หลายคนที่ยอมทนเจ็บจากอาการ ‘ข้อเข่าเสื่อม’ อาจเพราะ ‘กลัวการผ่าตัด’ แต่รู้หรือไม่ว่า! การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมในปัจจุบันนับเป็นหนึ่งในหัตถการที่มีผลสำเร็จสูงมาก ทั้งผู้ป่วยยังสามารถเลือกวิธีการรักษาที่ตอบโจทย์ความคุ้มค่าในแบบที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกวัสดุข้อเข่าเทียม การดูแลพิเศษต่างๆ เช่น อาหาร ห้องพัก การระงับปวด การทำกายภาพบำบัด รวมถึงหัวใจสำคัญของการผ่าตัด นั่นคือ ศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการ นวัตกรรมและเทคโนโลยีการผ่าตัด ซึ่งในปัจจุบัน รพ.พญาไท 2 มีทั้งศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านการผ่าตัดข้อเข่าเทียม สหสาขาวิชาชีพ และหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดข้อเข่าเทียมรุ่นใหม่ล่าสุด VELYS™ Robotic-Assisted Solutions (Generation 4) จึงนับเป็นอีกขั้นของการให้บริการ ‘การผ่าตัดข้อเข่าเทียม’ ทำให้ผู้ป่วยมั่นใจได้ว่าจะกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่อีกครั้ง โดยไม่ต้องทนทรมานกับความเจ็บปวดอีกต่อไป
หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดข้อเข่าเทียม VELYS™ Robotic-Assisted Solution (Generation 4) คืออะไร?
หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดข้อเข่าเทียม VELYS™ Robotic-Assisted Solutions (VRAS) คือหนึ่งในเครื่องมือที่ศัลยแพทย์นำมาใช้ เพื่อช่วยให้การผ่าตัดข้อเข่าเทียมมีความแม่นยำ และสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันได้รับการพัฒนาสู่ Generation 4 ที่มีรูปทรงกะทัดรัด เคลื่อนที่ได้สะดวก ทำให้ศัลยแพทย์ปรับการใช้งานได้อย่างยืดหยุ่น โดยตัวหุ่นยนต์สามารถเคลื่อนไปในทิศทางที่อยู่ในการควบคุมได้เป็นอย่างดี ทั้งยังมีความโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด 3 ประการ
3 ข้อดีที่โดดเด่นของหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดข้อเข่า VELYS™ Robotic-Assisted Solution (Generation 4)
หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด VELYS™ Robotic-Assisted Solution (Generation 4) มี 3 ข้อดีที่โดดเด่นและแตกต่างจากรุ่นก่อนหน้านี้ คือการทำงานที่รวดเร็ว แม่นยำ และช่วยเพิ่มความปลอดภัยในแก่ผู้ป่วย ทำให้ประสิทธิภาพและผลลัพธ์ในการผ่าตัดดียิ่งขึ้น ดังนี้
- ไม่ต้องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) จึงช่วยลดการสัมผัสรังสี เพิ่มความปลอดภัยให้แก่ผู้ป่วย ทั้งยังลดระยะเวลาการเตรียมตัวและใช้เวลาในการผ่าตัดน้อยลง
- มีเทคโนโลยีในการวิเคราะห์และประมวลผลขั้นสูง ด้วยการนำข้อมูลภาพถ่ายก่อนผ่าตัด การวัดขณะผ่าตัด และโครงสร้างทางกายวิภาคของผู้ป่วยมาช่วยในการวางแผนและดำเนินการผ่าตัด ซึ่งตัวกล้องจะส่งภาพมายังจอคอมพิวเตอร์โดยอัปเดตข้อมูลแบบ Real-Time อย่างต่อเนื่องระหว่างการผ่าตัด ทำให้ศัลยแพทย์สามารถผ่าตัดปรับแต่งกระดูกข้อเข่าเดิม รวมถึงควบคุมความตึงของเนื้อเยื่อและเส้นเอ็นรอบข้าง เพื่อวางตำแหน่งข้อเข่าเทียมให้สอดคล้องกับสรีระของผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสมและรวดเร็วยิ่งขึ้น จึงให้ประสิทธิผลที่ดีและเป็นการเพิ่มอายุการใช้งานของข้อเข่าเทียมให้ยาวนานขึ้นได้อีกทางหนึ่ง
- มีความแม่นยำในการวางและล็อกตำแหน่งของข้อเข่าเทียมในขณะที่ศัลยแพทย์ทำการผ่าตัดได้สูงถึง 0.5 มม. หรือ 0.5 องศา ทั้งยังควบคุมการเคลื่อนที่ของเครื่องมือผ่าตัดและวัสดุข้อเข่าเทียมไม่ให้ออกนอกตำแหน่งที่กำหนด จึงช่วยลดความเสียหายต่ออวัยวะข้างเคียง เช่น เนื้อเยื่อ เส้นเอ็นและกล้ามเนื้อ ส่งผลให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น และมีความเจ็บปวดน้อยลงเมื่อเปรียบเทียบกับการผ่าตัดด้วยวิธีดั้งเดิม ช่วยลดเวลาการฟื้นตัวและค่าใช้จ่ายในการนอนโรงพยาบาลได้
หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดข้อเข่าเทียมเหมาะกับใครบ้าง ?
การใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดข้อเข่าเทียม นอกจากจะเหมาะกับผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมตามธรรมชาติจากอายุที่มากขึ้นในผู้สูงวัย หรือข้อเข่าเสื่อมที่เกิดจากการได้รับอุบัติเหตุแล้ว ยังเหมาะกับผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมที่เกิดจากโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ หรือแม้แต่ผู้ที่เคยผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมมาก่อนแล้วเกิดความผิดปกติขึ้นภายหลัง เช่น วัสดุข้อเข่ามีความเสียหาย ฟังก์ชันการใช้งานแย่ลง เป็นต้น
การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดข้อเข่าเทียมด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด
การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด VELYS™ Robotic-Assisted Solution นอกจากจะมีการประมวลข้อมูลทางกายวิภาคของกระดูกและเนื้อเยื่อรอบๆ ข้อเข่าของผู้ป่วยแล้ว ยังต้องตรวจสุขภาพโดยละเอียดเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นในกรณีผู้ป่วยมีโรคประจำตัวอื่นๆ รวมถึงการเตรียมความพร้อมทั่วไปในการผ่าตัด เช่น หากผู้ป่วยมีการใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด อาจต้องมีการหยุดยาหรือปรับยาบางอย่างที่จะเป็นอุปสรรคต่อการผ่าตัด มีการให้คำปรึกษาเพื่อลดความกังวลทางด้านจิตใจ การวางแผนฟื้นฟูและการทำกายภาพบำบัดหลังการผ่าตัด เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าใจและมีความพร้อมมากที่สุด
ข้อจำกัดในการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดข้อเข่า
แม้เทคโนโลยีการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดจะมีประโยชน์และมีความก้าวหน้าเป็นอย่างมาก แต่ก็มีข้อจำกัดในการใช้ ซึ่งเหมือนกับการผ่าตัดข้อเข่าเทียมด้วยวิธีอื่นๆ ที่ไม่สามารถทำได้ในผู้ป่วยที่มีภาวะต่างๆ เช่น
- มีข้อเข่าเสื่อมรุนแรง หรือความผิดปกติในกายวิภาคของเข่ามากๆ
- มีการสูญเสียมวลกระดูก หรือมีภาวะกระดูกพรุนอย่างมีนัยสำคัญ
- มีการติดเชื้อในข้อเข่า หรือภาวะทางระบบประสาทและกล้ามเนื้อที่ส่งผลต่อข้อเข่า
- มีภาวะอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือมีกล้ามเนื้อต้นขาอ่อนแรงจนไม่สามารถฟื้นตัวได้หลังการผ่าตัด
ทั้งนี้ หากผู้ป่วยไม่สามารถเข้ารับการผ่าตัดได้ ศัลยแพทย์จะใช้ดุลยพินิจเพื่อพิจารณาเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมที่สุดต่อไป หรือในกรณีผู้ป่วยมีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง จะต้องมีการควบคุมโรคให้อยู่ในเกณฑ์ปกติเสียก่อนจึงเข้ารับการผ่าตัดได้ เพื่อความปลอดภัยและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ป่วย
อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมยังมีเทคนิค อุปกรณ์ วัสดุข้อเข่า เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องให้เลือกใช้อีกมากมาย โดยศัลยแพทย์จะเป็นผู้ให้รายละเอียดต่างๆ แก่ผู้ป่วย เพื่อการพิจารณาเลือกและออกแบบแนวทางการรักษาร่วมกันในทุกขั้นตอน เป็นการตอบโจทย์ทั้งความคุ้มค่าในด้านสุขภาพ และสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ป่วยว่าจะเป็นการผ่าตัดที่ได้ผลดี มีความพึงพอใจทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการผ่าตัด เพื่อการกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดี ได้ทำกิจกรรมที่ชอบโดยไร้ซึ่งอุปสรรคได้อีกครั้งหนึ่ง
