ท้องเสีย อ่อนเพลีย แบบนี้หรือว่าจะใช่ “โนโรไวรัส”

Image

แชร์


เคยไหม? อยู่ดี ๆ ก็ปวดท้อง ถ่ายเหลวเป็นน้ำ คลื่นไส้อาเจียนจนหมดแรง อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของ “โนโรไวรัส” ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสที่แพร่กระจายง่ายและทำให้เกิดโรคท้องเสียเฉียบพลัน โรคนี้เกิดขึ้นได้ในทุกวัย โดยเฉพาะเด็กเล็กและผู้สูงอายุที่มีภูมิต้านทานต่ำกว่าคนทั่วไป

 

โนโรไวรัสคืออะไร?

โนโรไวรัส (Norovirus) เป็นเชื้อไวรัสที่พบได้บ่อยและเป็นสาเหตุหลักของการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร หรือโรคท้องเสียเฉียบพลัน ซึ่งมีการระบาดได้ง่ายและรวดเร็ว โดยเฉพาะในสถานที่ที่คนอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก เช่น โรงเรียน ศูนย์ดูแลเด็กเล็ก หรือที่ทำงาน

โนโรไวรัสสามารถติดเชื้อได้ง่ายผ่าน

  • การกินอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อน
  • การสัมผัสพื้นผิวที่มีเชื้อและนำมือไปสัมผัสปาก

สิ่งสำคัญคือ โนโรไวรัสสามารถอยู่รอดได้นาน แม้ในสภาพแวดล้อมที่สะอาด หากไม่มีการทำความสะอาดอย่างถูกต้อง

 

อาการที่บ่งบอกว่าอาจติดโนโรไวรัส

โนโรไวรัสมักมีอาการเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายใน 12-48 ชั่วโมงหลังจากได้รับเชื้อ อาการที่พบบ่อย ได้แก่

  • ท้องเสียเฉียบพลัน ถ่ายเหลวหลายครั้ง
  • คลื่นไส้ อาเจียน บางคนอาจมีอาการอาเจียนรุนแรง
  • อ่อนเพลีย ไม่มีแรง บางรายอาจรู้สึกเหมือนหมดพลังงาน
  • ไข้ต่ำ หรือบางครั้งไม่มีไข้

 

วัยไหนบ้างที่เสี่ยง

กลุ่มเด็กเล็กและผู้สูงอายุเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ติดเชื้อโนโรไวรัสได้ง่าย เนื่องจากเด็กเล็กมีระบบภูมิคุ้มกันที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ อีกทั้งพฤติกรรมการหยิบสิ่งของเข้าปากหรือสัมผัสของเล่นร่วมกับเด็กคนอื่น ยิ่งเพิ่มโอกาสในการติดเชื้อ ส่วนผู้สูงอายุมีภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอลงตามวัย ทำให้ร่างกายต่อสู้กับเชื้อได้ยากกว่า อีกทั้งผู้ที่มีโรคประจำตัวในวัยนี้ เช่น เบาหวานหรือโรคไต อาจฟื้นตัวช้ากว่าคนทั่วไปและเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน เช่น ภาวะขาดน้ำ (Dehydration) หากติดเชื้อโนโรไวรัส

 

ดูแลอย่างไร หากติดเชื้อโนโรไวรัส?

ในปัจจุบันยังไม่มียาต้านไวรัส สำหรับโนโรไวรัสโดยเฉพาะ การรักษาจึงเป็นแบบประคับประคองเพื่อดูแลผู้ป่วยให้ฟื้นตัวเร็วที่สุด

 

  • ดื่มน้ำเกลือแร่หรือ ORS เพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำและเกลือแร่จากอาการท้องเสีย
  • รับประทานอาหารอ่อน เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก หรือน้ำซุป ที่ไม่กระตุ้นอาการคลื่นไส้
  • พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายสามารถต่อสู้กับไวรัสได้
  • พบแพทย์ทันที หากมีอาการรุนแรง เช่น อาเจียนจนดื่มน้ำไม่ได้ หรือเริ่มมีอาการขาดน้ำ เช่น ปากแห้ง ปัสสาวะน้อย

 

ป้องกันโนโรไวรัสง่าย ๆ เริ่มได้ที่ตัวคุณ

  • ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำและสบู่ โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหารและหลังใช้ห้องน้ำ
  • ทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัส เช่น ลูกบิดประตู รีโมททีวี ของเล่นเด็ก ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่มีประสิทธิภาพ
  • หลีกเลี่ยงอาหารดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ เช่น อาหารทะเลสด อาหารที่หมักดองและไม่ได้ปรุงสุก

 

ไม่ว่าจะเป็นลูกน้อย คุณพ่อ คุณแม่ หรือผู้สูงอายุ ทีมแพทย์ของเราพร้อมให้คำปรึกษาและดูแลอย่างใกล้ชิด ด้วยการตรวจวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม อย่าปล่อยให้ความเสี่ยงเป็นปัญหาหากคุณหรือคนในครอบครัวมีอาการที่น่าสงสัยเกี่ยวกับโนโรไวรัส สามารถเข้ารับการตรวจและปรึกษาแพทย์เฉพาะทางได้ที่ โรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์

แชร์


Loading...