วัคซีนสำหรับผู้สูงวัย ประโยชน์ที่ได้มีมากกว่าที่คิด

Image

แชร์


วัคซีนสำหรับผู้สูงวัย ให้ประโยชน์ทั้งการป้องกันโรคและลดความรุนแรง

วัคซีนที่เหมาะสมและจำเป็นสำหรับผู้สูงอายุ ได้แก่ วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ วัคซีนคอตีบ-ไอกรน-บาดทะยัก วัคซีนป้องกันงูสวัด และวัคซีนป้องกันปอดอักเสบ หากผู้สูงอายุได้รับวัคซีนอย่างครบถ้วนจะช่วยลดโอกาสการติดเชื้อจนป่วย หรือหากติดเชื้อก็จะลดความรุนแรงของโรค ลดภาวะแทรกซ้อนที่อาจทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิต อีกทั้งช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลอีกด้วย

4 วัคซีนสำคัญ สำหรับผู้สูงวัย

  • วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่

การฉีดวัคซีนไวรัสไข้หวัดใหญ่เป็นวิธีป้องกันโรคที่ดีที่สุดในปัจจุบัน โดยเป็นวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ ซึ่งประกอบด้วย
สายพันธุ์ เอ 2 สายพันธุ์ และสายพันธุ์ บี 2 สายพันธุ์ ทำให้มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคได้ครอบคลุมมากขึ้น แต่เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ ของไวรัสไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลทุกปี เพื่อการป้องกันอย่างมีประสิทธิภาพ คนไทยจึงควรฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปี โดยเฉพาะในช่วง “ก่อนฤดูฝน” ซึ่งเป็นช่วงที่มีการระบาดสูงสุด เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งช่วยลดความรุนแรงและป้องกันการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ในสถานการณ์ ไวรัส COVID-19 นี้ได้

  • วัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก

เป็นวัคซีนพื้นฐานป้องกัน 3 โรค ได้แก่ โรคคอตีบและโรคไอกรน ซึ่งเป็นโรคติดต่อที่พบได้บ่อยในเด็ก ส่วนโรคบาดทะยักก็พบได้ในทุกเพศทุกวัย จากการปนเปื้อนของเชื้อบาดทะยักในสิ่งแวดล้อมและพื้นดิน แต่เรื่องวัคซีนไม่ใช่แค่เรื่องของเด็กๆ เพราะคนทุกช่วงวัยยังจำเป็นต้องได้รับวัคซีนกระตุ้น โรคคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก 3 โรคนี้

    • โรคคอตีบ เป็นโรคติดต่อร้ายแรงเกิดจากการติดเชื้อคอตีบ ซึ่งอยู่ในน้ำลาย เสมหะ หรือน้ำมูกของผู้ป่วย ติดต่อได้ง่ายผ่านการหายใจ ไอ หรือจามรดกัน มีระยะฟักตัวประมาณ 1-7 วัน การติดเชื้อทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน อาจทำให้เกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบและประสาทอักเสบได้
    • โรคไอกรน เป็นโรคติดต่อในระบบทางเดินหายใจชนิดหนึ่ง เกิดจากเชื้อไอกรนซึ่งมีอยู่ในคอของผู้ป่วยที่เป็นโรคในระยะแรก มีระยะฟักตัว ประมาณ 7-14 วัน มีการแพร่กระจายโดยการสัมผัสกับสารคัดหลั่งโดยตรงจากผู้ที่ป่วย ทารกและเด็กเล็กจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน ได้มากที่สุด ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
    • โรคบาดทะยัก เกิดจากพิษของเชื้อบาดทะยัก ที่มีอยู่ตามสิ่งแวดล้อมทั่วไป เช่น ในดิน พื้นหญ้า มูลสัตว์ เจริญได้ดีในที่ที่ไม่มีออกซิเจน ส่วนมากมักจะมีประวัติมีบาดแผลตามร่างกาย เช่น ตะปูตำ หนามตำ สัตว์กัด เป็นต้น
  • วัคซีนงูสวัด

โรคงูสวัดเป็นเชื้อไวรัสชนิดเดียวกันกับที่ทำให้เกิดโรคอีสุกอีใส โดยทั่วไปผู้สูงอายุมักเคยเป็นโรคอีสุกอีใสตั้งแต่วัยเด็กแล้ว ถึงแม้หายแล้วเชื้อไวรัสจะยังคงซ่อนเร้นอยู่ในร่างกาย และเมื่ออายุมากขึ้นหรือเมื่อร่างกายอ่อนแอลง ไวรัสชนิดนี้จะทำให้เป็นโรคงูสวัดได้ ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงของโรคงูสวัด คือทุกคนที่เคยเป็นโรคอีสุกอีใสแต่ความเสี่ยงจะเพิ่มสูงขึ้นในผู้สูงอายุ และผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ  อาการแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นบ่อยคือ อาการปวดเจ็บแสบร้อนตามแนวเส้นประสาท ภายหลังการเป็นโรคงูสวัด (postherpetic neuralgia) ผู้ป่วยอาจมีอาการเป็นสัปดาห์หรือหลายเดือน ซึ่งพบบ่อยและรุนแรงขึ้นในผู้ที่มีอายุมากขึ้น ถ้าเป็นบริเวณตาอาจทำให้เกิดการสูญเสียการมองเห็น การฉีดวัคซีนป้องกันงูสวัดเริ่มให้ได้ตั้งแต่อายุ 60 ปีขึ้นไป โดยฉีดเพียงเข็มเดียว และยังไม่มีความจำเป็นต้องฉีดกระตุ้น

  • วัคซีนปอดอักเสบ PREVNAR-13 และ PNEUMOVAX-23

ปอดอักเสบ เป็นโรคติดต่อที่พบมากในกลุ่มผู้สูงอายุ สามารถพบได้ตลอดทั้งปี แต่มักแพร่ระบาดหนักในช่วงที่สภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลง อย่างฤดูฝนและฤดูหนาว เนื่องจากเป็นช่วงที่คนป่วยเป็นไข้หวัดกันเยอะ มีภูมิต้านทานลดน้อยลง ส่งผลให้เจ็บป่วยได้ง่ายขึ้น โดยมากผู้ป่วยมักติดโรคจากการได้รับเชื้อจากผู้ป่วยคนอื่น ดังนั้น โรคนี้จึงมีความเสี่ยงมากเป็นพิเศษในกลุ่มคนที่อาศัยอยู่ในชุมชนแออัด อาการของโรคจะแสดงออกตามความรุนแรงของโรคขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของผู้ป่วย คนที่มีโรคประจำตัวหรือป่วยเป็นโรคอื่นร่วมด้วย มักมีแนวโน้มที่อาการจะรุนแรงกว่าผู้ที่มีร่างกายแข็งแรงปกติ ดังนั้นการฉีดวัคซีนป้องกันปอดอักเสบจึงเป็นวิธีป้องกันที่ดีที่สุด ที่จะช่วยลดความรุนแรงของโรคปอดบวม ปอดอักเสบ และลดภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อในกระแสเลือด

คำแนะนำ ควรได้รับการฉีดวัคซีนปอดอักเสบ PREVNAR-13 ก่อน 1 เข็ม และห่างออกไปอย่างน้อย 1 ปี จึงฉีดวัคซีนปอดอักเสบ PNEUMOVAX-23 เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันอีก 1 เข็ม

คลิก คำแนะนำการให้วัคซีนป้องกันโรคสำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ

แชร์


Loading...