เพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก ถือว่าเป็นหนึ่งในรูปแบบของการมีเพศสัมพันธ์ที่เป็นปกติธรรมดาและมีการปฏิบัติกันโดยทั่วไปทั้งในคู่ชายหญิง ชายชาย และหญิงหญิง รวมทั้งการมีเพศสัมพันธ์แบบกลุ่ม
เชื้อไวรัสเพิ่มเสี่ยงมะเร็งทวารหนัก
เพศสัมพันธ์เป็นสิ่งที่ดีงาม แต่ไม่ว่าจะเป็นเพศสัมพันธ์รูปแบบใดก็ตามย่อมมีความเสี่ยงในการเกิดโรคได้เสมอ ตัวอย่างเช่น
- การติดเชื้อไวรัสเอชไอวี (HIV)
การร่วมเพศทางทวารหนักเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีสูงกว่ากิจกรรมทางเพศในรูปแบบอื่นๆ ซึ่งเชื้อไวรัสชนิดนี้เป็นสาเหตุของโรคเอดส์ หากไม่ได้รับยาต้านไวรัส เมื่อโรคลุกลามก็จะเป็นการเจ็บป่วยที่รุนแรงและอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ - การติดเชื้อไวรัสเอชพีวี (HPV)
เชื้อไวรัสเอชพีวี เป็นเชื้อที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ซึ่งพบได้บ่อย สามารถแพร่กระจายได้ง่าย การติดเชื้อไวรัสชนิดนี้อาจส่งผลให้เกิดหูดบริเวณทวารหนัก แต่หากติดเชื้อเอชพีวีเป็นระยะเวลานานก็อาจนำไปสู่การเกิดโรคมะเร็งทวารหนักได้
โรคมะเร็งทวารหนัก
โดยทั่วไปพบไม่เกิน 3% ของมะเร็งที่เกิดขึ้นกับคนๆ หนึ่ง แต่ในกลุ่มคนที่มีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักร่วมกับมีการติดเชื้อเอชไอวี (HIV positive) จะทำให้อัตราการเกิดโรคเพิ่มขึ้นถึง 30 เท่า ซึ่งสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งทวารหนักส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อเอชพีวี (Human Papillomavirus: HPV) หรือการมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก อาการจะเริ่มจากการมีติ่งหรือก้อนที่บริเวณทวารหนัก บางรายอาจมีถ่ายเป็นเลือด เจ็บก้น ซึ่งเป็นอาการที่ใกล้เคียงกับโรคริดสีดวงทวาร รวมทั้งมีอาการปวดและคันบริเวณทวารหนักด้วย ดังนั้นหากพบติ่งหรือก้อนที่บริเวณทวารหนัก ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยให้ตรงโรค จะได้รับการรักษาที่ถูกต้อง
ป้องกัน…เพื่อลดความเสี่ยงโรคทางเพศสัมพันธ์และทางทวารหนัก
ความสัมพันธ์ที่อยู่ในความใส่ใจและความไม่ประมาท จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคทางเพศสัมพันธ์ได้
- ใช้ถุงยางอนามัย
ควรใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ เพราะถุงยางอนามัยมีประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อเอชไอวีและเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ถุงยางอนามัยไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ 100 % ดังนั้น ควรใช้วิธีป้องกันอื่นๆ ร่วมด้วย เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ - ฉีดวัคซีน HPV
ควรฉีดวัคซีน HPV หรือวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก ซึ่งสามารถป้องกันมะเร็งทวารหนักได้ แนะนำให้ฉีดทั้งผู้หญิงและผู้ชายตั้งแต่อายุ 11 ปีขึ้นไปจนถึงอายุ 45 ปี - รักษาการติดเชื้อเอชไอวี (HIV)
สำหรับผู้ติดเชื้อเอชไอวีจำเป็นต้องใช้ยาต้านไวรัสตามแพทย์สั่งอย่างต่อเนื่อง นอกจากจะเป็นการควบคุมไม่ให้โรคมีความรุนแรงมากขึ้นจนกลายเป็นโรคเอดส์แล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อเอชพีวีในระยะยาว และช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งทวารหนักได้ - ตรวจคัดกรองมะเร็งทวารหนัก
การตรวจ Anal pap smear คล้ายกับการตรวจ pap smear ในมะเร็งปากมดลูก เพียงแต่นำอุปกรณ์ตรวจเข้าทางทวารหนักแทน เพื่อเก็บตัวอย่างของเซลล์ที่อยู่บริเวณทวารหนักมาตรวจหาเซลล์ที่มีความผิดปกติและอาจเป็นมะเร็ง หากไม่พบเซลล์ที่ผิดปกติ ควรตรวจซ้ำทุกปี แต่หากพบความผิดปกติ แพทย์จะทำการตัดชิ้นเนื้อไปตรวจพิสูจน์ว่าเป็นความผิดปกติแบบใด
ซึ่งการตรวจคัดกรอง ทำให้มีโอกาสพบความผิดปกติของเซลล์ในระยะก่อนเป็นมะเร็ง เป็นการเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาดได้สูงมาก
ถ้าต้องการให้ทุกความสัมพันธ์ออกมาดี…ต้องให้ความใส่ใจในรายละเอียดของกันและกัน ต้อง “รัก” ทั้งตัวเองและคนข้างกาย การชวนคู่รักมาตรวจหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นระยะๆ จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคและการแพร่กระจายเชื้อได้เป็นอย่างดี
นพ. อติวุทธ กมุทมาศ
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเพศ
ศูนย์สุขภาพเพศ โรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์
