เมื่อพูดถึงโรคที่เกิดแต่ในเฉพาะผู้ชาย คนส่วนใหญ่มักนึกถึงโรค “ต่อมลูกหมากโต” ซึ่งพบได้บ่อยและมีแนวโน้มพบมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยช่วงอายุที่เริ่มพบมักเป็นชายวัย 40-45 ปี อาการหลักๆ ของผู้ป่วยต่อมลูกหมากโต คือ ปัสสาวะไม่พุ่ง ใช้เวลานานในการปัสสาวะ ปัสสาวะไม่สุด ปวดปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน หรือกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ต้องรีบเข้าห้องน้ำทันทีเมื่อรู้สึกปวด ซึ่งอาการต่างๆ เหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอยู่ไม่น้อย
สาเหตุการเกิดต่อมลูกหมากโต
ต่อมลูกหมากโต เกิดจากการเจริญเติบโตและการแบ่งตัวที่ผิดปกติของเซลล์ต่อมลูกหมาก จนต่อมลูกหมากมีขนาดโตขึ้น โดยลักษณะการโตของต่อมลูกหมากจะใช้เวลานานแบบค่อยเป็นค่อยไป ผู้ป่วยจึงมักจะคุ้นชินกับภาวะปัสสาวะไม่พุ่ง ไหลช้าลง ทำให้กว่าจะมาตรวจเจอว่าเป็นต่อมลูกหมากโต ผู้ป่วยก็อายุมากแล้ว ดังนั้น การตรวจสุขภาพประจำปีจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ชายไม่ควรมองข้าม เพราะถ้าตรวจเจอภาวะนี้ตั้งแต่เนิ่นๆ การรักษาก็จะง่ายขึ้น
การรักษาต่อมลูกหมากโต
การรักษาต่อมลูกหมากโตมีหลายแนวทาง หากตรวจพบในระยะแรก ต่อมลูกหมากยังมีขนาดโตไม่มาก สามารถเริ่มการรักษาด้วยการให้ยาขยายทางเดินปัสสาวะ เพื่อให้ปัสสาวะสะดวกขึ้น บางกรณีแพทย์อาจมีการให้ยาลดขนาดต่อมลูกหมากด้วย กรณีเป็นมากขึ้น หรือมีภาวะแทรกซ้อนจากต่อมลูกหมากโต เช่น ปัสสาวะไม่ออก ปัสสาวะเป็นเลือด มีการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ มีนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ และมีภาวะไตเสื่อมซึ่งเกิดจากต่อมลูกหมากโต อาจพิจารณาให้ทำการผ่าตัดรักษา โดยเป็นการผ่าตัดผ่านกล้อง ซึ่งแพทย์จะทำการสอดกล้องผ่านท่อปัสสาวะ เพื่อคว้านต่อมลูกหมากบริเวณที่อุดกั้นทางเดินปัสสาวะออกด้วยขดลวดไฟฟ้า หรือเลเซอร์
การรักษาต่อมลูกหมากโตด้วยระบบไอน้ำ คืออะไร?
การรักษาต่อมลูกหมากโตด้วยไอน้ำ เป็นอีกหนึ่งวิธีการรักษาที่ได้รับความนิยม เป็นเทคโนโลยีการรักษาจากต่างประเทศที่แพทย์ไทยได้นำเข้ามาใช้รักษา ตั้งแต่ปี 2015 และในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา การรักษาต่อมลูกหมากโตด้วยระบบไอน้ำให้ผลลัพธ์ที่ดีมากกว่า 95% ซึ่งใกล้เคียงกับการรักษาด้วยวิธีมาตรฐาน
วิธีการรักษาด้วยระบบไอน้ำ
ในส่วนของวิธีการรักษาด้วยระบบไอน้ำ แพทย์จะทำการส่องกล้องและเครื่องมือผ่านท่อปัสสาวะไปยังต่อมลูกหมาก และทำการฉีดไอน้ำที่มีอุณหภูมิ 103 องศาเซลเซียสเข้าไปที่เซลล์ต่อมลูกหมาก เมื่อเซลล์ต่อมลูกหมากถูกไอน้ำที่มีความร้อนสูง เซลล์ต่อมลูกหมากก็จะตาย เมื่อระยะเวลาผ่านไปร่างกายจะค่อยๆ กำจัดเซลล์ต่อมลูกหมากที่ตายออก และเซลล์ต่อมลูกหมากที่อุดตันทางเดินปัสสาวะจะยุบตัวลง รวมถึงขนาดต่อมลูกหมากก็จะเล็กลงด้วย ทำให้ผู้ป่วยปัสสาวะได้สะดวกมากขึ้น
การรักษาด้วยระบบไอน้ำเหมาะกับผู้ป่วยประเภทไหน
- การรักษาต่อมลูกหมากโตด้วยไอน้ำ เหมาะกับผู้ป่วยต่อมลูกหมากโตที่มีขนาดลูกหมากโตไม่มาก คืออยู่ระหว่าง 30-80 กรัม
- ผู้ป่วยที่ไม่อยากทานยารักษาต่อมผู้หมากโตเป็นเวลานานๆ
- ผู้ป่วยที่ทานยาแล้วมีผลข้างเคียงของยา เช่น มีภาวะความดันโลหิตตก เวียนศีรษะ หรือหย่อนสมรรถภาพทางเพศจากยา
- ผู้ป่วยที่ทานยาต่อมลูกหมากแล้วอาการไม่ดีขึ้น ไม่ตอบสนองต่อการทานยา
- ผู้ป่วยที่ร่างกายหรือสุขภาพไม่แข็งแรงพอที่จะดมยาสลบหรือวางยาสลบเป็นเวลานานเพื่อการผ่าตัด
ข้อดีของการรักษาด้วยระบบไอน้ำ
- เป็นการส่องกล้องโดยไม่ต้องผ่าตัด ทำให้ผู้ป่วยไม่มีแผลเป็นจากการผ่าตัด
- ใช้เวลารักษาไม่นาน เพียงแค่ 10-15 นาที
- หลังทำการรักษา ผู้ป่วยสามารถกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้เลย ไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล
- เสียเลือดน้อย ฟื้นตัวเร็ว
- ไม่ต้องวางยาสลบ ใช้แค่ยาระงับประสาทอ่อนๆ หรือยาแก้ปวดเฉพาะที่
อย่างไรก็ตาม การรักษาต่อมลูกหมากโตด้วยไอน้ำยังมีข้อจำกัดในเรื่องผู้ป่วยที่ใส่หูรูดทางเดินปัสสาวะเทียม ใส่แกนองคชาตเทียม หรืออวัยวะเพศชายเทียม รวมถึงผู้ป่วยที่ยังมีภาวะติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ซึ่งต้องปรึกษาแพทย์เพื่อหาแนวทางการรักษาที่เหมาะสมก่อน
ผลลัพธ์ของการรักษา
หลังทำการรักษาแล้ว ในช่วงสัปดาห์แรกผู้ป่วยจะปัสสาวะลำบาก เนื่องจากต่อมลูกหมากบวม แพทย์จึงแนะนำให้คาสายสวนปัสสาวะเพื่อให้ผู้ป่วยปัสสาวะได้สะดวกประมาณ 5-7 วัน ขึ้นอยู่กับขนาดของต่อมลูกหมาก ในระหว่างนี้ผู้ป่วยสามารถกลับไปอยู่บ้าน ใช้ชีวิตได้ตามปกติ และเมื่อครบกำหนดให้มาพบแพทย์ตามนัดเพื่อถอดสายสวนปัสสาวะและสังเกตอาการที่โรงพยาบาล
หลังจากถอดสายปัสสาวะออก ผู้ป่วยจะค่อยๆ ปัสสาวะสะดวกมากขึ้นเรื่อยๆ โดยจะสังเกตได้ชัดที่ 1-3 เดือนหลังการรักษา โอกาสสำเร็จมากกว่า 95% ใกล้เคียงกับวิธีการรักษาด้วยวิธีมาตรฐาน
สำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาต่อมลูกหมากโต แนะนำให้มาพบแพทย์เพื่อทำการตรวจร่างกาย และวินิจฉัยโรค ทางโรงพยาบาลพญาไท 2 มีการรักษาที่หลากหลายทั้งการให้ยา การผ่าตัดที่เป็นมาตรฐาน และการรักษาด้วยเทคโนโลยีใหม่อย่างการรักษาต่อมลูกหมากโตด้วยไอน้ำ
ต่อมลูกหมากโต เป็นโรคที่ผู้ชายไม่ควรมองข้าม เพราะหากมีอาการแทรกซ้อนจะยิ่งทำให้การรักษายากขึ้น ดังนั้น จึงควรสังเกตตัวเอง หากมีอาการเบื้องต้นให้รีบปรึกษาแพทย์ทันที
นพ. ดนัย แก้วจงประสิทธิ์
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านยูโรวิทยา
ศูนย์ระบบทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลพญาไท 2
