ต่อมไทรอยด์เป็นต่อมที่ใหญ่ที่สุดในระบบต่อมไร้ท่อในร่างกาย อยู่ตรงส่วนหน้าของลำคอ บริเวณใต้ลูกกระเดือกลงมา มีลักษณะคล้ายผีเสื้อกางปีกทั้งสองข้าง มีหน้าที่หลักสร้างและหลั่งไทรอยด์ฮอร์โมนออกมาสู่กระแสเลือด เพื่อทำหน้าที่อีกหลายอย่างให้ร่างกาย เช่น ช่วยในการเผาผลาญอาหารเพื่อให้เกิดพลังงาน ทำให้เซลล์ต่างๆ ทำงานเป็นปกติ รักษาอุณหภูมิในร่างกาย กระตุ้นการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือดส่วนหนึ่ง เป็นต้น
โรคไทรอยด์ลักษณะไหนที่จำเป็นจะต้องผ่าตัด
ความผิดปกติของต่อมไทรอยด์จะมีได้หลายลักษณะ หลักๆ จะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ
- ต่อมไทรอยด์สร้างฮอร์โมนผิดปกติ โดยอาจจะมีเนื้องอกหรือไม่มีก็ได้
- ต่อมไทรอยด์สร้างฮอร์โมนปริมาณปกติ แต่มีเนื้องอกเกิดขึ้นมาซึ่งจะรักษาต่างกัน
ถ้ามีการสร้างฮอร์โมนผิดปกติ แพทย์จะรักษาด้วยการคุมฮอร์โมนของต่อมไทรอยด์ ซึ่งต้องใช้ยาหรือการกลืนแร่ไอโอดีน เพื่อทำให้ตัวต่อมไทรอยด์กลับมาทำงานปกติ ซึ่งไม่ได้ใช้การผ่าตัดรักษาเป็นหลัก แต่ถ้ารักษาด้วยยาไม่ได้ผลก็อาจจะต้องผ่าตัด
ส่วนที่มีเนื้องอกที่ต่อมไทรอยด์ จะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่เป็นเนื้องอกธรรมดา กับ กลุ่มที่เป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์ สำหรับเนื้องอกธรรมดาถ้าก้อนไม่ใหญ่ ก็ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดทุกราย แค่ทานยาเสริมฮอร์โมนเข้าไป เนื้องอกก็อาจจะเล็กลงได้แต่ในกลุ่มที่เป็นมะเร็งจำเป็นต้องรับการรักษาโดยการผ่าตัด ทั้งนี้ทั้งนั้นการที่แพทย์จะพิจารณาให้คนไข้ผ่าตัด ต้องดูหลายๆ ปัจจัยประกอบร่วมด้วย เช่น เนื้องอกไปเบียดทางเดินหายใจ คนไข้บางรายไม่ได้เป็นมะเร็ง แต่เนื้องอกมีลักษณะคล้ายจะเป็นมะเร็ง หรือมีปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้มีโอกาสเป็นมะเร็งมากขึ้น เช่น คนไข้มีประวัติเคยได้รับรังสีบริเวณลำคอมาก่อน หรือมีประวัติในครอบครัวเคยเป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์ แพทย์ก็จะพิจารณาเรื่องของการรักษาโดยการผ่าตัดมากขึ้น
การผ่าตัดไทรอยด์
แต่เดิมนั้นการผ่าตัดไทรอยด์ใช้วิธีผ่าตัดเปิดหน้าลำคอ ซึ่งได้ผลดี แต่มีข้อเสียคือทำให้มีรอยแผลเป็นยาว8-10 เซนติเมตร ถ้าเนื้องอกใหญ่มาก แผลก็จะใหญ่กว่านั้น ยิ่งทำให้แผลเป็นยาวมากขึ้น และบางคนอาจเป็นคีลอยด์ ซึ่งมองเห็นได้ชัด ดูไม่สวยงาม อาจส่งผลกระทบต่อจิตใจ และคนไข้บางรายอาจต้องใช้รูปร่างหน้าตาในการทำงาน ก็จะทำให้เสียโอกาสในชีวิตไป ทางการแพทย์จึงได้พยายามคิดค้นหาวิธีทำให้แผลเล็กลง ด้วยการผ่าตัดผ่านกล้อง (Direct Cervical Approach)แต่ก็ยังมีแผลเล็กๆ หน้าลำคออยู่ดี ต่อมาจึงมีการคิดวิธีย้ายแผลไปไว้ในจุดที่มองไม่เห็นหรือผ่าตัดแบบซ่อนแผล (Extra Cervical Approach) ซึ่งทำได้หลายทาง เช่น รักแร้ ใต้กระดูกไหปลาร้า บริเวณรอบหัวนม สามารถผ่าเปิดแผลเข้าไปหาต่อมไทรอยด์โดยผ่านชั้นใต้ผิวหนังได้ ซึ่งต้องใช้อุปกรณ์ช่วย เช่น กล้องหุ่นยนต์บางครั้งอาจต้องใช้แก๊สเข้ามาช่วยถ่างขยายตัวชั้นผิวหนัง ทำให้บางครั้งอาจมีผลข้างเคียงจากการใช้อุปกรณ์ช่วยเหล่านี้บ้าง และคนไข้อาจเจ็บแผลหลังผ่าตัดมากกว่า เนื่องจากแผลกว้างกว่า
ล่าสุดจึงมีการคิดวิธีผ่าตัดเปิดแผลบริเวณหลังหู แล้วมุ่งตรงไปผ่าตัดเนื้องอกที่ไทรอยด์ได้เลย ซึ่งเป็นวิธีที่ดี เพราะระยะทางผ่านหลังหูมาถึงต่อมไทรอยด์นั้นสั้นกว่าจากรักแร้เข้าไป เจ็บน้อยกว่า โดยที่ได้ผลดีและอาจมีผลข้างเคียงไม่แตกต่างจากการผ่าตัดเปิดหน้าลำคอ
ข้อจำกัดของการผ่าตัดแบบซ่อนแผลหลังหู
การผ่าตัดไทรอยด์ด้วยวิธีซ่อนแผลหลังหู แทบจะไม่แตกต่างจากการผ่าตัดแบบเปิดหน้าลำคอเลย ข้อดีข้อเด่นของวิธีนี้มีเพียงการช่วยซ่อนแผลไว้ให้ลับตาคนเท่านั้น
นอกจากนี้ยังมีข้อจำกัดบางประการ คือการผ่าตัดวิธีนี้เหมาะกับเนื้องอกที่มีขนาดเล็ก ไม่เกิน 4-5 เซนติเมตร แต่ถ้าคนไข้คอบาง ผิวหนังสามารถยืดได้มาก ก็อาจจะพอผ่าตัดได้ และการผ่าตัดแบบซ่อนแผลหลังหู ไม่ใช่การผ่าตัดเล็ก ดังนั้นคนไข้ต้องเตรียมตัวก่อนและหลังการผ่าตัดเช่นเดียวกับการผ่าตัดใหญ่ โดยใช้เวลานอนพักฟื้นที่โรงพยาบาล 3-5 วัน (ถ้าไม่มีอาการแทรกซ้อนใดๆ ตามมา)
