ขอกล่าวคำทักทายสาวๆ ทุกคนที่เข้ามาอ่านบทความนี้ค่ะ วันนี้เราจะมาพูดกันถึงเรื่องที่สาวๆ ทุกคนควรรู้ แต่อาจจะยังไม่กล้าถาม นั่นคือ “มะเร็งปากมดลูก” ซึ่งเป็นโรคที่พบได้บ่อยในสาวไทย แต่สาวๆ อย่าได้กลัวไปค่ะ เพราะเราจะมาแชร์เคล็ดลับการป้องกันและการลดความเสี่ยงของเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกกัน
ก่อนอื่นต้องรู้ก่อนว่า มะเร็งปากมดลูกคืออะไร?
มะเร็งปากมดลูกเป็นโรคที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ปากมดลูก ซึ่งสาเหตุสำคัญเกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดมะเร็งชนิดนี้ ที่เรียกว่า HPV (Human Papilloma virus) โดยสามารถติดต่อได้จากการมีเพศสัมพันธ์ หรือเกิดจากผิวหนังไปสัมผัสเชื้อจากผู้ที่มีเชื้ออยู่เดิม แต่สาวๆ ไม่ต้องกังวล เพราะมะเร็งปากมดลูกสามารถป้องกันและรักษาได้ ด้วยการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกปี
จากข้อมูลสถิติโรคมะเร็งที่กรมการแพทย์ได้เปิดเผยในงานประชุมวิชาการโรคมะเร็งแห่งชาติ ครั้งที่ 15 ประจำปี 2566 บอกไว้ว่า มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่พบบ่อยเป็นอันดับ 5 ในผู้หญิงไทย โดยที่มะเร็งปากมดลูกส่วนใหญ่ในระยะเริ่มแรกมักจะไม่ค่อยมีอาการ หรืออาจจะมีอาการเพียงเล็กน้อย เช่น มีตกขาวที่ผิดปกติ มีเลือดปน หรือมีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด เช่น ออกแบบกะปริบกะปรอย หรือเลือดออกหลังจากมีเพศสัมพันธ์ ดังนั้นหากท่านมีอาการหรือสัญญาณเตือนที่อาจจะเกิดจากโรคมะเร็งปากมดลูก ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการปรึกษาและตรวจรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ จะได้ป้องกันไม่ให้กลายเป็นมะเร็งปากมดลูกระยะลุกลาม ซึ่งจะรักษาได้ยากขึ้น
มะเร็งปากมดลูกเกิดจากอะไร?
ปัจจุบันพบว่าสาเหตุสำคัญของการเกิดมะเร็งปากมดลูกเกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่ชื่อว่า Human Papilloma Virus หรือเรียกสั้นๆ ว่า เชื้อ เอชพีวี (HPV) ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสที่สามารถติดต่อได้จากการมีเพศสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นทางปาก ทางช่องคลอด หรือทางทวารหนัก รวมถึงการที่ผิวหนังที่มีแผลไปสัมผัสกับเชื้อจากผู้ที่มีเชื้อ HPV อยู่
ทั้งนี้ เชื้อ HPV มีมากกว่า 100 สายพันธุ์ โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มสายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งคือสายพันธุ์ที่ทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูกได้ ตัวอย่างเช่น สายพันธุ์ 16, 18, 31, 33, 35, 39, 45, 51, 52, 58 เป็นต้น และกลุ่มที่เป็นสายพันธุ์ความเสี่ยง หรือสายพันธุ์ที่ไม่ได้ทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูก เช่น สายพันธุ์ 6, 11 แต่อาจจะทำให้เกิดโรคอื่นๆ เช่น โรคหูดหงอนไก่
อาการของมะเร็งปากมดลูก
โรคมะเร็งปากมดลูกเป็นโรคที่สามารถตรวจพบได้ในระยะก่อนที่จะกลายเป็นมะเร็ง โดยส่วนใหญ่ในระยะเริ่มแรกนี้มักจะไม่มีอาการแสดงใดๆ มักเป็นการตรวจพบจากการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกประจำปี ดังนั้น “ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ควรทำการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเป็นประจำและสม่ำเสมอ” โดยไม่ต้องรอให้มีอาการใดๆ
อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูกอาจมีอาการดังต่อไปนี้
มะเร็งปากมดลูกในระยะแรกมักไม่แสดงอาการออกมา ดังนั้นเราจึงต้องมีการตรวจคัดกรองในทุกๆ ปี แต่ก็ยังมีอาการที่เราสามารถสังเกตได้เมื่อโรคเริ่มลุกลาม ดังนี้
-
- มีเลือดออกทางช่องคลอดหลังจากมีเพศสัมพันธ์
- มีเลือดออกทางช่องคลอดที่ไม่ใช่รอบประจำเดือน
- มีเลือดออกทางช่องคลอดหลังจากหมดประจำเดือนไปนานแล้ว (วัยทอง)
- มีตกขาวหรือระดูขาวผิดปกติ เช่น มีกลิ่น มีปริมาณมากผิดปกติ
- ปวดท้องน้อยหรืออุ้งเชิงกราน
- รู้สึกเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์
หากสาวๆ มีอาการดังกล่าว อย่านิ่งนอนใจ ควรเข้าพบแพทย์เพื่อปรึกษาและตรวจคัดกรองเบื้องต้น
มะเร็งปากมดลูกสามารถป้องกันได้หรือไม่?
เนื่องจากมะเร็งปากมดลูกเกิดจากการติดเชื้อไวรัส HPV ดังนั้นการป้องกันการติดเชื้อ HPV จึงเป็นการป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกที่ถูกทาง โดยแนวทางในการป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูก มีดังนี้
-
- ฉีดวัคซีน HPV ในช่วงวัยรุ่น เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งปากมดลูก โดยที่วัคซีนจะเกิดประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อฉีดให้กับผู้หญิงที่ยังไม่มีเพศสัมพันธ์ หรือหากมีเพศสัมพันธ์แล้ว วัคซีนยังเกิดประสิทธิภาพสูงสุดได้เมื่อตรวจพบว่ายังไม่มีการติดเชื้อ HPV มาก่อน
- ตรวจคัดกรองด้วยการตรวจ Pap Smear อย่างสม่ำเสมอ ตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อตรวจหาการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ปากมดลูกในระยะเริ่มต้น
- ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ HPV (สามารถป้องกันได้ประมาณ70%) และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ
การรักษามะเร็งปากมดลูก
การรักษาอย่างเหมาะสมและตรงเวลา มีโอกาสที่จะรักษาให้หายขาดได้ ดังนั้นอย่ากลัวที่จะไปพบแพทย์ เพราะการรักษาตั้งแต่เป็นในระยะเริ่มต้นจะช่วยให้หายขาดได้ง่ายกว่า
-
- ในระยะเริ่มต้น รักษาด้วยการผ่าตัด
- ในระยะที่ลุกลาม รักษาโดยรังสีร่วมกับเคมีบำบัด
สาวๆ ทุกคนอย่ากลัวที่จะไปฉีดวัคซีน HPV และตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก เพราะการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอหากตรวจพบว่าเป็นโรคจะได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีก่อนจะลุกลาม หรือถ้ายังไม่เป็นก็จะช่วยให้เราสามารถป้องกันการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ และขอแถมท้ายว่าไม่ใช่แค่สาวๆ ที่ควรฉีดวัคซีน HPV เพราะผู้ชายก็สามารถติดเชื้อ HPV และทำให้เกิดโรคที่เกี่ยวข้องได้เช่นกัน เช่น มะเร็งอวัยวะเพศชาย มะเร็งทวารหนัก และมะเร็งช่องปากและลำคอ การฉีดวัคซีน HPV จึงไม่เพียงแค่ช่วยปกป้องตัวเอง แต่ยังช่วยลดการแพร่เชื้ออีกด้วย อย่ารอช้า มาฉีดวัคซีนและตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกกันดีกว่า เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวเราและคนที่เรารัก
