โรคเหงื่อออกมือ (Hyperhidrosis) ภาวะที่รักษาได้…อย่าปล่อยให้รบกวนชีวิตประจำวัน

Image

แชร์


โรคเหงื่อออกมือคืออะไร? 

โรคเหงื่อออกมือ (Primary Palmar Hyperhidrosis) คือภาวะที่ต่อมเหงื่อทำงานมากผิดปกติ โดยไม่เกี่ยวข้องกับการออกกำลังกาย อุณหภูมิ หรือสภาพแวดล้อม มักเกิดขึ้นตั้งแต่วัยเด็กหรือวัยรุ่น และอาจมีประวัติในครอบครัว สาเหตุเกิดจากความผิดปกติของระบบประสาทอัตโนมัติที่กระตุ้นการหลั่งเหงื่อมากเกินไปโดยไม่จำเป็น 

 

 

อาการของโรคเหงื่อออกมือ 

  • เหงื่อซึมบริเวณฝ่ามือจนรู้สึกไม่สบายตัว 
  • เหงื่อออกมากจนมือเปียกตลอดเวลา 
  • มีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การจับปากกา พิมพ์งาน หรือจับมือผู้อื่น 
  • ผิวหนังอาจติดเชื้อได้ง่ายจากความอับชื้น 
  • บางรายอาจมีเหงื่อออกบริเวณเท้าและรักแร้ร่วมด้วย 

 

 

เกณฑ์การวินิจฉัยโรค 

แพทย์จะซักประวัติและตรวจร่างกาย โดยพิจารณาว่าอาการเกิดขึ้นนานเกิน 6 เดือน และมีอาการตามเกณฑ์อย่างน้อย 2 ข้อขึ้นไป ดังนี้ 

  1. เป็นทั้งสองข้างพร้อมกัน 
  2. มีอาการอย่างน้อย 1 ครั้งต่อสัปดาห์ 
  3. กระทบต่อกิจวัตรประจำวัน 
  4. เริ่มมีอาการก่อนอายุ 25 ปี 
  5. มีประวัติครอบครัวเป็นเหมือนกัน 
  6. เหงื่อไม่ออกในขณะนอนหลับ 

 

 

แยกให้ชัด…เหงื่อออกมือที่เกิดจากโรคอื่น

แม้ภาวะเหงื่อออกมือส่วนใหญ่มักไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด (Primary Hyperhidrosis) แต่ในบางราย อาการเหงื่อออกมาก อาจเกิดจากโรคอื่นแฝงอยู่ ซึ่งเรียกว่า Secondary Hyperhidrosis หรือ ภาวะเหงื่อออกที่มีสาเหตุ โดยควรแยกออกก่อนวางแผนการรักษา

 

ตัวอย่างของโรคหรือภาวะที่อาจทำให้เหงื่อออกมากผิดปกติ ได้แก่

 

  • โรคของต่อมไร้ท่อ เช่น
    ไทรอยด์เป็นพิษ
    โรคเบาหวาน
    การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น ขณะตั้งครรภ์ หรือวัยใกล้หมดประจำเดือน
  • โรคทางระบบประสาท เช่น
    โรคพาร์กินสัน
    Reflex Sympathetic Dystrophy (RSD)
  • ผลข้างเคียงจากยา เช่น
    ยารักษาโรคซึมเศร้า เช่น fluoxetine, venlafaxine, doxepin 

หากสงสัยว่าอาการเหงื่อออกอาจมีโรคแฝง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินเพิ่มเติมก่อนเลือกวิธีการรักษาให้เหมาะสมที่สุด 

 

วิธีรักษาโรคเหงื่อออกมือ 

  1. การใช้ยาทา (Topical Antiperspirants) มักใช้ Aluminum Chloride ความเข้มข้น 20-30% เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการไม่มาก 
  2. ยารับประทาน (Anticholinergic Drugs) ยับยั้งการทำงานของระบบประสาทที่กระตุ้นต่อมเหงื่อ อาจมีผลข้างเคียง เช่น ปากแห้ง ท้องผูก คลื่นไส้ 
  3. ฉีดโบทูลินัมท็อกซิน (Botulinum Toxin) ฉีดเฉพาะที่บริเวณมือออกฤทธิ์นานประมาณ 6 เดือน ต้องฉีดซ้ำ 
  4. การผ่าตัดผ่านกล้อง (Thoracoscopic Sympathectomy) เป็นวิธีรักษาที่ ได้ผลดีที่สุดทำโดยการตัดเส้นประสาทบริเวณซี่โครงที่ 4-5ใช้แผลผ่าตัดเล็กเพียง 5 มิลลิเมตร ทั้งสองข้างผ่าตัดใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงพักฟื้นเพียง 1 วัน เหงื่อหยุดทันทีหลังผ่าตัด 

 

 

ข้อดีของการผ่าตัดรักษาโรคเหงื่อออกมือ

  1. เห็นผลชัดเจนทันทีหลังผ่าตัด 
    เหงื่อที่มือจะลดลงอย่างชัดเจนหลังการผ่าตัด โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่รู้สึกได้ทันทีหลังตื่นจากการผ่าตัด หายขาด ไม่ต้องพึ่งยาตลอดชีวิต 
  2. เป็นการรักษาที่ครอบคลุมและยั่งยืน ช่วยลดอาการได้ในระยะยาว ไม่จำเป็นต้องพึ่งยา ทาซ้ำ หรือฉีดซ้ำเป็นประจำ 
  3. แผลเล็ก เจ็บน้อย พักฟื้นไว ใช้แผลเล็กเพียงประมาณ 5 มิลลิเมตร ทั้งสองข้าง ใช้เวลาผ่าตัดราว 1 ชั่วโมง และพักฟื้นในโรงพยาบาลเพียง 1 วัน 
  4. เพิ่มคุณภาพชีวิตและความมั่นใจ เมื่อไม่มีปัญหาเหงื่อออกมาก ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวัน ทำงาน เขียนหนังสือ หรือสัมผัสผู้อื่นได้อย่างมั่นใจมากขึ้น 
  5. ลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่ผิวหนัง การลดเหงื่อช่วยป้องกันความอับชื้น ลดโอกาสเกิดผื่นหรือการติดเชื้อซ้ำซ้อนบริเวณฝ่ามือ 
  6. เหมาะสำหรับผู้ที่อาการรุนแรงและไม่ตอบสนองต่อการรักษาอื่น 

 

 

พบแพทย์เฉพาะทาง ได้ที่โรงพยาบาลพญาไท 2 

โรงพยาบาลพญาไท 2 มีบริการดูแลและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับภาวะเหงื่อออกมือ โดยทีมแพทย์เฉพาะทาง พร้อมแนวทางการรักษาที่เหมาะสมตามแต่ละบุคคล รวมถึงทางเลือกการรักษาด้วยการผ่าตัดผ่านกล้องขนาดเล็ก ซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีที่สามารถช่วยบรรเทาอาการได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

 

หากคุณมีปัญหาเหงื่อออกมือจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน สามารถเข้ารับคำแนะนำจากทีมแพทย์เฉพาะทางได้ที่โรงพยาบาลพญาไท 2 เราพร้อมดูแลคุณด้วยแนวทางการรักษาที่เหมาะสม ปลอดภัย และได้มาตรฐาน เพื่อให้คุณกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง 

 

 

รศ. นพ. ศิระ เลาหทัย

ศัลยแพทย์ทรวงอกเฉพาะทางด้านผ่าตัดส่องกล้องปอด และต่อมไทมัส

 

Loading...

แชร์


Loading...