วิเคราะห์ไขมันของร่างกายอย่างแม่นยำด้วย BIA

Image

แชร์


ถ้าพูดถึงการวิเคราะห์ปริมาณไขมันในร่างกายในปัจจุบันนั้นสามารถทำได้หลากหลายวิธี ตั้งแต่การชั่งน้ำหนักและส่วนสูงเพื่อนำมาคำนวณดัชนีมวลกาย (Body Mass Index), การวัดขนาดเส้นรอบเอว (Waist Circumference), การหนีบวัดความหนาของชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Skinfold Measurement), การชั่งน้ำหนักใต้น้ำ (Hydrodensitometry) จนไปถึงการวัดด้วยคลื่นรังสี DEXA Scan และก็ยังมีอีกหนึ่งวิธีที่เรียกได้ว่าเป็นวิธียอดฮิตติดเทรนด์ในปัจจุบัน จะเป็นวิธีอะไรนั้น วันนี้หมอจะชวนไปทำความรู้จักวิธีนี้กันค่ะ

วัดไขมัน…จากความต้านทานไฟฟ้าในร่างกาย

เหตุผลหลักที่ทำให้ การวัดปริมาณไขมันด้วยการประมวลผลจากความต้านทานไฟฟ้าในร่างกาย หรือที่เรียกกันว่า Bioelectrical Impedance Analysis (BIA) ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ก็คือขั้นตอนและวิธีการวัดที่แสนสะดวก เพียงแค่ขึ้นยืนตรวจบนเครื่องนิ่งๆ 2-3 นาที ปราศจากความเจ็บปวดใดๆ และรอฟังผลได้เลยทันที ไม่ซับซ้อนยุ่งยาก ใช้เวลาเพียงแค่ 2-3 นาที ราคาถูก และมีความแม่นยำสูง

 

นอกจากนี้การวัดแต่ละครั้งยังครอบคลุมถึงการจำแนกปริมาณ มวลกล้ามเนื้อ (Muscle Mass), มวลไขมันใต้ผิวหนัง (Body Fat Mass), มวลไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat Mass), ปริมาณน้ำในร่างกาย (Body Water), ปริมาณเกลือแร่ในร่างกาย (Minerals), อายุทางชีวภาพ (Biological Age), ความสมดุลซ้าย-ขวา (Balance Assessment) และจำนวนแคลลอรี่ที่ใช้ในแต่ละวัน (Basal Metabolic Rate & Total Daily Energy Expenditure) เรียกได้ว่าวัดได้อย่างครบครันในการประเมินเพียงครั้งเดียว

 

ใครบ้างนะที่สามารถประเมินร่างกายด้วย BIA

การวิเคราะห์และประเมินสัดส่วนของร่างกาย Body Composition Analysis ด้วยวิธี BIA นั้น สามารถใช้ได้กับทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป ยกเว้น หญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่มีวัสดุโลหะฝังอยู่ในร่างกาย และผู้ที่ติดเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ สำหรับใครที่สนใจก็สามารถสอบถามได้ที่ศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัย โรงพยาบาล พญาไท 3

 

 

พญ.เมธชนัน เลิศชุณหะเกียรติ

ศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัย

โรงพยาบาล พญาไท 3

Loading...

แชร์


Loading...