หลายคนสงสัยว่าน้ำท่วมสมองได้ยังไง…มาดูกัน! ในโพรงสมองนั้นประกอบด้วยเนื้อสมองและมีน้ำไขสันหลังอยู่รอบๆ คอยหล่อเลี้ยงเพื่อลดแรงกระแทกเวลาที่ร่างกายเราเคลื่อนไหว ลองนึกภาพว่าเวลาที่เรานำเต้าหู้ใส่กล่องสำหรับเดินทาง ทำไมจะต้องใส่น้ำลงไปด้วย…ก็เพื่อป้องกันการกระแทกเนื้อเต้าหู้กับตัวกล่องเวลาเดินทางนั้นเอง
แล้วน้ำท่วมสมองในผู้สูงอายุเกิดจากอะไร?
เกิดจากความไม่สมดุลระหว่างการสร้างน้ำและการดูดกลับของน้ำ โดยบางรายนั้นจะมีการ “สร้างน้ำน้อยกว่าการดูดกลับ” ซึ่งในโพรงสมองมีน้ำน้อยเกินไปไม่พอที่จะหล่อเลี้ยง และบางราย “สร้างน้ำมากกว่าการดูดกลับ” ทำให้มีน้ำหล่อเลี้ยงที่มากเกินไป และมักจะพบบ่อยเรียกว่าภาวะ “น้ำท่วมสมอง” (hydrocephalus) นั่นเอง สามารถแบ่งประเภทได้ดังนี้
- แบบเฉียบพลัน มักจะพบว่ามีอาการปวดหัวรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน หากมีน้ำท่วมมากอาจจะหมดสติ เสียชีวิตได้
- แบบเรื้อรัง อาจปวดศีรษะแบบเป็นๆ หายๆ ตามัวมองไม่เห็น มักจะไม่มีอาการในกลุ่มแบบเฉียบพลัน
- น้ำท่วมสมองแบบความดันไม่สูง ผู้ป่วยที่มีน้ำท่วมสมองเรื้อรัง แต่สามารถปรับตัวทำให้ความดันในสมองไม่สูงขึ้น หากวัดค่าความดันในสมองจะมีค่าใกล้เคียงกับคนปกติ
อาการเบื้องต้นที่ต้องสังเกต
ช่วงแรกมักจะพบการเดินเซ ทรงตัวไม่ได้ (gait apraxia) ต้องใช้เท้าข้างใดข้างหนึ่งยึดเพื่อหมุนตัว ระยะเวลาที่แสดงอาการดังกล่าวประมาณ 1 ปี หากมีอาการความจำเสื่อม (dementia) ร่วมด้วยแล้ว มักจะลืมเหตุการณ์ระยะสั้นเช่น จำไม่ได้ว่าได้รับประทานอาหารไปเมื่อเช้า แต่จะสามารถจดจำเหตุการณ์ระยะยาวได้ ซึ่งจะแตกต่างกับโรคอัลไซเมอร์ และสำหรับผู้ป่วยที่กลั้นปัสสาวะลำบาก (urinary incontinence) จะต้องรีบเข้าห้องน้ำ หรือกลั้นปัสสาวะไม่อยู่
วิธีรักษา
สามารถรักษาได้โดยใส่ท่อเพื่อระบายน้ำในสมอง เป็นการผ่าตัดที่ง่าย ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง มีความเสี่ยงต่ำ และได้ผลดี หากอาการไม่ดีขึ้นเท่าที่ควรก็จะสามารถชะลอการเสื่อมของสมองออกไปได้เป็นระยะเวลานานทีเดียว
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้ผู้ป่วยรอดพ้นจากโรคสมองเสื่อมในอนาคตได้นั้นคือ การวินิฉัยที่รวดเร็ว ถูกต้องและแม่นย้ำ เนื่องจากโรคนี้สามารถรักษาและป้องกันได้หากเข้ารับการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ดังนั้นลูก หลานทั้งหลายต้องหมั่นเช็คอาการของผู้สูงอายุอยู่เสมอ หากไม่มั่นใจควรรีบพาไปพบแพทย์โดยด่วนที่สุด
