เมื่อต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อไหล่เทียม ควรเลือกชนิดไหนดี

Image

แชร์


เมื่อต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อไหล่เทียม ควรเลือกชนิดไหนดี

เมื่อคนไข้มีปัญหาข้อไหล่เสื่อม กระดูกหัวไหล่แตกหักรุนแรง หรือหัวกระดูกข้อไหล่ขาดเลือด แล้วจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อไหล่เทียม แพทย์จะทำการตรวจอย่างละเอียด เพื่อวางแผนและเลือกชนิดของข้อไหล่เทียมที่เหมาะสมให้กับคนไข้

การตรวจและประเมินก่อนผ่าตัด

  • แพทย์จะซักถามข้อมูลเกี่ยวกับโรคประจำตัวของคนไข้ ยาที่กินเป็นประจำ รวมถึงการใช้สารสเตียรอยด์และยาละลายลิ่มเลือด ในส่วนของข้อไหล่ก็จะถามถึงอาการปวด ไหล่ติด การใช้งานของข้อไหล่ในชีวิตประจำวัน
  • การตรวจร่างกาย แพทย์จะประเมินการเคลื่อนไหวของข้อไหล่ ความมั่นคง ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบข้อไหล่ และตรวจหาพยาธิสภาพของอวัยวะโดยรอบที่เกี่ยวข้อง
  • เอกซเรย์ จะช่วยบอกระดับความรุนแรงของการเสื่อม ซึ่งจะพบช่องว่างในข้อไหล่แคบลง, ผิวข้อขรุขระ, มีกระดูกงอก หรือมีกระดูกหลุดลอยในข้อ เป็นต้น
  • การตรวจอื่นๆ เช่น การตรวจเลือด เพื่อหาภาวะโรคข้ออักเสบ การติดเชื้อ รวมถึงตรวจหาความผิดปกติของโรคทางอายุรกรรมต่างๆ การส่งเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ MRI, CT Scan เพื่อดูสภาพของกระดูกและเนื้อเยื่อต่างๆ รอบข้อไหล่

หลังการตรวจและประเมินผลทั้งหมด แพทย์ก็จะอธิบายและปรึกษากับคนไข้ได้ว่า วิธีการรักษาใดจะเหมาะสมกับคนไข้ที่สุดในการลดอาการปวดไหล่ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของข้อไหล่

ชนิดของข้อไหล่เทียม

ข้อไหล่เทียมมีหลายชนิด ซึ่งจะเหมาะสมกับคนไข้แตกต่างกันไป ดังนั้นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะสามารถอธิบายได้ว่ามีข้อเทียมประเภทใดบ้าง และแบบใดที่จะเหมาะสมกับคนไข้คนนั้นๆ มากที่สุด ด้วยเหตุผลใด

  • Conventional Total Shoulder Arthroplasty

เป็นการผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อไหล่ที่เสื่อมเสียหายทั้ง 2 ด้าน คือ ด้านหัวกระดูกและด้านเบ้า โดยด้านหัวกระดูกจะเป็นข้อเทียมที่มีลักษณะเป็นหัวโลหะ และมีด้ามที่จะเสียบเข้าไปในโพรงกระดูกต้นแขน โดยจะยึดด้วย ซีเมนต์ (Cement) หรือไม่ก็ได้ ส่วนด้านเบ้าจะเป็นวัสดุคล้ายพลาสติก ซึ่งจะยึดกับฐานเบ้าเดิมด้วยซีเมนต์

การเปลี่ยนข้อเทียมทั้ง 2 ด้านนี้ เป็นวิธีผ่าตัดที่ทำมากที่สุดและได้ผลดีในภาวะโรคข้อไหล่เสื่อมในผู้สูงอายุ นอกจากนี้ภาวะข้อไหล่เสื่อมจากโรคข้ออักเสบเรื้อรัง เช่น โรครูมาตอยด์ ก็ได้ผลดี

  • Hemiarthroplasty

เป็นการผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเฉพาะด้านหัวกระดูก โดยใช้ข้อเทียมที่มีหัวโลหะและด้ามเสียบเข้าโพรงกระดูกต้นแขน เหมือนกับข้อเทียมของการผ่าตัด Conventional Total Shoulder Arthroplasty แต่จะไม่มีการเปลี่ยนส่วนของเบ้า มักจะใช้ในกรณีหัวกระดูกต้นแขนแตกหักรุนแรงจนไม่เหมาะกับการยึดด้วยโลหะ, ในกรณีข้อเสื่อมที่เบ้ายังดีอยู่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเบ้าเทียม, หรือกรณีข้อเสื่อมที่เบ้าเสียหายรุนแรง กระดูกฐานเบ้าเดิมทรุดจนไม่สามารถเปลี่ยนเบ้าเทียมได้ เป็นต้น

รายงานส่วนใหญ่พบว่า ในกรณีที่เป็นข้อไหล่เสื่อม Degenerative Osteoarthritisในผู้สูงอายุ การผ่าตัดแบบ Total Shoulder Arthroplasty จะสามารถลดอาการปวด และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของข้อไหล่ได้ดีกว่าผ่าตัดแบบ Hemiarthroplasty

  • Surface Replacement Arthroplasty

เป็นการผ่าตัดเปลี่ยนเฉพาะผิวข้อของหัวกระดูกต้นแขนโดยไม่มีด้ามเสียบเข้าไปในโพรงกระดูกต้นแขน ซึ่งจะมีข้อเทียม 2 ประเภทย่อยคือ เปลี่ยนผิวข้อทั้งหมดของหัวกระดูก และเปลี่ยนเพียงบางส่วนของหัวกระดูก (Anatomic Focal Resurfacing)

 

การผ่าตัดเปลี่ยนเฉพาะผิวข้อของกระดูกนี้จะใช้ในกรณีที่หัวกระดูกเสียหายไม่มากนัก, กรณีที่ต้องการสงวนมวลกระดูกต้นแขน, ต้องการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงของการใส่ด้ามและการหลวมบริเวณด้ามของข้อเทียม เป็นต้น ตัวอย่างเช่น ในกรณีคนไข้อายุน้อย ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่ต้องผ่าตัดเปลี่ยนแก้ไขข้อ (Revision Surgery) ในอนาคต ก็จะสามารถทำผ่าตัดได้ดี เนื่องจากยังเหลือมวลกระดูกมากและไม่เคยใส่ด้ามข้อเทียมมาก่อน

 

อย่างไรก็แล้วแต่ ข้อเทียมประเภทนี้ไม่สามารถใช้ได้ในกรณีที่หัวกระดูกเสียหายมาก กระดูกพรุนมาก และกรณีหัวกระดูกหรือคอกระดูกแตกหัก (Acute Fracture of Humeral Head or Neck) หัวกระดูกหรือคอกระดูกแตกหักและไม่ติดตามธรรมชาติ (Non Union of Humeral Head or Neck Fracture)

  • Reverse Total Shoulder Arthroplasty

เป็นการผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อทั้งในส่วนหัวกระดูกและเบ้า แต่ลักษณะข้อเทียมจะแตกต่างกับ Conventional Total Shoulder Arthroplasty ตรงที่หัวข้อเทียมทรงกลมจะกลับไปยึดที่กระดูกเบ้าเดิม และเบ้าเทียมจะมายึดติดที่กระดูกต้นแขน จุดประสงค์เพื่อเพิ่มการได้เปรียบเชิงกลให้กล้ามเนื้อ Deltoid สามารถทำงานยกแขนขึ้นได้แทนกล้ามเนื้อ Rotator Cuff ที่ขาดเสียหายรุนแรงเรื้อรัง

 

ข้อเทียมประเภทนี้มักใช้ในข้อไหล่เสื่อมจากเอ็นหมุนรอบข้อไหล่ฉีกขาดรุนแรงเรื้อรัง Rotator Cuff Tear Arthropathy ในผู้ที่มีอายุมากกว่า 70 ปี มีอาการอ่อนแรง ยกแขนไม่ขึ้น (Pseudoparalysis) และเอ็นขึงด้านบนข้อไหล่เสียหายฉีกขาด (Incompetent Coracoacromial Arch) นอกจากนี้ยังมีที่ใช้เป็นการผ่าตัดแก้ไขหลังการผ่าตัดข้อไหล่ต่างๆที่ไม่ประสบผลสำเร็จ เช่น Failed Massive Rotator Cuff Repair, Failed Resection Arthroplasty, Failed Glenohumeral Arthrodesis เป็นต้น

 

 

น.อ.น.พ. ประชัน บัญชาศึก
ศูนย์กล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ
โรงพยาบาลพญาไท 3
Loading...

แชร์


Loading...

เมื่อต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อไหล่เทียม ควรเลือกชนิดไหนดี