โรคร้ายใกล้ตัวที่พบได้ในทุกเพศทุกวัย หนึ่งในนั้นก็คือ “โรคภูมิแพ้” ซึ่งเป็นโรคที่มีความเกี่ยวข้องกับระบบต่างๆ ของร่างกายหลายด้าน เช่น ระบบทางเดินหายใจ ระบบทางเดินอาหาร รวมถึงอาการทางผิวหนัง
สาเหตุของการเกิดโรคภูมิแพ้
โรคภูมิแพ้เกิดได้จากปัจจัยหลายอย่าง เช่น
- เกิดจากสารก่อภูมิแพ้ต่างๆ ได้แก่ ไรฝุ่น ละอองเกสร เชื้อรา แมลงสาบ ซึ่งมักจะทำให้เกิดอาการของโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น อาการจาม มีน้ำมูก คัดจมูก หรืออาจมีโรคหืดร่วมด้วยได้
- สาเหตุอื่นๆ ที่พบได้บ่อย เช่น การแพ้ยา แพ้อาหาร หรือแพ้แมลง จะทำให้เกิดอาการได้ทั้งทางผิวหนัง ระบบทางเดินหายใจ ระบบทางเดินอาหาร รวมถึงระบบหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งความรุนแรงของโรคจะแตกต่างกันไป
นายแพทย์อธิก แสงอาสภวิริยะ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันทางคลินิก โรงพยาบาลพญาไท 2 ให้ความรู้ว่า ผู้ป่วยแต่ละคนจะมีอาการและความรุนแรงของโรคภูมิแพ้ที่แตกต่างกัน ขึ้นกับชนิดของสารก่อภูมิแพ้ที่ผู้ป่วยได้รับ และการตอบสนองของร่างกายในผู้ป่วยแต่ละคนก็แตกต่างกัน
ผู้ป่วยบางรายมีอาการเพียงเล็กน้อย เช่น จาม น้ำมูกไหล คัดจมูก หรือมีผื่นลมพิษ ทำให้รบกวนการทำงาน การเรียน และดำเนินชีวิตประจำวัน สำหรับผู้ป่วยบางรายที่มีภาวะภูมิแพ้รุนแรงที่เรียกว่า ภาวะ Anaphylaxis จะส่งผลกระทบต่อการทำงานของระบบต่างๆ ภายในร่างกายพร้อมกันได้หลายระบบ ซึ่งหากผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจนำไปสู่ภาวะช็อกและร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้
การทดสอบภูมิแพ้
โรคภูมิแพ้เป็นโรคที่เกิดจากการตอบสนองของร่างกายที่ไวต่อสารก่อภูมิแพ้มากกว่าปกติ ทำให้เกิดอาการผิดปกติกับระบบต่างๆ ที่สารก่อภูมิแพ้ไปกระตุ้น ในปัจจุบันเราสามารถทำการทดสอบโรคภูมิแพ้ได้ทั้งทางผิวหนังและการตรวจเลือด เพื่อตรวจหาภูมิต้านทานต่อสารก่อภูมิแพ้ชนิดนั้นๆ (Specific IgE Antibodies) ผู้ป่วยจะได้ทราบว่าแพ้ต่อสารก่อภูมิแพ้ชนิดใดบ้าง เพื่อการหลีกเลี่ยงและช่วยให้การรักษาได้ผลดียิ่งขึ้น
เล็กแต่ร้าย…ภัยจาก “ไรฝุ่น”
โรคภูมิแพ้ที่พบบ่อยที่สุด คือ โรคภูมิแพ้ไรฝุ่น ไรฝุ่นเป็นแมลงที่มีขนาดเล็กมาก ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า เหตุที่พบผู้ป่วยจำนวนมาก เพราะไรฝุ่นเป็นสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว คือปะปนอยู่กับฝุ่นภายในบ้านนั่นเอง
ปัจจุบันที่โรงพยาบาลพญาไท 2 มีวัคซีนชนิดเม็ดอมใต้ลิ้นสำหรับรักษาผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ไรฝุ่น โดยวัคซีนชนิดนี้สกัดมาจากไรฝุ่นบ้าน 2 ชนิดรวมกัน หลักการที่นำมาใช้ คือการให้สารก่อภูมิแพ้ชนิดที่ผู้ป่วยแพ้มากระตุ้นให้ร่างกายของผู้ป่วยสร้างภูมิต้านทานชนิดดีขึ้น จึงช่วยเปลี่ยนแปลงการดำเนินของโรคและทำให้การรักษาได้ผลดีมากขึ้น
หลากหลายข้อดี…ของวัคซีนภูมิแพ้ไรฝุ่นชนิดเม็ดสำหรับอมใต้ลิ้น
- เป็นการรักษาที่ตรงจุดสำหรับผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจที่แพ้ต่อไรฝุ่น ทำให้ควบคุมโรคได้ดีขึ้น
- สำหรับผู้ป่วยโรคหืดที่มีอาการแพ้ไรฝุ่น ช่วยทำให้อาการของโรคหืดควบคุมได้ดีขึ้น ลดอาการกำเริบ และลดการใช้ยาลงได้
- สามารถบริหารการใช้ยาเองที่บ้านได้สะดวกและปลอดภัย ยกเว้นเม็ดแรกที่ต้องอมต่อหน้าแพทย์เพื่อสังเกตอาการ
- มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงน้อยกว่าการใช้วัคซีนแบบฉีด
ใช้อย่างไร…สำหรับวัคซีนชนิดเม็ดแบบอม
แพทย์จะให้ผู้ป่วยใช้วัคซีนชนิดเม็ดอมใต้ลิ้นวันละ 1 เม็ด ในขนาดวัคซีนเท่ากันทุกวัน เป็นระยะเวลา 3 ปี วัคซีนเม็ดแรกต้องใช้ต่อหน้าแพทย์เพื่อสังเกตอาการ เมื่อแพทย์พิจารณาแล้วว่าเหมาะสม ไม่มีปัญหาใดๆ ผู้ป่วยจึงสามารถใช้วัคซีนเองที่บ้านได้
ผลข้างเคียง…ที่อาจเกิดขึ้นหลังการใช้ยา
- รู้สึกคันภายในช่องคอ ปาก ลิ้น หรือหู
- มีอาการบวม อักเสบ แสบร้อนบริเวณริมฝีปาก ลิ้น ช่องคอ อาจมีแผลในช่องปาก
- รู้สึกชา หรือเหมือนมีเข็มทิ่มในช่องปากหรือลิ้น
- เสียงแหบ ปากแห้ง กลืนลำบาก การรับรสเปลี่ยนไป
- ต่อมทอนซิล ต่อมน้ำลายขยายใหญ่ขึ้น หรือหลั่งน้ำลายมากขึ้น
- ตาอักเสบ คันตา
- รู้สึกไม่สบายช่องหู จมูก คัดจมูก น้ำมูกไหล จาม หรือมีอาการหอบหืด ติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ
- รู้สึกปวดหรือรู้สึกไม่สบายกระเพาะอาหาร ระคายเคืองหลอดอาหาร รู้สึกอาหารไม่ย่อย แสบร้อนกลางอก
- เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย
สำหรับคนที่ใช้วัคซีนชนิดนี้ถ้าเกิดอาการเหล่านี้ ให้รอดูอาการและสามารถกินยาแก้แพ้ได้ (ยาต้านฮีสตามีน) แต่หากอาการรุนแรงควรรีบไปพบแพทย์ แม้ว่าการใช้วัคซีนชนิดเม็ดแบบอม จะง่ายและสะดวกสำหรับผู้ป่วย เพราะไม่ต้องเดินทางมาโรงพยาบาลทุกสัปดาห์ แต่ทั้งนี้ต้องอยู่ในดุลพินิจและในความดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
นายแพทย์อธิก แสงอาสภวิริยะ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันทางคลินิก โรงพยาบาลพญาไท 2 พร้อมให้คำแนะนำ และให้การรักษาแก่ผู้ป่วย การรักษาตั้งแต่ระยะแรกของโรคจะช่วยให้การรักษาได้ผลดีและเป็นประโยชน์แก่ผู้ป่วยมากกว่าการปล่อยไว้จนมีอาการเรื้อรัง ซึ่งจะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน และใช้ระยะเวลาในการรักษานานขึ้น จน เรื่องภูมิแพ้เล็กๆ อาจนำไปสู่ความรุนแรงที่คาดไม่ถึงก็เป็นได้
