หมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อม…ปัญหาสุขภาพที่ไม่ได้เกิดจากวัยเพียงอย่างเดียว เพราะมีปัจจัยอีกหลายอย่างที่เป็นต้นตอไปสู่ภาวะกระดูกสันหลังเสื่อม โดยเฉพาะพฤติกรรมที่ผู้หญิงเรานั้นชอบทำแบบไม่รู้ตัว 5 นิสัยนี้
- ใส่รองเท้าส้นสูงนานๆ
แน่นอนว่ารองเท้าส้นสูงกับผู้หญิงเป็นของคู่กัน โดยเฉพาะกับสาวทำงานทั้งหลาย แต่ลองสังเกตดูสิว่า ถ้าใส่ติดต่อกันนาน ไม่พักบ้าง จะเกิดอาการปวดหลังส่วนล่าง นั่นคือความเสี่ยงที่ทำให้เกิดกระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาทเมื่ออายุมากขึ้นได้ ดังนั้นถ้าจำเป็นต้องใส่รองเท้าส้นสูง เพื่อทำให้เรารู้สึกมั่นใจ ดูดี ก็ไม่ควรใส่ติดต่อกันเป็นเวลานานจนเกินไป - นั่งก้มคอทำงานหน้าคอมพิวเตอร์
ใครต้องทำงานอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน จะรู้สึกปวดเมื่อยสะบักหัวไหล่ทั้ง 2 ข้าง เหมือนมีคนเอามือมากดแรงๆ ที่หัวไหล่ ลามไปจนถึงปวดหลัง เนื่องจากกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นเกิดอาการล้า และกรณีที่ปรับเก้าอี้ไม่ตรงกับระดับหน้าจอ จนต้องก้มหรือเงยคอตลอดเวลา ทำให้กระดูกก้านคอเสื่อม หรือกระดูกสันหลังเสื่อมได้ ควรพักสายตาด้วยการลุกจากเก้าอี้เปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ วางจอคอมพิวเตอร์ในระดับที่เหมาะกับสายตา - นั่งหลังงอ
การนั่งหลังงอในท่าเดิมเป็นเวลานาน จะทำให้กล้ามเนื้อเกิดการเกร็ง เกิดอาการปวดเมื่อยที่บริเวณหัวไหล่ และสะโพกขึ้นได้ ควรพยายามฝึกตัวเองนั่งหลังตรงให้เป็นนิสัย เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหากระดูกสันหลังทั้งในระยะสั้นและระยะยาว - นั่งไขว่ห้าง
การนั่งไขว่ห้าง จะทำให้มีการกดทับน้ำหนักตัวลงที่ก้นข้างใดข้างหนึ่ง ส่งผลให้เกิดอาการชา ปวดเมื่อย และส่งผลให้กระดูกคด และโค้งงอที่หลังได้ และยังทำให้ปวดหลังระยะยาว จึงไม่ควรนั่งไขว่ห้าง และขณะทำงานควรให้หลังพิงพนักเก้าอี้ทุกครั้ง เพื่อลดโอกาสปวดหลังจากการทำงาน - สะพายกระเป๋าที่หนักในท่าเดิมๆ
โดยส่วนใหญ่ผู้หญิงจะสะพายกระเป๋าที่หัวไหล่ข้างใดข้างหนึ่งที่ถนัดเป็นประจำ และถ้ากระเป๋ามีน้ำหนักมากหัวไหล่รับน้ำหนักข้างเดียว กระดูกรับน้ำหนักมาก จึงเป็นการทำลายกระดูกได้อย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียว
สำหรับใครที่มีปัญหาหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อม เมื่อมีอาการสิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรก คือ ตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต รับประทานยา ทำกายภาพบำบัด และสุดท้ายหากต้องผ่าตัด ปัจจุบันการผ่าตัดรักษาสามารถทำได้หลายวิธี และวิธีที่ทำให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างปลอดภัยสูง ฟื้นตัวเร็ว เจ็บตัวน้อยที่สุด คือการผ่าตัดผ่านกล้องแผลเล็ก “Minimally Invasive Spine Surgery” แผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก 2-3 เซนติเมตร ฟื้นตัวเร็ว เจ็บน้อย หายไว เนื้อเยื่อโดยรอบได้รับความกระทบกระเทือนน้อยกว่าการผ่าตัดแบบมาตรฐาน
โรงพยาบาลพญาไท 3 มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและเครื่องมือที่ทันสมัย พร้อมให้บริการเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างปกติ
นพ.ธีรชัย ผาณิตพงศ์
ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทศัลยศาสตร์
ความชำนาญด้านการผ่าตัดสมองและระบบประสาทผ่านเทคโนโลยีขั้นสูง
โรงพยาบาลพญาไท 3
