โรคของผู้หญิงนั้นมีความละเอียดอ่อน ยิ่งเกี่ยวกับอวัยวะภายในด้วยแล้ว ต้องหมั่นเอาใจใส่ อย่ามัวเขินอายจนไม่กล้ามาตรวจวินิจฉัย เพราะเทคโนโลยีสมัยนี้พัฒนาไปมากแล้ว อย่าง “การผ่าตัดผ่านกล้องโพรงมดลูก” ก็เป็นหนึ่งในวิธีการรักษาที่ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด
เทคนิค “การผ่าตัดผ่านกล้องโพรงมดลูก” เป็นอย่างไร?
พญ.อรัญญา ยันตพันธ์ สูตินรีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดส่องกล้องทางนรีเวช โรงพยาบาลพญาไท 2 อธิบายให้เราฟังว่า “ การผ่าตัดผ่านกล้องโพรงมดลูก หรือ Hysteroscopy เป็นการเรียกวิธีที่เอากล้องสอดเข้าไปในมดลูกเพื่อผ่าตัดรอยโรคที่อยู่ทางช่องคลอด ซึ่งกล้องจะมีขนาดตั้งแต่ 1.9 มม. 3 มม. ไปจนถึง 12 มม. แล้วแต่ลักษณะของการผ่าตัด แต่โดยทั่วไปในปัจจุบันก็จะไม่เกิน 4-5 มม. ซึ่งจะใช้กับการผ่าตัดเนื้องอกที่อยู่ในโพรงมดลูก ติ่งเนื้อ เยื่อบุโพรงมดลูก หรือผ่าตัดเพื่อการวินิจฉัยภาวะเลือดออกผิดปกติ หรือมดลูกผิดปกติ”
การผ่าตัด Hysteroscopy กับ Laparoscopy ต่างกันอย่างไร
สำหรับหลายคนที่สับสนระหว่างสองคำนี้ คุณหมอมีคำอธิบายที่ฟังแล้วเข้าใจได้ง่ายๆ มาฝากกัน “Laparoscopy คือการผ่าตัดส่องกล้องผ่านช่องท้องเพื่อวินิจฉัยและทำการผ่าตัด ในขณะที่ Hysteroscopy คือการส่องกล้องผ่านทางปากมดลูกเข้าไปในโพรงมดลูกเพื่อวินิจฉัยความผิดปกติภายในมดลูก และสามารถทำการผ่าตัดได้โดยไม่ต้องเปิดแผลหน้าท้องและผนังมดลูกเพื่อเข้าไปตัดเนื้องอกในโพรงมดลูก”
มีวิธีเลือก “วิธีการผ่าตัด” อย่างไร
นอกจากเลือกจากตำแหน่งของรอยโรคแล้ว คุณหมอบอกว่าต้องดูความต้องการของคนไข้ด้วย “อย่างบางคนก็ต้องการรักษาแบบ Conservative Surgery ที่อยากให้มีการบาดเจ็บต่อมดลูก รังไข่ และอวัยวะต่างๆ น้อยที่สุด ส่วนใหญ่จะเป็นในกลุ่มของคนที่ต้องการมีบุตรในอนาคต อย่างในเคสที่ต้องการผ่า Hysteroscopy จะเหมาะกับการรักษาพวกที่มีติ่งเนื้อเล็กๆ หรือเนื้องอกไม่เกิน 3 มม. ที่เข้ามาในโพรงมดลูก” ส่วนใหญ่ที่ค่อนข้างจะมีปัญหา คือเคสที่มีเนื้องอกขนาดใหญ่มากๆ ยื่นเข้าไปในโพรงมดลูก เพราะพวกนี้จะทำการรักษาได้ยาก มีการเสียเลือดเยอะ และมีโอกาสบาดเจ็บกับลำไส้ได้ง่าย ซึ่งคุณหมอจะต้องพิจารณาความเหมาะสมเป็นรายๆ ไป
อะไร…คือข้อจำกัดของการผ่าตัดส่องกล้อง
อย่างที่บอกว่าการผ่าตัดนั้นจะต้องพิจารณาเป็นเคสๆ ไป ว่าสามารถผ่าตัดส่องกล้องได้หรือไม่ เพราะหากเนื้องอกมีขนาดใหญ่ การผ่าตัดส่องกล้องอาจไม่ใช่วิธีการรักษาที่เหมาะสม “ต้องคำนึงถึงภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ด้วย เช่น การดมยาสลบ การบาดเจ็บที่อาจเกิดต่ออวัยวะอื่นๆ การบาดเจ็บของเส้นเลือด และในคนไข้ที่มีการผ่าตัดมาแล้วเกิน 3 ครั้ง ส่วนใหญ่เราจะไม่เลือกผ่าตัดส่องกล้อง หรือคนไข้ที่อายุมาก ก็อาจมีโรคแทรกซ้อนมาก ก็ต้องระวังด้วยเหมือนกัน” ทั้งนี้ประสบการณ์ของแพทย์และทีมบุคลากรก็เป็นสิ่งสำคัญ
ไม่มีอะไร 100%…สิ่งสุดท้ายที่คุณหมออยากฝาก
“ในปัจจุบันนี้ก็มีวิธีการรักษาที่ทันสมัยให้เลือกมากมาย ไม่ใช่เฉพาะแต่การตรวจภายใน และก็ไม่มีอะไร 100% ในวงการแพทย์ ถึงไม่มีอาการเลย แต่ก็อาจมีความเสี่ยงในการเป็นโรคร้ายได้เหมือนกัน ซึ่งการพบแพทย์ตั้งแต่ระยะต้นๆ จำทำให้การรักษาเป็นไปได้ดีขึ้น ง่ายขึ้น ปลอดภัยขึ้น และการพบแพทย์ก็จะทำให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำกว่าการไปเสิร์จหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต เพราะบางครั้งนั้นก็เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนบุคคล ไม่ได้เป็นข้อมูลที่เป็น Standard ที่ทำให้หลายๆ คนเกิดความวิตกกังวลกันมากเกินความเป็นจริง”
พญ. อรัญญา ยันตพันธ์
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดส่องกล้องทางนรีเวช
ศูนย์สุขภาพหญิง โรงพยาบาลพญาไท 2
