ในฤดูฝน หลายพื้นที่ต้องเผชิญกับน้ำท่วมขัง ดินชื้น และฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง หลายคนใช้ชีวิตกลางแจ้ง เดินลุยน้ำ ทำงานในสวน ทำไร่ ทำนา โดยที่ไม่เคยนึกถึงความเสี่ยงที่อาจซ่อนอยู่ในสิ่งที่ดู “คุ้นเคย” เหล่านี้ หนึ่งในโรคที่มักมากับฤดูฝน และหลายคนยังไม่รู้จักมากนักก็คือ
“โรคไข้ดิน” หรือชื่อทางการคือ Melioidosis เป็นโรคที่เกิดจากแบคทีเรียชนิดหนึ่ง ซึ่งพบได้ในดินและแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย เชื้อนี้สามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง ทั้งทางผิวหนังที่มีแผลเล็ก ๆ ทางการหายใจ หรือแม้แต่การกลืนน้ำที่ปนเปื้อนโดยไม่รู้ตัว
ผู้ที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่
- คนที่ทำงานกลางแจ้งหรือสัมผัสดินและน้ำบ่อย ๆ เช่น เกษตรกร ชาวนา ชาวสวน
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น เบาหวาน โรคไต หรือภูมิคุ้มกันบกพร่อง ก็อาจมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อมากขึ้นกว่าคนทั่วไป
โรคไข้ดินไม่ได้มีอาการเฉพาะเจาะจงในระยะแรก
ทำให้หลายคนเข้าใจผิด คิดว่าเป็นไข้หวัด หรือไข้ตามฤดูกาล อาการมักเริ่มจาก
- ไข้สูง
- หนาวสั่น
- ไอ เสมหะ กรณีติดเชื้อในปอด
- ปวดท้อง กรณีเป็นฝีในตับ
หากเชื้อแพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือด
อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงในบางรายได้ สิ่งสำคัญคือ ต้องรู้จัก วิธีป้องกัน โดยไม่ต้องรอให้ป่วยเสียก่อน เพียงแค่เปลี่ยนพฤติกรรมเล็กน้อย ก็ช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมาก เช่น
- สวมรองเท้าบูทหรือถุงมือเมื่อต้องทำงานในดินหรือแหล่งน้ำ
- หลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่าลุยน้ำ หรือแช่น้ำที่ไม่สะอาด
- ล้างมือและอาบน้ำให้สะอาดทันทีหลังสัมผัสดิน น้ำ หรือละอองฝน
- หากมีบาดแผล แม้เพียงเล็กน้อย ก็ควรปิดแผลให้มิดชิดก่อนออกไปทำงาน
- ไม่ดื่มน้ำจากแหล่งธรรมชาติที่ไม่ได้ผ่านการกรองหรือต้มให้สะอาด
- หากมีโรคประจำตัว เบาหวาน ต้องดูแลรักษาควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
แม้โรคไข้ดินจะไม่ได้พบได้ง่ายในทุกคน แต่สำหรับกลุ่มเสี่ยง การรู้เท่าทันและป้องกันไว้ก่อน ย่อมดีกว่ารอให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมา โรคบางโรคอาจเริ่มจากเรื่องเล็กน้อยที่เรามองข้าม อย่าคิดว่าแค่ไข้ จะไม่เป็นไรเสมอไป รู้ก่อน ป้องกันได้ ปลอดภัยกว่าในทุกฤดู
