ผิวหนังอักเสบจากการสัมผัส เป็นโรคผิวหนัง ซึ่งเกิดจากการสัมผัสกับสารภายนอกร่างกาย โดยมีลักษณะอาการของผิวหนังอักเสบ ที่มีอาการคัน ผิวหนังมีผื่น บวม แดง และอาจมีน้ำเหลืองไหล หรือในบางครั้งอาจมีอาการของผื่นผิวหนังอักเสบอื่นๆได้ เช่น ผิวที่เป็นรอยคล้ำ อาการแสดงที่ปรากฏอาจพบในลักษณะใดก็ได้ขึ้นอยู่กับระยะการดำเนินของโรค สาเหตุของการเกิดโรคส่วนมากเกิดจากสารที่มาจากภายนอกร่างกายที่สัมผัสกับผิวหนัง เช่น สารโลหะนิกเกิล สารประกอบในเครื่องสำอาง สารกันเสีย กลิ่นหอม ยางยืด เป็นต้น
คำแนะนำสำหรับผู้ที่ต้องทำการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง
การทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนังเป็นการทําทดสอบเพื่อหาสาเหตุของการเกิดผื่นผิวหนังอักเสบในผู้ป่วยที่สงสัยว่าผื่นผิวหนังอักเสบนั้นอาจมีสาเหตุจากการสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ (Allergens) เช่น โลหะนิกเกิล (nickel) สารสีดำ (Paraphenylenediamine) ที่อยู่ในยาย้อมผม สารที่ใช้ในขบวนการผลิตยาง เป็นต้น ในกรณีที่ผู้ป่วยแพ้สารแบบเฉียบพลันจะทําให้เกิดอาการเกิดผื่นลมพิษ ผื่นแดง คัน ในตําแหน่งที่สัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้นั้น ๆ ในบางรายที่อาการรุนแรงอาจมีลักษณะเป็นลมพิษทั้งตัวได้ รวมทั้งอาจมีอาการรุนแรง เช่น หน้าบวม หรือหายใจลําบาก
การทําทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง สามารถทําได้ใน 2 ลักษณะ คือ
- การทําทดสอบด้วยวิธีแปะแผ่นทดสอบที่ผิวหนัง (Patch Test) เป็นการทดสอบโดยการแปะสารก่อภูมิแพ้บนผิวหนังที่ไม่มีผื่น ส่วนใหญ่จะแปะสารที่บริเวณหลัง หรือ ต้นแขน แล้วอ่านผลการทดสอบที่เวลา 48 ชั่วโมง และ 96 ชั่วโมง หลังจากแปะสารทดสอบแล้ว
- การทําทดสอบชนิดสะกิดผิวหนัง (Prick Test) เป็นการทดสอบในกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการของผื่นลมพิษจากการสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ สามารถทราบผลการทดสอบภายในระยะเวลา 20-30 นาที
ทั้งนี้ในการเลือกทําการทดสอบทางผิวหนังขึ้นอยู่กับประวัติ และลักษณะของผื่นผิวหนังของผู้ป่วยแต่ละราย โดยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาจากประวัติ และการตรวจร่างกาย
ใครบ้างที่ควรตรวจ Patch Test ?
การตรวจ Patch Test เป็นวิธีการทดสอบเพื่อหาสารที่อาจก่อให้เกิดการแพ้สัมผัส (Contact Allergy) บนผิวหนัง โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับผื่นแพ้หรือโรคผิวหนังเรื้อรัง ผู้ที่ควรตรวจ Patch Test ได้แก่ :
- ผู้ที่มีผื่นแพ้สัมผัสซ้ำๆ หรือเรื้อรัง มีประวัติผื่นแดง คัน ตุ่มน้ำ หรืออาการแพ้ที่กลับมาเป็นบ่อยๆ ในบริเวณที่สัมผัสสารเคมี เช่น สารทำความสะอาด น้ำหอม โลหะ หรือยาทาเฉพาะที่
- ผู้ที่มีประวัติแพ้เครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เช่น ผื่นเกิดหลังใช้ครีมบำรุงผิว น้ำหอม แชมพู หรือผลิตภัณฑ์แต่งหน้า
- ผู้ที่มีอาชีพที่สัมผัสสารเคมีเป็นประจำ เช่น แพทย์ พยาบาล ช่างทำผม ช่างทาสี ช่างอัญมณี หรือผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับสารเคมี โลหะ น้ำมัน หรือยาง
- ผู้ที่สงสัยว่าแพ้โลหะหรือวัสดุทางการแพทย์ เช่น การแพ้เครื่องประดับ โลหะจากอุปกรณ์ทางการแพทย์ (เช่น รากฟันเทียม หรือเครื่องมือดามกระดูก)
- ผู้ป่วยโรคผิวหนังอักเสบที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษา โดยเฉพาะในกรณีที่อาการของโรคผิวหนัง (เช่น โรค Eczema หรือ Dermatitis) ไม่ดีขึ้นแม้ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม
- ผู้ที่ต้องการทราบสารที่แพ้เพื่อหลีกเลี่ยงในอนาคต เช่น ผู้ที่มีอาการแพ้แล้วต้องการหาสาเหตุที่ชัดเจน
- ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการใช้ผลิตภัณฑ์ในชีวิตประจำวัน เช่น น้ำยาซักผ้า ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดบ้าน หรือวัสดุอื่นๆ ที่สัมผัสในชีวิตประจำวัน
ข้อปฏิบัติของผู้ที่ได้รับการทําทดสอบทางผิวหนังด้วยวิธี แปะแผ่นทดสอบที่ผิวหนัง (Patch Test)
- ไม่ให้บริเวณที่ทําการทดสอบเปียกน้ำ
- ห้ามเกา หรือถูบริเวณทดสอบ
- พยายามหลีกเลี่ยงภาวะที่ทําให้เหงื่อออกมาก เช่น การออกกําลังกายกลางแจ้ง
- ห้ามแกะแผ่นทดสอบด้วยตนเอง ในกรณีที่มีอาการคันมาก อย่าเกา ให้รับประทานยาต้านฮีสตามีนที่แพทย์ให้ ในกรณีที่มีอาการแสบร้อนให้ตัดแผ่นทดสอบเฉพาะตําแหน่งที่มีอาการออก หรือปรึกษาแพทย์
- นําสารที่ท่านสงสัยว่าแพ้มาเพื่อทําการทดสอบด้วยพร้อมทั้งรายละเอียดเกี่ยวกับสาร เช่นส่วนผสมบนบรรจุภัณฑ์
ข้อปฏิบัติของผู้ที่ได้รับการทดสอบชนิดสะกิดผิวหนัง (Prick Test)
ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยยารับประทานชนิดต้านฮีสตามีน จําเป็นต้องแจ้งให้แพทย์ทราบและหยุดยาก่อนการทําทดสอบอย่างน้อย 5 วัน กรุณานําสารที่ท่านสงสัยว่าแพ้ มาเพื่อทําการทําทดสอบด้วยพร้อมทั้งชื่อ และรายละเอียดเกี่ยวกับสาร
ประโยชน์ที่จะได้รับจากการทำทดสอบทางผิวหนัง
- ทำให้ได้ทราบถึงสาเหตุของการเกิดผื่นผิวหนังอักเสบจากการสัมผัส
- สามารถป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำของผื่นผิวหนังอักเสบ
- ลดอาการเรื้อรังของโรคผิวหนัง
- สร้างความมั่นใจในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ และวิธีป้องกันการสัมผัสสารที่แพ้อย่างเหมาะสม
- สามารถหลีกเลี่ยงสารที่ทำให้เกิดการแพ้ได้
ดังนั้นหากคุณมีปัญหาผิวหนังที่ไม่ทราบสาเหตุ มีประวัติแพ้สารเคมี หรือมีอาชีพที่มีความเสี่ยงต่อการสัมผัสกับ สารเคมี ควรพิจารณาทดสอบ Patch test หรือ Prick Test เพื่อความมั่นใจ และการป้องกันปัญหาผิวหนังในอนาคต อย่า ปล่อยให้ปัญหาผิวหนังทำให้ชีวิตของคุณทุกวันเป็นฝันร้าย ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อประเมินความเหมาะสมในการตรวจ และรักษาต่อไป
พญ. ประณีต สัจจเจริญพงษ์
แพทย์เฉพาะทางโรคผิวหนัง รพ. พญาไท 2
