โรค ‘จอประสาทตาในวัยทำงาน’ คืออะไร?
โรคจอประสาทตาในวัยทำงาน หมายถึง ความผิดปกติของจอประสาทตาที่เกิดในช่วงอายุประมาณ 25 – 55 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่ใช้สายตาหนักจากการทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และมีความเครียดสะสมสูง
แม้หลายคนจะคิดว่าโรคจอประสาทตาพบเฉพาะผู้สูงอายุ แต่ปัจจุบันพบในวัยทำงานมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีสายตาสั้นมาก ผู้ป่วยเบาหวาน และผู้ที่มีประวัติครอบครัวจอประสาทตาหลุดลอก
อาการเตือนที่ไม่ควรมองข้าม หากมีอาการต่อไปนี้ ควรพบจักษุแพทย์ทันที
- เห็นจุดดำลอยไปมา (Floaters) เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
- เห็นแสงแฟลชคล้ายฟ้าแลบในที่มืด
- เห็นเงาดำคล้ายม่านบังตา
- ภาพบิดเบี้ยว เส้นตรงดูคดงอ
- ตามัวเฉียบพลัน
อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของ จอประสาทตาฉีกขาดหรือหลุดลอก ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินทางจักษุวิทยา
โรคจอประสาทตาที่พบบ่อยในวัยทำงาน
1. วุ้นตาเสื่อมก่อนวัย พบได้ตั้งแต่อายุ 30 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะผู้ที่สายตาสั้นมาก หากวุ้นตาดึงรั้งจอประสาทตา อาจทำให้เกิดรอยฉีกขาดได้
2. จอประสาทตาฉีกขาด/หลุดลอก เกิดจากแรงดึงของวุ้นตาหรืออุบัติเหตุ หากรักษาช้าอาจสูญเสียการมองเห็นถาวร
3. เบาหวานขึ้นตา พบในผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมน้ำตาลไม่ดี ระยะแรกอาจไม่มีอาการ แต่สามารถทำลายจุดภาพชัด มีเลือดออกในลูกตา และตาบอดได้
4. จอประสาทตาเสื่อมจากสายตาสั้นมาก ผู้ที่สายตาสั้นมากกว่า -6.00 D มีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป
ใครบ้างที่ควรตรวจจอประสาทตาเป็นประจำ?
- ผู้ที่สายตาสั้นมาก
- ผู้ป่วยเบาหวานหรือความดันโลหิตสูง
- ผู้ที่มีประวัติครอบครัวจอประสาทตาหลุดลอก
- ผู้ที่มีอาการผิดปกติแม้เพียงเล็กน้อย
การตรวจจอประสาทตาปีละ 1 ครั้งช่วยลดความเสี่ยงการสูญเสียการมองเห็นระยะยาว
การตรวจวินิจฉัยทำอย่างไร?
การวินิจฉัยโรคจอประสาทตาจะทำโดยจักษุแพทย์ ผ่านวิธีต่าง ๆ เช่น
- ตรวจจอประสาทตาหลังหยอดยาขยายม่านตา
- ถ่ายภาพจอประสาทตา (Fundus Photography)
- ตรวจ OCT (Optical Coherence Tomography) เพื่อดูความละเอียดของจุดภาพชัด
การตรวจใช้เวลาไม่นาน และสามารถค้นหาความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
แนวทางการรักษา การรักษาขึ้นอยู่กับชนิดของโรค
- ยิงเลเซอร์ปิดรอยฉีกขาด
- ฉีดยาเข้าวุ้นตาในกรณีจุดภาพชัดบวมหรือมีเลือดออกในวุ้นตา จอประสาทตา
- ผ่าตัดในกรณีจอประสาทตาหลุดลอก
ยิ่งรักษาเร็ว โอกาสรักษาการมองเห็นไว้ได้ยิ่งสูง
วิธีป้องกันโรคจอประสาทตาในวัยทำงาน
- ตรวจสุขภาพตาอายุ 35-40 ปีขึ้นไป เพราะระยะแรกอาจไม่มีอาการควบคุมระดับน้ำตาลและความดันโลหิต
- ควบคุมระดับน้ำตาลความดันโลหิต และโรคประจำตัว
- ผู้ป่วยเบาหวาน แม้ควบคุมน้ำตาลได้ดี จำเป็นต้องตรวจจอประสาทตา ขยายม่านตา ทุกปี อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
- สวมแว่นกันแดด
- หลีกเลี่ยงการขยี้ตาแรง ๆเลี่ยงการกระทบกระเทือนดวงตา
- ตรวจสุขภาพตาเป็นประจำ
โรคจอประสาทตาในวัยทำงานเป็นภาวะที่พบได้มากขึ้นในยุคดิจิทัล การสังเกตอาการผิดปกติและเข้ารับการตรวจโดยจักษุแพทย์เฉพาะทางตั้งแต่ระยะแรก คือกุญแจสำคัญในการป้องกันการสูญเสียการมองเห็นถาวร
