เป็นวิธีการใช้กล้องสอดผ่านจากปากลงสู่คอไปยังลำไส้เล็กส่วนต้น เพื่อตรวจหาความผิดปกติในหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้น ในผู้ป่วยที่มีอาการผิดปกติ ดังนี้
- ผู้ป่วยมีอาการจุกแน่นที่ลิ้นปี เป็นเรื้อรังเป็นๆ หาย
- ผู้ที่มีอาการกรดไหลย้อนที่รักษามาแล้ว 2 สัปดาห์แต่อาการไม่ดีขึ้น
- ผู้ที่มีอาการกลืนเจ็บ กลืนติด หรือกลืนลำบาก
- ผู้ที่มีภาวะซีด เลือดจาง ไม่ทราบสาเหตุ
- ผู้ที่มีอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักลดลง ไม่มีสาเหตุ
- ผู้ที่มีอาการอาเจียนออกเป็นเลือด หรือถ่ายอุจจาระดำ
ประโยชน์ที่จะได้จากการส่องกล้อง คือ สามารถตรวจวินิจฉัย ประเมินและรักษาโรคของหลอดอาหาร กระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น เช่นการตีบ การอักเสบ เป็นแผล การเป็นมะเร็งและภาวะเลือดออก โดยสามารถตัดเนื้อเยื่อหรือทำให้เลือดหยุดจากการส่องกล้องตรวจได้
ขั้นตอนและวิธีการตรวจ
- ผู้ป่วยต้องได้รับการประเมินสุขภาพก่อนตรวจ ควรแจ้งโรคประจำตัวและยาที่ใช้อยู่ประจำให้แพทย์ทราบ
- งดน้ำและอาหารก่อนการตรวจ 4-6 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้อาหารมากีดขวางการมองเห็น และป้องกันการลำลักในระหว่างตรวจ
- ถ้ามีฟันปลอม ควรต้องเอาออกไปด้วย
- จากนั้นจะพ่นยาชาในปาก เพื่อลดความรู้สึกระคายเคืองในคอในระหว่างและหลังการส่องกล้อง แล้วส่องกล้องโดยแพทย์ใช้เวลาในการตรวจไม่นาน ราว 10 นาที ระหว่างนี้ผู้ป่วยจะใช้ยาช่วยให้นอนหลับเพื่อลดความกังวลหรือไม่ก็ได้
- หลังส่องกล้องเสร็จ ผู้ป่วยควรงดทานอาหารทางปาก จนกระทั่งรู้สึกตัวดี และคอหายชาก่อนถึงเริ่มรับประทานอาหารได้ ไม่ควรเริ่มเป็นอาหารที่เย็นหรือร้อนมากจนเกินไป
ภาวะแทรกซ้อนที่พบได้
ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดอืดแน่นท้อง แต่อาการจะทุเลาลงเร็วใน 6-8 ชั่วโมง
ภาวะเลือดออกจากการส่องกล้อง พบได้น้อยมาก มักเกิดในกรณีที่ต้องตัดชิ้นเนื้อขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในกรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถหยุดยาละลายลิ่มเลือดก่อนการตรวจได้
นพ. นัทธิวุธ วัฒนารักษ์สกุล
อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบทางเดินอาหาร
ศูนย์ระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลพญาไท 2
