเพราะร่างกายอ่อนแอ ขาดภูมิต้านทานโรค การรู้จักรักษาร่างกายให้แข็งแรง เสริมภูมิต้านทานโรคให้สมบูรณ์อยู่เสมอ จึงมีความสำคัญในการป้องกันโรคและระงับความรุนแรงของโรค

 

ปัจจุบันมีการใช้วัคซีนในการป้องกันโรคงูสวัดโดยมีข้อบ่งใช้ในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี ขึ้นไป ซึ่งพบว่าวัคซีนสามารถลดอุบัติการณ์การเกิดโรคงูสวัดร้อยละ 51.3 และป้องกันการเกิดอาการเจ็บแสบร้อนตามแนวเส้นประสาทในผู้ป่วยที่เป็นโรคงูสวัดได้ร้อยละ 66.5 วัคซีนชนิดนี้ มีใช้ในประเทศสหรัฐอเมริกาแล้วประมาณ 10 ปี ประเทศไทยเริ่มใช้วัคซีนป้องกันโรคงูสวัด เมื่อปลายปี พ.ศ. 2557 ที่ผ่านมา สำหรับคนที่เคยเป็นโรคอีสุกอีใสมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคงูสวัดได้ทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี ขึ้นไป เพราะผู้สูงอายุมีระบบภูมิคุ้มกันที่ลดลง และทำให้เชื้อไวรัสที่ซ่อนอยู่ในร่างกายแสดงอาการและก่อให้เกิดโรคงูสวัดออกมา อาการแทรกซ้อนของโรค เกิดแผลเป็น ติดเชื้อแบคทีเรียที่แผล ถ้าเป็นบริเวณตาอาจสูญเสียการมองเห็น อาการแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นบ่อยคือ อาการปวดเจ็บแสบร้อนตามแนวเส้นประสาท ภายหลังการเป็นโรคงูสวัด (postherpetic neuralgia) ผู้ป่วยอาจมีอาการเป็นสัปดาห์หรือหลายเดือน ซึ่งพบบ่อยและรุนแรงขึ้นในผู้ที่มีอายุมากขึ้น โดยอาการปวดที่เกิดขึ้นอาจปวดเล็กน้อยจนถึงปวดรุนแรงจนทำให้ผู้สูงอายุทรมานจากการปวดจนไม่สามารถอยู่อย่างปกติได้

 

นพ.ธนารักษ์ สถาพรวรศักดิ์ อายุรแพทย์ประจำโรงพยาบาลพญาไท 2 กล่าวว่า โรคงูสวัดเกิดจากการติดเชื้อ ไวรัสชื่อ วาริเซลลา ซอสเตอร์ ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสชนิดเดียวกันกับที่ทำให้เกิดโรคอีสุกอีใส โดยทั่วไปผู้สูงอายุมักเคยเป็นโรคอีสุกอีใสตั้งแต่วัยเด็กแล้ว แต่หลังจากที่หายจากโรคอีสุกอีใส เชื้อไวรัสจะยังคงซ่อนเร้นอยู่ในร่างกาย และเมื่ออายุมากขึ้นหรือเมื่อร่างกายอ่อนแอลง ไวรัสชนิดนี้จะทำให้เป็นโรคงูสวัดได้ ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงของโรคงูสวัด คือทุกคนที่เคยเป็นโรคอีสุกอีใสมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคงูสวัด แต่ความเสี่ยงจะเพิ่มสูงขึ้นในผู้สูงอายุ และผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ อาการแทรกซ้อนของโรคงูสวัด คือ เกิดแผลเป็นเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียที่แผล ถ้าเป็นบริเวณตาอาจทำให้เกิดการสูญเสียการมองเห็น อาการแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นบ่อยคือ อาการปวดเจ็บแสบร้อนตามแนวเส้นประสาทภายหลังการเป็นโรคงูสวัด (postherpetic neuralgia) ผู้ป่วยอาจมีอาการเป็นสัปดาห์หรือหลายเดือน ซึ่งพบบ่อยและรุนแรงขึ้น ในผู้ที่มีอายุมากขึ้น โดยอาการปวดที่เกิดขึ้นอาจปวดเล็กน้อยจนถึงปวดรุนแรงจนทำให้ผู้สูงอายุทรมานจากการปวดจนไม่สามารถอยู่อย่างปกติได้ สำหรับการป้องกันโรคงูสวัด ปัจจุบันมีการใช้วัคซีนในการป้องกันโรคงูสวัด โดยมีข้อบ่งใช้ในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป ซึ่งพบว่าวัคซีนสามารถลดอุบัติการณ์การเกิดโรคงูสวัด และป้องกันการเกิดอาการเจ็บแสบร้อนตามแนวเส้นประสาทในผู้ป่วยที่เป็นโรคงูสวัดได้ การฉีดวัคซีนป้องกันงูสวัดเริ่มให้ได้ตั้งแต่อายุ 50 ปีขึ้นไป โดยฉีดเพียงเข็มเดียว และยังไม่มีความจำเป็นต้องฉีดกระตุ้น

 

วันนี้ทางศูนย์วัคซีน โรงพยาบาลพญาไท 2 พร้อมเป็นศูนย์กลางในการป้องกันคนที่คุณรักให้ห่างจากความเจ็บปวดที่เกิดจากโรคงูสวัด
นพ. ธนารักษ์ สถาพรวรศักดิ์
อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ศูนย์อายุรกรรม โรงพยาบาลพญาไท 2
Loading...

แชร์


Loading...