Post-Earthquake Dizziness Syndrome: อาการเวียนศีรษะหลังแผ่นดินไหวคืออะไร?

Image

แชร์


Post-Earthquake Dizziness Syndrome: อาการเวียนศีรษะหลังแผ่นดินไหวคืออะไร?

Post-Earthquake Dizziness Syndrome (PEDS) เป็นภาวะทางระบบประสาทที่เกิดขึ้นหลังจากประสบเหตุแผ่นดินไหว ผู้ที่ได้รับผลกระทบอาจมีอาการเวียนศีรษะคล้ายกับอาการของ Motion Sickness หรือ Vertigo แม้ว่าจะไม่ได้เคลื่อนไหวก็ตาม

 

อาการของ Post-Earthquake Dizziness Syndrome

อาการของภาวะนี้มักเกิดขึ้นภายในไม่กี่ชั่วโมงหรือหลายวันหลังจากแผ่นดินไหว และอาจคงอยู่เป็นเวลาหลายสัปดาห์ อาการหลัก ได้แก่

    • เวียนศีรษะ หรือรู้สึกเหมือนแผ่นดินยังคงสั่นไหว
    • เสียสมดุล หรือรู้สึกโคลงเคลง ขณะยืนหรือเดิน
    • คลื่นไส้ หรืออาการคล้ายเมารถ
    • อ่อนเพลีย และมึนงง
    • ความวิตกกังวล หรืออาการแพนิค เกี่ยวกับแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น

อาการเหล่านี้เกิดจากความผิดปกติของระบบขนถ่ายการทรงตัวในหูชั้นใน (Vestibular System) ร่วมกับการทำงานของสมองที่ยังคงตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น

 

ควรพบแพทย์เมื่อไหร่?

แม้ว่าอาการของ PEDS ส่วนใหญ่มักดีขึ้นเองภายในไม่กี่วัน แต่ควรพบแพทย์หากมีอาการ ดังต่อไปนี้

    • เวียนศีรษะรุนแรง จนส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน
    • อาการไม่ดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์
    • เวียนศีรษะร่วมกับอาการอื่นที่รุนแรง เช่น ตาพร่ามัว พูดไม่ชัด หรืออ่อนแรงครึ่งซีก ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภาวะทางสมองที่ร้ายแรง
    • มีประวัติโรคเกี่ยวกับหูชั้นในหรือระบบประสาท ที่อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน

การรักษาและการดูแลตนเอง

    • หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนท่าทางเร็วเกินไป เพื่อลดอาการเวียนศีรษะ
    • พักผ่อนให้เพียงพอ และลดความเครียด
    • ฝึกการทรงตัว เช่น การทำกายภาพบำบัดที่ช่วยให้ระบบประสาทปรับตัว
    • หลีกเลี่ยงสารกระตุ้น เช่น คาเฟอีน แอลกอฮอล์ หรือยาสูบที่อาจทำให้อาการแย่ลง
    • หากอาการรุนแรง แพทย์อาจสั่งยาแก้เวียนศีรษะ เช่น Meclizine หรือ Diazepam ในบางกรณี

โดยรวมแล้ว Post-Earthquake Dizziness Syndrome เป็นอาการที่พบได้บ่อยในผู้ที่ประสบแผ่นดินไหว แต่โดยทั่วไปสามารถหายได้เอง อย่างไรก็ตาม หากอาการรุนแรงหรือยาวนาน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาที่เหมาะสม

Loading...

แชร์


Loading...