ปัจจุบันนี้น้อยคนนัก…ที่จะไม่เคยได้ยินชื่อ “โรค Stroke” หรือ “โรคหลอดเลือดสมอง” เพราะโรคนี้เป็นสาเหตุทำให้เกิดการพิการ นอนติดเตียง และเสียชีวิตเป็นอันดับต้นๆ เลยทีเดียว…
แม้โรคนี้จะพบบ่อยในกลุ่มคนที่มีอายุมาก เนื่องจากหลอดเลือดเสื่อมไปตามวัย แต่จริงๆ แล้ว..!! คนทุกเพศทุกวัยก็สามารถเป็นได้เช่นกัน และปัจจุบันก็พบมากในคนอายุน้อยลงเรื่อยๆ
ฉะนั้นเราทุกคนควรรู้ให้เท่าทันโรค หมั่นใส่ใจดูแลสุขภาพทั้งของตนเองและคนใกล้ชิด เพราะหากเราพลาดไปแค่เสี้ยววินาทีเดียว! ความรุนแรงของโรคนี้อาจก่อให้เกิดความสูญเสียในหลายๆ ด้านตามมาได้
มารู้จัก โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ให้มากกว่าที่เคย
โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) เกิดขึ้นเมื่อหลอดเลือดในสมองมีการตีบตันหรือแตกอย่างเฉียบพลัน ทำให้การไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงสมองส่วนนั้นหยุดชะงักลง เมื่อสมองขาดเลือดก็ส่งผลให้เนื้อสมองถูกทำลายและไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ และเนื้อสมองส่วนนั้นตายลง
ส่วนอาการแสดงจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรง และตำแหน่งของสมองที่ถูกทำลาย แต่ที่เราสามารถสังเกตได้นั้นมีหลายอย่าง เช่น
- ชาหรืออ่อนแรงที่ใบหน้าซีกใดซีกหนึ่งอย่างฉับพลัน
- พูดไม่ชัด ปากเบี้ยว มุมปากตก น้ำลายไหล กลืนลำบาก
- ชาหรืออ่อนแรงที่แขน ขา ซีกใดซีกหนึ่งอย่างฉับพลัน เดินเซ สูญเสียการทรงตัว
- ตามัว มองเห็นภาพซ้อนหรือครึ่งซีก หรือตาบอดข้างเดียวอย่างฉับพลัน
- มีอาการปวดศีรษะอย่างฉับพลัน
อาการเหล่านี้ อาจเกิดเพียงอาการเดียวหรือหลายอาการร่วมกันก็ได้ ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของสมองที่สูญเสียหน้าที่ไป บางรายอาจมีอาการผิดปกติเหล่านี้ชั่วขณะ แล้วก็ดีขึ้นภายใน 24 ชั่วโมง เนื่องจากสมองขาดเลือดชั่วคราว (Mini Stroke)
แต่ไม่ว่าอย่างไร หากมีอาการดังกล่าวเกิดขึ้น ไม่ควรรอดูอาการ ควรรีบมาพบแพทย์โดยเร็วที่สุด เพื่อให้แพทย์เฉพาะทางตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดและทำการรักษาโดยทันที
Stroke รักษาได้…ลดการสูญเสีย
การรักษาโรคหลอดเลือดสมอง จะขึ้นอยู่กับสาเหตุและอาการของโรค ว่าเป็นหลอดเลือดสมองตีบ ตัน หรือหลอดเลือดสมองแตก ซึ่งแต่ละอาการจะมีแนวทางการรักษาที่แตกต่างกัน
หลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน
เป้าหมายของการรักษา คือ ทำให้เลือดไหลเวียนได้อย่างปกติ โดยทางเลือกในการรักษามีหลายวิธี เช่น การให้ยาละลายลิ่มเลือด และในบางกรณีจะรักษาโดยการใช้การขยายหลอดเลือด และการลากลิ่มเลือดโดยการสอดสายผ่านเข้าไปในหลอดเลือดสมองโดยตรง ซึ่งพบว่าจะได้ผลดีกับผู้ที่มีอาการแสดงของโรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน และมาถึงโรงพยาบาลเร็ว โดยได้รับการรักษาในระยะเวลาไม่เกิน 4.5 ชั่วโมง นับตั้งแต่เริ่มมีอาการ
หลอดเลือดสมองปริแตกหรือฉีกขาด
เป้าหมายของการรักษา คือ การควบคุมปริมาณเลือดที่ออก และลดความดันในสมองอย่างรวดเร็ว ในกรณีที่มีเลือดออกจำนวนมากในสมอง แพทย์อาจพิจารณาทำการผ่าตัดเพื่อป้องกัน และลดความเสียหายต่อสมองที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทุกวินาที…มีค่าเสมอ สำหรับโรคหลอดเลือดสมอง
หากผู้ป่วยอยู่ในความดูแลของแพทย์เร็วมากเท่าไหร่… อัตราการสูญเสียก็จะยิ่งลดลงมากเท่านั้น นพ.ประณต นิพัทธสัจก์ แพทย์เฉพาะทางด้านประสาทศัลยศาสตร์ และ พญ.ลลิตพรรณ สุดประเสริฐ อายุรแพทย์เฉพาะทางด้านระบบประสาทและสมอง โรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์ จึงให้ความสำคัญกับ “ทุกวินาที..ของ..ทุกชีวิต” และด้วยประสบการณ์ รวมถึงความชำนาญเฉพาะทางในการรักษาโรคนี้ แพทย์ทั้งสองท่านจึงพร้อมให้คำแนะนำ ตรวจคัดกรอง วินิจฉัย และพร้อมดูแลรักษาอย่างเต็มที่ เพื่อคืนคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ผู้ป่วยทุกคน
…ไม่มีใครรู้หรอกว่า “แค่เสี้ยววินาทีเดียว…จะเกิดอะไรขึ้นได้บ้าง?” เราจึงควรระวัง อย่าปล่อยให้ “Stroke”
บั่นทอนความสุขของเราและคนที่คุณรัก…
นพ. ประณต นิพัทธสัจก์
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทศัลยศาสตร์
พญ. ลลิตพรรณ สุดประเสริฐ
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทและสมอง
ศูนย์สมองและกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์
