การส่องกล้องกระเพาะอาหาร จำเป็นไหม ? ใครบ้างที่ควรตรวจ

Image

แชร์


ปวดท้องบ่อย กินยาก็หาย เดี๋ยวก็กลับมาเป็นใหม่…” อาการแบบนี้ไม่ควรปล่อยไว้นะคะ แม้การซื้อยาทานเองจะช่วยบรรเทาอาการได้ชั่วคราว แต่ลึก ๆ แล้วภายในทางเดินอาหารของเราอาจกำลังส่งสัญญาณเตือนบางอย่างที่มองไม่เห็นจากภายนอกได้

 

การส่องกล้องกระเพาะอาหาร คืออะไร ?

หลายคนเข้าใจว่าการส่องกล้องคือการตรวจแค่กระเพาะ แต่จริง ๆ แล้วการส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบน Upper GI Endoscopy หรือ Esophagogastroduodenoscopy (EGD) คือการใช้กล้องขนาดเล็กที่มีความยืดหยุ่นและความละเอียดสูง สอดผ่านทางปาก เพื่อตรวจดูทางเดินอาหารส่วนต้นทั้งหมด ได้แก่

  1. หลอดอาหาร (Esophagus)
  2. กระเพาะอาหาร (Stomach)
  3. ลำไส้เล็กส่วนต้น (Duodenum)

 

ทำไมถึงดีกว่าการตรวจแบบอื่น ? 

การส่องกล้องช่วยให้แพทย์มองเห็นเนื้อเยื่อภายในได้ “ชัดเจน” และ “เรียลไทม์” ต่างจากการอัลตราซาวนด์หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ที่อาจเห็นเพียงโครงสร้างภายนอก แต่ไม่เห็นรอยถลอก แผลขนาดเล็ก หรือมะเร็งในระยะเริ่มแรก นอกจากนี้ หากพบจุดสงสัย แพทย์ยังสามารถ ตัดชิ้นเนื้อ (Biopsy) หรือทำการรักษา เช่น หยุดเลือด/ตัดติ่งเนื้อ ได้ทันทีโดยไม่มีแผลหน้าท้อง

 

การส่องกล้องจำเป็นไหม ?

แพทย์ขอตอบว่า ไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกคน แต่สำคัญมากสำหรับคนบางกลุ่ม เพราะการส่องกล้องช่วยให้

  • วินิจฉัยตรงจุด ไม่ต้องเดาสาเหตุจากการซักประวัติเพียงอย่างเดียว
  • พบเร็ว รักษาไว เจอโรคตั้งแต่ระยะเริ่มแรก มีโอกาสหายขาดได้มากกว่า
  • รักษาแม่นยำ ช่วยให้หมอวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคนไข้ค่ะ

 

ใครบ้างที่ควรเข้ารับการตรวจ ?

หากคุณเข้าข่าย 1 ใน 4 กลุ่มนี้ หมอแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ เพื่อพิจารณาส่องกล้อง


1. มีอาการผิดปกติของทางเดินอาหารส่วนต้นเรื้อรัง

    • ปวดท้อง จุกเสียดใต้ลิ้นปี่เป็นประจำ
    • แสบร้อนกลางอก (กรดไหลย้อน) จนรบกวนชีวิตประจำวัน
    • คลื่นไส้ อาเจียนบ่อย ๆ
    • ท้องอืด แน่นท้อง ทานอาหารได้น้อยลง

 

2. มี สัญญาณเตือนที่อันตราย (Alarm Symptoms)

กลุ่มนี้ควรรีบพบแพทย์ทันที

    • อาเจียนเป็นเลือดหรือ ถ่ายอุจจาระมีสีดำ
    • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
    • กลืนติดกลืนลำบาก หรือกลืนเจ็บ
    • ภาวะซีดอ่อนเพลียผิดปกติ (อาจมีเลือดออกภายในโดยไม่รู้ตัว) หรือ โลหิตจาง จากการขาดธาตุเหล็กโดยหาสาเหตุไม่ได้

 

3. กลุ่มเสี่ยงที่ควรเฝ้าระวัง

    • อายุ 40–50 ปีขึ้นไป (ขึ้นอยู่กับปัจจัยเสี่ยงรายบุคคล)
    • มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารหรือติดเชื้อแบคทีเรีย  pylori
    • ตรวจพบการติดเชื้อแบคทีเรีย pylori
    • สูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์ต่อเนื่องเป็นเวลานาน

 

4. รักษาด้วยยาแล้วไม่ดีขึ้น

    • ทานยารักษาโรคกระเพาะหรือกรดไหลย้อนแล้วอาการไม่ทุเลา
    • มีอาการเป็นซ้ำบ่อย ๆ

 

ส่องกล้องตรวจพบอะไรได้บ้าง ?

  • แผลในกระเพาะอาหาร
  • กรดไหลย้อน
  • ติ่งเนื้อ
  • มะเร็งระยะเริ่มต้น
  • การติดเชื้อ pylori

 

ความกังวลยอดฮิต เจ็บไหม ? ปลอดภัยหรือเปล่า ?

ในปัจจุบันเทคโนโลยีไปไกล การส่องกล้องทางเดินอาหารถือเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัย

  • ทำแบบใช้ยานอนหลับ (Sedation) แพทย์จะให้ยานอนหลับชนิดสั้น เพื่อช่วยลดความกังวลและความไม่สบายระหว่างการตรวจ โดยการตรวจก็ใช้เวลาไม่นาน เพียง 15-30 นาที ตื่นมาอีกทีการตรวจก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว
  • ไม่ต้องค้างคืน เป็นหัตถการแบบ One Day Service หลังการตรวจ แพทย์จะให้คนไข้นอนพักฟื้นเป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นจะแจ้งผลการตรวจ (ทราบผลภายในวันนั้นเลย) เสร็จแล้วก็สามารถกลับบ้านได้เลย

 

การเตรียมตัวง่าย ๆ ก่อนส่องกล้อง

  1. งดน้ำและอาหาร อย่างน้อย 6–8 ชั่วโมง
  2. แจ้งข้อมูลสุขภาพ ประวัติโรคประจำตัว แพ้ยา และยาที่ทานประจำ
  3. ยาละลายลิ่มเลือด หากทานอยู่ ต้องแจ้งหมอทันที เพื่อวางแผนการหยุดยาอย่างปลอดภัย

 

ส่องกล้องทางเดินอาหารและลำไส้ใหญ่ ครบ จบ ภายใน 1 วันสะดวก รวดเร็ว วางใจได้ ที่พญาไท 2

การส่องกล้องทางเดินอาหารและลำไส้ใหญ่ในปัจจุบัน สามารถทำได้แบบ One Day Service ครบ จบ ภายใน 1 วัน ช่วยให้ผู้เข้ารับบริการสามารถตรวจ วินิจฉัย และรับคำแนะนำการรักษาจากแพทย์ได้ภายในวันเดียว เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการผิดปกติ เช่น ปวดท้องเรื้อรัง ท้องอืด แน่นท้อง อุจจาระผิดปกติ หรือผู้ที่ต้องการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยไม่ต้องเสียเวลาหลายวัน

 

ที่ โรงพยาบาลพญาไท 2 บริการถูกออกแบบมาเพื่อความสะดวก สามารถเลือกช่วงเวลาเข้ารับบริการได้ทั้งเช้า บ่าย หรือเย็น ลดขั้นตอนการเตรียมตัวที่ยุ่งยาก พร้อมรองรับด้วยห้องพัก Private Room ที่เน้นความเป็นส่วนตัว สะอาด ปลอดภัย และมีทีมพยาบาลดูแลใกล้ชิดตลอดทุกขั้นตอน ตั้งแต่ก่อนตรวจ ระหว่างตรวจ ไปจนถึงการพักฟื้นหลังส่องกล้อง

 

นอกจากนี้ ยังใช้เทคโนโลยีส่องกล้องที่ทันสมัย ให้ภาพคมชัด ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการวินิจฉัย โดยดูแลภายใต้ทีมแพทย์เฉพาะทางและวิสัญญีแพทย์ เพื่อความผ่อนคลายและความปลอดภัยของผู้เข้ารับบริการ

 

ด้วยแนวคิด “สะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องรอนาน” การส่องกล้องทางเดินอาหารและลำไส้ใหญ่ที่พญาไท 2 จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ ช่วยให้เข้าถึงการตรวจคัดกรองและวางแผนดูแลสุขภาพได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

 

FAQ (คำถามที่พบบ่อย) เกี่ยวกับการส่องกล้องกระเพาะอาหาร

Q1 : ไม่มีอาการ ควรส่องกล้องไหม ?
A : โดยทั่วไปอาจไม่จำเป็น ยกเว้นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงหรือประวัติครอบครัวสายตรงเป็นมะเร็ง

 

Q2 : การส่องกล้องต้องทำบ่อยแค่ไหน ?
A : ขึ้นอยู่กับผลการตรวจครั้งแรกและปัจจัยเสี่ยงของแต่ละบุคคลค่ะ บางรายตรวจครั้งเดียวจบ บางรายอาจต้องติดตามทุก 1-3 ปี

 

Q3 : การส่องกล้องดีกว่าการเอกซเรย์อย่างไร ?
A : การส่องกล้องสามารถมองเห็นผิวเนื้อเยื่อโดยตรง เห็นสี เห็นแผลเล็ก ๆ และสามารถตัดชิ้นเนื้อมาตรวจได้ ซึ่งเอกซเรย์ทำไม่ได้

Loading...

แชร์


Loading...