คำว่า “มะเร็งเต้านม” จะไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอีกต่อไป หากดูแลเอาใจใส่ตรวจเต้านมอย่างสม่ำเสมอ เพราะถ้าสามารถตรวจพบได้ตั้งแต่ในระยะเริ่มแรก โอกาสที่จะสามารถรักษาหายขาดจะยิ่งมีมากขึ้น
ปัจจัยเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านม
เพราะ “สาเหตุการเกิดมะเร็งเต้านมนั้นยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด” จึงไม่มีวัคซีนป้องกัน แต่สิ่งสำคัญของมะเร็งเต้านม คือปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคนี้..
- อายุ เนื่องจากอายุที่เพิ่มขึ้น เซลล์ของท่อน้ำนมในผู้สูงอายุจะแบ่งตัวผิดปกติได้มากขึ้นกว่าคนอายุน้อย ดังนั้นอายุมากขึ้น…โอกาสการเป็นมะเร็งเต้านมจะเพิ่มมากขึ้นด้วย
- การตั้งครรภ์, ให้นมบุตร คนที่ไม่เคยตั้งครรภ์และให้นมบุตรจะมีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมมากกว่าคนที่ตั้งครรภ์และให้นมบุตร เนื่องจากเซลล์เต้านมจะเจริญเติบโตสูงสุดต้องมีการสร้างน้ำนมออกมา และหากไม่เคยมีการสร้างน้ำนมขึ้นจะเกิดการแบ่งตัวผิดปกติได้ง่าย ผู้หญิงที่มีบุตรและให้นมบุตรจึงมีโอกาสเป็นมะเร็งน้อยกว่า
- ยาคุมกำเนิด ฮอร์โมนเพศหญิงเอสโตรเจน ถ้ากินติดต่อกันเกิน 5 ปี โอกาสเสี่ยงจะเพิ่มขึ้น! เพราะยาคุมกำเนิดชนิดรับประทานเหมาะแก่การคุมกำเนิดระยะสั้นไม่เหมาะในระยะยาว
- พันธุกรรม บุคคลที่มีประวัติครอบครัวสายตรงเป็นมะเร็งเต้านมจะมีโอกาสเสี่ยงประมาณ 10 %
ลักษณะอาการของโรคมะเร็งเต้านม
อาการที่พบได้บ่อย คือมีก้อนบริเวณเต้านม ส่วนอาการอื่นๆ เช่น มีอาการเลือดออกที่หัวนม ร้อยละ 90 จะไม่ใช่มะเร็ง แต่เป็นเนื้องอกในท่อน้ำนม มีเพียง 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่เป็นมะเร็ง ซึ่งโดยปกติแล้วนั้น…โรคมะเร็งเต้านมไม่มีสัญญาณเตือนให้ระวัง ถ้ามีอาการนั่นแสดงว่าเป็นมากแล้วสิ่งที่พึงระวังเกี่ยวกับอาการคือ “หากมีอาการเจ็บมักไม่ค่อยเป็น แต่ไม่มีอาการมักจะเป็น” สิ่งเหล่านี้จึงเป็นเรื่องสำคัญที่นำไปสู่การดูแลตนเองเพื่อการตรวจให้พบตั้งแต่ในระยะเริ่มแรก
การตรวจ(มะเร็ง)เต้านม…หนทางเพิ่มโอกาสหายขาด
- ผู้ที่อายุเกิน 20 ปี ควรคลำเต้านมด้วยตนเองเดือนละครั้ง…หลังหมดประจำเดือน 7 วัน! โดยไม่ต้องกังวลถึงรูปแบบในการตรวจ เน้นเพียงว่าคลำและพบก้อนหรือไม่? เพราะการตรวจด้วยตนเองจะสังเกตได้ง่ายหากเกิดความผิดปกติ และควรตรวจโดยแพทย์ทุกๆ 3 ปี
- ผู้ที่อายุน้อยกว่า 35 ปี สามารถตรวจเฉพาะอัลตร้าซาวนด์ (Ultrasound) เพียงอย่างเดียวอย่างน้อย 1 ครั้ง
- ผู้ที่อายุ 35 ปีขึ้นไป ควรตรวจแมมโมแกรม (Digital mammogram) และอัลตร้าซาวนด์ (Ultrasound) อย่างน้อย 1 ครั้ง
- ผู้ที่อายุเกิน 40 ปี ควรตรวจแมมโมแกรม (Digital mammogram) และอัลตร้าซาวนด์ (Ultrasound) ปีละครั้ง
การวินิจฉัยและการรักษา
แพทย์จะไม่สรุปผลจากการตรวจโดยแพทย์หรือแมมโมแกรมและอัลตร้าซาวด์เท่านั้น แต่ต้องซักประวัติเพื่อหาปัจจัยเสี่ยงร่วมด้วย! พร้อมทั้งเจาะนำตัวอย่างชิ้นเนื้อไปตรวจเพื่อให้ทราบผลที่แน่ชัดอีกครั้ง จึงสามารถสรุปได้
กรณีพบมะเร็งสามารถรักษาได้ 5 วิธี คือ การผ่าตัด, การใช้เคมีบำบัด, การฉายแสง, การใช้ยาต้านฮอร์โมนและการรักษาแบบพุ่งเป้า (Target Therapy ) ซึ่งระยะของโรคนั้นสามารถระบุได้ภายหลังการผ่าตัด จึงทำให้สามารถกำหนดแนวทางการรักษาต่อไป
มะเร็งเต้านม ป้องกันไม่ได้…แต่ลดความเสี่ยงได้นะ!!
เนื่องจากยังไม่ทราบสาเหตุจึงยังไม่สามารถหาวิธีป้องกันได้ สิ่งที่ดีที่สุด…คือการตรวจเต้านมด้วยตนเองและป้องกันจากปัจจัยเสี่ยง!! อย่างเช่น การให้นมบุตรน้อยลง หรือมีบุตรเมื่ออายุมากขึ้น ซึ่งจริงๆ แล้วผู้หญิงควรมีบุตรคนแรกไม่เกินอายุ 30 ปี
นอกจากนี้…ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ไม่สามารถควบคุมได้ ซึ่งก็คือ การมีประจำเดือนเร็วหรือหมดช้า และการที่คนในครอบครัวมีประวัติเคยเป็นมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งรังไข่
ดูแลเรื่องปัจจัยเสี่ยงแล้ว..อีกหนึ่งสิ่งที่สามารถทำได้ คือ การดูแลตนเอง โดยรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกาย ความคุมไขมัน และปรึกษาสูตินรีแพทย์ในการคุมกำเนิด พร้อมให้ความสำคัญกับการตรวจคัดกรอง…เพราะมะเร็งเต้านมรักษาได้ หากตรวจพบในระยะแรก!!!
ศัลยแพทย์ประจำศูนย์รักษ์เต้านม
ศูนย์รักษ์เต้านม โรงพยาบาลพญาไท 2
