ในปัจจุบันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 4 ของโลก เป็นสาเหตุการเสียชีวิตเป็นอันดับ 2 ของประชากรในประเทศสหรัฐอเมริกา ในส่วนของประเทศไทยเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 3 ของในเพศชาย และ อันดับ 5 ในเพศหญิง
สาเหตุของโรคมะเร็ง แบ่งออกเป็น
ปัจจัยทั่วไป
- เกิดจากกรรมพันธุ์หรือ พันธุกรรม (คนในครอบครัวมีประวัติป่วยเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่)
- อาหาร อาหารที่มีไขมันสูง , แคลอรี่สูง , การสูบบุหรี่ ,ดื่มแอลกอฮอล์, การรับประทานอาหารที่มีใยอาหารต่ำ เพิ่มโอกาสเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่
- ความเครียด
- เพศ : เพศชายมีความเสี่ยงมากกว่า เพศหญิง
อาการของมะเร็งลำไส้ใหญ่
- ท้องเสีย ท้องผูกหรือรู้สึกท้องอืด
- อุจจาระปนเลือดสดๆ หรือเลือดสีคล้ำมาก
- ลักษณะอุจจาระเรียวยาวกว่าปกติ
- ไม่สบายท้อง ปวดแสบร้อนท้อง อาหารไม่ย่อยและปวดเกร็ง
- น้ำหนักตัวลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
- อ่อนเพลียหรืออ่อนแรง
- ซีด โลหิตจาง
แนวทางในการลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ ได้แก่
- การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
- การบริโภคอาหารที่มีกากใยสูง
- การควบคุมน้ำหนัก
- หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่
โดยทั่วไปมะเร็งลำไส้ใหญ่ในระยะแรกมักไม่มีอาการผิดปกติใดๆ สามารถตรวจเนื้องอกที่กำลังจะกลายเป็นมะเร็งและให้การรักษาได้ การตรวจขึ้นอยู่กับอายุและประวัติทางครอบครัว รวมถึงความเสี่ยงต่างๆ ข้างต้นที่กล่าวมาแล้ว
ผู้ที่ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่
กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่
- ผู้ที่มีประวัติเคยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่หรือเคยมี
- เคยเป็นเนื้องอกชนิด adenoma
- ประวัติคนในครอบครัวเคยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ก่อนอายุ 60 ปี
- มีประวัติป่วยเป็นลำไส้อักเสบเรื้อรัง
- มีโรคพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งลำไส้ใหญ่
(สำหรับการตรวจด้วยเครื่อง PET-CT ในคนทั่วไปยังอยู่ระหว่างการวิจัยถึงข้อดีและข้อเสีย รวมถึงความคุ้มค่าและประโยชน์ที่ได้รับจากการตรวจนี้)
กลุ่มที่มีความเสี่ยง ได้แก่
- ชาย หรือ หญิง ที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป
วิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ มีหลายวิธีดังนี้
- การตรวจหาเลือดในอุจจาระปีละ 1 ครั้ง
- การส่องกล้องลำไส้ใหญ่ส่วนปลายทุกๆ 5 ปี
- การตรวจหาเลือดในอุจจาระปีละ 1 ครั้ง และการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ส่วนปลายทุกๆ 5 ปี
- การส่องกล้องลำไส้ใหญ่ทั้งหมดทุกๆ 10 ปี
- สวนแป้งทุกๆ 5 ปี
(ไม่แนะนำตรวจเลือดเพื่อวัดระดับ CEA ในคนทั่วไปที่ยังไม่มีอาการผิดปกติ)
การรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
จุดประสงค์ของการรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่นั้นมี 2 ลักษณะ ได้แก่
- รักษาให้หายขาด (Cure)
- รักษาเพื่อประคับประคอง (Palliative)
ในการรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ จะประกอบด้วยทีมแพทย์สหสาขา ได้แก่ ศัลยแพทย์ รังสีแพทย์ อายุรแพทย์ มะเร็งวิทยา โดยมีวิธีการรักษา ดังนี้
- การผ่าตัด
- ฉายแสงรังสีรักษา
- การให้ยาเคมีบำบัด
หัวใจสำคัญของการรักษาโรคมะเร็งที่ควรทราบก็คือ
โรคมะเร็งแต่ละชนิด มีการดำเนินของโรค และความร้ายแรงแตกต่างกัน โอกาสดีที่สุดที่จะจัดการ กับโรคมะเร็ง คือ ต้องรู้ให้เร็วที่สุด หรือ ตรวจคัดกรองก่อนที่จะเป็นการรักษาครั้งแรกมีความสำคัญ มากที่สุด ความแข็งแกร่งของร่างกายและจิตใจ และความร่วมมือของผู้ป่วย มีผลต่อการรักษามา
เมื่อพูดถึงโรคมะเร็งนั้น มีเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้นที่ป้องกันได้หรือรู้ได้ในระยะเริ่มต้นได้แก่มะเร็งปากมดลูก มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งปากมดลูกป้องกันโดยตรวจภายใน ทำ Pap Smear ปีละ 1 ครั้ง ส่วนมะเร็งลำไส้ใหญ่ป้องกันได้โดยมาส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) หรือ CT colonography ทุกๆ 10 ปี แต่อย่างไรก็ตามถ้ารู้ว่าเราเป็นแล้วก็ต้องรีบรักษากับแพทย์เฉพาะทางด้านลำไส้ใหญ่และทวารหนัก เพื่อจะได้ผลการรักษาที่ดีที่สุดครับ
