ผู้ที่มีปัญหาเรื่องระบบการทรงตัว ไม่ว่าจะเป็นปัญการจาก ระบบรับการทรงตัวของหูชั้นใน หรือที่เรียกกันว่าน้ำในหูไม่เท่ากัน หรือปัญหาจากระบบประสาทสัมผัสทั่วไป การทำงานของกล้ามเนื้อและข้อต่อ หรือระบบการมองเห็นก็ตาม ควรรับการตรวจวัดระดับความสมดุลนี้
การตรวจนี้สามารถบ่งชี้อะไรได้บ้าง
- วิเคราะห์และหาความเสี่ยงต่อการหกล้มในบุคคลกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ เพื่อป้องกันความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นภายหลังการหกล้ม
- ใช้ในการออกแบบวิธีฟื้นฟูผู้ป่วยที่มีปัญหาการทรงตัวอย่างแท้จริงจากผู้ป่วยอื่นๆ เช่น ผู้ป่วยที่มีความวิตกกังวล หรือ ผู้ป่วยทางจิตเวช
- เพื่อช่วยในการออกแบบวิธีฟื้นฟูผู้ป่วยที่มีปัญหาการทรงตัวภายหลังจากเกิดอุบัติเหตุ หรือมีพยาธิสภาพบริเวณสมอง เช่น ก้อนเนื้องอก ปัญหาเกี่ยวกับหลอดเลือด หรือในผู้ป่วยพาร์กินสัน เป็นต้น
- เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมภายหลังการรักษา ทั้งจากการรักษาด้วยตัวยา การรักษาด้วยการผ่าตัด หรือหลังทำกายภาพบำบัด
ข้อจำกัดในผู้ที่ไม่สามารถรับการตรวจได้ มีใครบ้าง
- ผู้ป่วยเด็กที่อายุน้อยกว่า 3 ปีหรือไม่สามารถร่วมมือขณะทำการตรวจ
- ผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า 80 ปี
- ผู้ป่วยที่มีน้ำหนักน้อยกว่า 14 กิโลกรัม หรือมีน้ำหนักมากกว่า 200 กิโลกรัม
- ผู้ป่วยที่มีความสูงมากกว่า 200 เซนติเมตร
- ผู้ป่วยที่มีการรับรู้ความรู้สึกตัวลดลง หรือได้รับยาที่มีผลต่อความรู้สึกตัว
ก่อนทำการตรวจ ต้องเตรียมตัวยังไง
- ไม่ควรรับประทานอาหารก่อนการทดสอบ เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนขณะตรวจ
- ควรงดยาที่มีผลต่อการรับรู้ความรู้สึกตัวก่อนการทดสอบ
- ควรถอดรองเท้าขณะทำการทดสอบ เพื่อผลที่ถูกต้องแม่นยำ และลดการเกิดอุบัติเหตุขณะตรวจ
ขั้นตอนการทดสอบมีอะไรบ้าง
- การตรวจเพื่อดูการตอบสนองของระบบประสาทสัมผัสที่ควบคุมในการทรงตัวในสถานการณ์ต่างๆเช่น ทดสอบการทรงตัวขณะหลับตา /ลืมตา / หรือมีการขยับของนิ้วสัมผัสหรือสิ่งแวดล้อมภายนอก
- การตรวจประเมินความสามารถการตอบสนองการทรงตัวแบบอัตโนมัติเมื่อมีสิ่งรบกวนจากภายนอกมากระตุ้น
- การตรวจประเมินความสามารถการตอบสนองการทรงตัวแบบอัตโนมัติเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงพื้นผิวลาดเอียงโดยไม่คาดคิด
นอกเหนือจากนี้ ยังมีความสามารถในการทรงตัวในสถานการณ์ต่างๆ เพื่อออกแบบการฟื้นฟูระบบทรงตัวที่เหมาะสมแก่ผู้ป่วยแต่ละราย เช่น ความสามารถในการเคลื่อนตัวออกจากศูนย์ถ่วงของร่างกาย การถ่ายเทน้ำหนัก หรือ รักษาเสถียรภาพเมื่อทรงตัวด้วยขาข้างเดียว เป็นต้น
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากการทดสอบ
- การหกล้มขณะตรวจ ซึ่งควรใส่อุปกรณ์พยุงร่างกายและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ผู้ทดสอบอย่างเคร่งครัด
- ความเหนื่อยล้าจากการทดสอบ เนื่องจากเป็นการทดสอบที่ใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 30 นาที
- อาการเวียนศีรษะ หน้ามืด คลื่นไส้ อาเจียน
