ริดสีดวงทวาร (Hemorrhoids) เป็นโรคที่พบได้บ่อยในผู้ใหญ่ โดยมีสาเหตุหลักมาจากการมีแรงดันในหลอดเลือดดำบริเวณทวารหนักเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจเกิดจากการท้องผูก การเบ่งถ่ายอุจจาระแรงเป็นประจำ การนั่งทำงานเป็นเวลานาน หรือแม้แต่พันธุกรรมที่เอื้อต่อการเกิดอาการ ความรุนแรงของอาการริดสีดวงทวารมีหลายระดับ ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นที่มีอาการคัน เจ็บ หรือตกเลือดเพียงเล็กน้อย จนถึงระดับที่ริดสีดวงโผล่หรือยื่นออกมานอกรูทวารจนไม่สามารถดันกลับเข้าไปได้
ปัจจุบันมีหลากหลายวิธีในการรักษาริดสีดวงทวาร ตั้งแต่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม รับประทานอาหารที่มีใยอาหารสูง ดื่มน้ำมากๆ ใช้ยา หรือการรักษาด้วยหัตถการต่างๆ เช่น การฉีดยา การใช้ยางรัด การใช้แสงเลเซอร์ รวมถึงการรักษาด้วยคลื่นวิทยุ (Radiofrequency Ablation : RFA) ซึ่งเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในฐานะทางเลือกที่มีประสิทธิภาพ มีความเจ็บปวดน้อย และฟื้นตัวได้ไว
การรักษาด้วยคลื่นวิทยุ หรือ Radiofrequency Ablation (RFA) เป็นการใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูงส่งไปยังบริเวณริดสีดวงทวาร ทำให้เกิดความร้อนเฉพาะจุดในระดับเนื้อเยื่อ ทำให้เส้นเลือดที่เป็นสาเหตุของริดสีดวงหดตัวและฝ่อไป กระบวนการนี้จะไปตัดการไหลเวียนของเลือดภายในริดสีดวง ช่วยให้ริดสีดวงยุบลง และลดโอกาสที่จะกลับมาเป็นซ้ำ
ข้อดีของหลักการ RFA
- ความร้อนเฉพาะจุด : ไม่ทำลายเนื้อเยื่อข้างเคียงเกินความจำเป็น
- แผลเล็กและฟื้นตัวเร็ว : ไม่ต้องผ่าตัดแบบกรีดกว้าง
- เจ็บปวดน้อย : การทำลายเส้นเลือดตรงจุด ทำให้ความเจ็บปวดหลังหัตถการลดลง
- ความแม่นยำสูง : แพทย์สามารถควบคุมขนาดและความลึกของความร้อนได้
ขั้นตอนการรักษาริดสีดวงด้วย RFA
-
การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการรักษา
- ผู้ป่วยควรเข้าพบแพทย์เพื่อประเมินอาการและระดับของริดสีดวงก่อน
- งดอาหารและน้ำตามคำแนะนำของแพทย์ (ขึ้นอยู่กับว่าจะมีการใช้ยาชาหรือยาสลบชนิดใด)
- บางครั้งอาจมีการสวนล้างทวารก่อนทำหัตถการเพื่อให้บริเวณทวารสะอาดและสะดวกต่อการทำงาน
-
การให้ยาชา/ยาสลบ
- ในบางกรณีแพทย์อาจให้ยาชาเฉพาะที่ หรือใช้ยาสลบชนิดฉีด/สูดดม ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจและความร่วมมือของผู้ป่วย
-
ขั้นตอนการใช้คลื่นวิทยุ (Radiofrequency)
- แพทย์จะใช้อุปกรณ์พิเศษที่ปล่อยคลื่นวิทยุความถี่สูง ลงไปยังบริเวณเนื้อเยื่อริดสีดวง
- ความร้อนจากคลื่นวิทยุจะทำให้หลอดเลือดบริเวณริดสีดวงหดตัวและฝ่อ
- ในบางกรณีอาจทำควบคู่กับการเย็บปิดบางจุดเพื่อลดโอกาสเลือดออกซ้ำ
-
การดูแลหลังทำหัตถการ
- หลังการรักษาเสร็จ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักสังเกตอาการต่อในห้องพักฟื้นสั้นๆ
- แพทย์จะให้คำแนะนำในการดูแลแผลและการรับประทานยาเพื่อลดปวดหรือลดอักเสบ
- ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านและใช้ชีวิตประจำวันได้ค่อนข้างเร็ว หากไม่มีภาวะแทรกซ้อน
ข้อดีของการรักษาด้วย RFA
- ไม่ต้องผ่ากรีดกว้าง : แผลมีขนาดเล็ก และเจ็บปวดหลังการรักษาน้อยกว่าการผ่าตัดแบบเดิม
- ฟื้นตัวเร็ว : ผู้ป่วยมักกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ภายในเวลาสั้นไม่ต้องพักตัวนาน
- ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ : เพราะไม่มีแผลเปิดขนาดใหญ่
- สามารถทำซ้ำได้ : หากมีอาการกลับมาใหม่ แพทย์สามารถพิจารณาทำ RFA ซ้ำได้โดยไม่มีรอยแผลใหญ่เดิม
การดูแลตนเองหลังการผ่าตัดด้วย RFA
- การรับประทานอาหารที่มีใยอาหารสูง เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืชเต็มเมล็ด เพื่อป้องกันการท้องผูกและการเบ่งถ่ายอุจจาระ
- ดื่มน้ำมาก ๆ ควรดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้ว (ประมาณ 1.5-2 ลิตร) หรือมากกว่านั้นตามกิจกรรมที่ทำ เพื่อให้อุจจาระนุ่ม
- หลีกเลี่ยงการนั่งหรือยืนนานติดต่อกัน ควรลุกเปลี่ยนอิริยาบถทุก 1-2 ชั่วโมง ลดแรงดันในหลอดเลือดดำบริเวณทวารหนัก
- รักษาความสะอาดบริเวณทวารหนัก หลังการขับถ่าย ควรทำความสะอาดด้วยน้ำสะอาดหรือใช้น้ำอุ่นชะล้างเบาๆ เพื่อป้องกันการอักเสบหรือติดเชื้อ
- หลีกเลี่ยงการยกของหนัก ลดการใช้แรงในช่วงพักฟื้น และฟังคำแนะนำจากแพทย์เกี่ยวกับการยกน้ำหนักหรือกิจกรรมออกกำลังกาย
- ติดตามอาการอย่างสม่ำเสมอ หากมีอาการปวดแผลมากขึ้น มีเลือดออกผิดปกติ หรือมีอาการอื่นๆ ควรรีบปรึกษาแพทย์
การผ่าตัดริดสีดวงด้วยวิธี RFA (Radiofrequency Ablation) เป็นทางเลือกใหม่ที่ให้ประสิทธิภาพสูง ลดความเจ็บปวด และฟื้นตัวได้รวดเร็วกว่าวิธีผ่าตัดแบบเดิม เหมาะสำหรับผู้ป่วยริดสีดวงระดับปานกลางถึงรุนแรง และผู้ป่วยที่ต้องการหัตถการที่ปลอดภัย แผลเล็ก มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้ การรักษาจำเป็นต้องได้รับการดูแลโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ อย่างไรก็ตาม การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การรับประทานอาหารที่มีใยอาหารสูง การดื่มน้ำเพียงพอ และการดูแลสุขภาพทั่วไปก็ยังเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันโรคริดสีดวงทวารไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำในระยะยาวได้
หากสงสัยหรือกังวลว่าตนเองมีอาการเข้าข่ายเป็นริดสีดวง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางการรักษาที่เหมาะสม ซึ่งรวมถึงการประเมินว่าการทำ RFA นั้นเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์หรือไม่ และหากเข้ารับการรักษาแล้ว การดูแลตัวเองอย่างถูกต้องตามคำแนะนำของแพทย์จะช่วยให้แผลหายไว ลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว
นพ.ต้น คงเป็นสุข
ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
รพ. พญาไท 2
