สมองเสื่อม อาจเป็นโรคที่หลายๆคนมองข้าม ต่างจากโรคมะเร็งหรือโรคหัวใจ ทั้งที่จริงๆ แล้ว…สมองเสื่อมเป็นโรคที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก แต่หากรู้เร็ว…โรคนี้ก็สามารถรักษาให้หายขาดได้นะ
อาการผิดปกติ…เมื่อเกิดภาวะสมองเสื่อม
- ความจำบกพร่องและความสามารถในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ลดลง เช่น จำเหตุการณ์ในระยะสั้นๆไม่ได้ ถ้าเป็นมากจะจำเหตุการณ์ในอดีต และจำบุคคลที่รู้จัก รวมถึงเริ่มจำบุคคลใกล้ชิดไมได้
- การใช้ภาษาบกพร่อง เช่น นึกคำพูดไม่ออก ใช้คำพูดไม่ถูกต้อง การเขียน การอ่านไม่ถูกต้อง หรือทำไม่ได้
- ไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้เหมือนเคย การช่วยเหลือตัวเองได้น้อยลง เช่น การรับประทานอาหาร การอาบน้ำขับถ่าย ทำเองไม่ได้หรือทำไม่ถูกต้อง
- มีการเปลี่ยนแปลงของอารมณ์และบุคลิกภาพ อาจหงุดหงิด ก้าวร้าว ซึมเศร้า เฉยเมยไร้อารมณ์
- นอนไม่หลับ ประสาทหลอน เห็นภาพหลอน หวาดระแวง และวิตกกังวล
การตรวจวินิจฉัย
- ตรวจร่างกาย ซักประวัติ อาการ ตรวจร่างกายทางระบบประสาท และการทดสอบสภาพจิตในด้าน ความจำ การเรียนรู้ การใช้ภาษา การคิดคำนวณ การรู้เวลาสถานที่ การวางแผนทางความคิด
- การตรวจเลือด เพื่อดูการทำงานของต่อมไทรอยด์ของตับ ของไต และดูระดับเกลือแร่ ที่อาจเป็นสาเหตุ
- การเอ็กซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า(MRI Brain) หรือตรวจคลื่นสมอง (EEG) เพื่อช่วยในการวางแผนการรักษา
- อาจมีการเจาะน้ำไขสันหลังส่งตรวจวิเคราะห์ ในรายที่สงสัยว่ามีภาวะติดเชื้อในสมอง
แนวทางการรักษา
- แพทย์มุ่งเน้นรักษาที่สาเหตุ ในโรคที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เช่น โรคหลอดเลือดในสมอง โรคติดเชื้อในสมอง ต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ โพรงน้ำสมองโต เนื้องอกในสมอง ภาวะขาดโฟเลท ขาดวิตามินบี 12 การได้รับยาเกินขนาด เป็นต้น ผู้ป่วยกลุ่มนี้หากรักษาได้ถูกต้องและทันเวลา สมองถูกทำลายไม่มาก ผู้ป่วยอาจจะกลับเป็นปกติได้ ถ้ารักษาช้าไปอาจมีความทุพลภาพอยู่มาก
- มุ่งเน้นการรักษาแบบประคับประคองอาการ เนื่องจากในกลุ่มที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เช่น โรคอัลไซเมอร์ โรคมะเร็งสมองระยะลุกลาม สมองติดเชื้อในผู้ป่วยโรคเอดส์บางอย่างอาจรักษาด้วย การให้ยาเพียงประคับประคองอาการ แต่ไม่สามารถหยุดขบวนการเสื่อมของสมองได้ ต้องอาศัยการดูแลที่ดีและญาติมีความเข้าใจ จะช่วยให้ผู้ป่วยมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น และที่สำคัญคือเพิ่มคุณภาพชีวิตทั้งของผู้ป่วยและญาติ
วิธีการรักษาแบบประคับประคอง
- การรักษาด้วยยา เพื่อบรรเทาอาการทางจิตประสาท (เช่น ภาวะหลอน หรือก้าวร้าว) ลดปัญหานอนไม่หลับหรือ ให้วิตามิน เกลือแร่ ในกรณีขาดสารอาหาร
- การทำกายภาพบำบัด เพื่อฝึกกล้ามเนื้อให้แข็งแรง ป้องกัน ข้อติด กล้ามเนื้อลีบ การฝึกเต้น ฝึกช่วยเหลือตนเองเป็นต้น
- การทำกิจกรรมบำบัด เพื่อกระตุ้นการใช้ความคิด การคำนวณ การอ่าน ฝึกสมาธิ ฝึกการจำ บรรเทาอาการซึมเศร้า เช่น การเล่นเกม วาดรูป เต้นรำ การพูดถึงเหตุการณ์ในอดีต และปัจจุบัน ซึ่งกิจกรรมดังกล่าว ผู้ดำเนินกิจกรรมต้องได้รับการอบรมฝึกฝนมาอย่างดี
- ในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงระยะท้ายของโรค อาจช่วยเหลือตัวเองไมได้เลย ต้องเน้นการดูแลเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่างๆที่เกิดจากการเคลื่อนไหวร่างกายได้น้อย นอนอยู่บนเตียงนานๆ ภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญ ที่พบบ่อยๆ ได้แก่ ปอดบวม แผลกดทับ การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ เป็นต้น ระยะนี้ควรดูแลให้ผู้ป่วยได้รับความสุขสบายมากที่สุด
สมองเสื่อม สามารถป้องกันได้นะ
ปัจจัยที่ทำให้สมองเสื่อมนั้น มีหลายปัจจัยที่เราสามารถป้องกันหลีกเลี่ยงได้ และบางชนิดรักษาให้หายขาดได้ และถึงแม้ว่าบางประเภทจะรักษาไม่หายขาด แต่สิ่งที่เราควรทำที่สุดคือให้เริ่มดูแลสมองกันเสียตั้งแต่หนุ่มสาว และเริ่มวันนี้ ไม่ต้องรอให้อายุมากแล้วจึงจะหันมาสนใจ สิ่งสำคัญที่ควรทำ ได้แก่ การรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ ปริมาณที่พอดี ดื่มน้ำสะอาดที่เพียง ความต้องการของร่างกาย เน้นผักผลไม้ เนื่องจากมีวิตามิน และเกลือแร่ การพักผ่อนที่พอเพียงและเป็นเวลา เพื่อให้สมองได้พักผ่อนไปด้วย มีการฝึกสมองบ้าง เพื่อกระตุ้นการทำงาน เช่น ฝึกเล่นเกมคำนวณ การทำงานฝีมือ งานศิลปะ หลีกเลี่ยงการทำร้ายสมอง ด้วยการดื่มแอลกอฮอล์ สารเสพติด บุหรี่ ควันพิษ การอดนอน การไม่สำส่อนทางเพศ เพื่อป้องกันโรคเอดส์ โรคซิฟิลิส และหากมีโรคประจำตัวควรรักษา ควบคุมโรคให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ไขมันในเลือด จะเป็นการป้องกันไม่ให้โรคลุกลามรุนแรง จนทำให้สมองเสื่อม
การส่งเสริมความรักความเข้าใจในครอบครัวความอบอุ่น จะเป็นภูมิต้านทานโรคเครียดและต่อสู้ปัญหาจากการทำงานและสังคมรอบตัวได้ดีที่สุด กรณีที่มีการดำเนินโรคของสมองเสื่อมตกอยู่ในกลุ่มที่รักษาไม่ได้การได้รับการดูแลวางแผนการรักษาที่ดี จะเป็นการชลอปัญหาให้ผู้ป่วยลดการพึ่งพา และช่วยให้ครอบครัว และผู้ดูแลมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดอย่างแน่นอน
พญ. สิรารัตน์ โมรรัต
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาท
ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลพญาไท 2
