“มะเร็ง” หากเป็นก็ทรมานกาย ต้องมาปวดหัวกับการหาแนวทางการรักษาอีก เพราะบางวิธีถึงแม้จะช่วยได้จริง แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความทุกข์ทรมานจากผลข้างเคียง หนึ่งในเรื่องที่เรามักได้ยินถึงผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ จนสร้างความหวาดกลัว และไม่อยากเข้าสู่การรักษา คือ การทำเคมีบำบัด หรือการทำคีโมนั่นเอง ด้วยเหตุนี้ทำให้เราต้องหาคำตอบให้ได้ว่า “เคมีบำบัด เป็นวิธีการรักษามะเร็งที่น่ากลัว แบบที่ใครบอกจริง ?”
เคมีบำบัดกับสารพัดความเชื่อ
“คนไข้กลัวการทำเคมีบำบัด เพราะถูกปลูกฝังในหัวว่ามีผลข้างเคียงตามมา เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ภาพลักษณ์เสีย จนถึงอาจทำให้เสียชีวิต” ประสบการณ์ตรงที่ได้สัมผัสจากเสียงจากสะท้อนจากความคิดของคนไข้หลายๆ คน ที่ยังคงเข้าใจผิดว่าแท้จริงแล้วการให้เคมีบำบัดในปัจจุบันไม่ถึงกับทำให้เสียชีวิตแต่อย่างใด เพียงแต่อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงอยู่บ้าง เพราะการรักษาด้วยเคมีบำบัด หรือการทำคีโม Chemotherapy นั้น คือการรักษาด้วยกลุ่มสารเคมีที่ออกฤทธิ์ยับยั้ง และทำลายเซลล์ที่มีอัตราการเติบโต หรือแบ่งตัวอย่างรวดเร็ว เช่น เซลล์มะเร็งในร่างกายมนุษย์ แต่ในขณะเดียวกันยาเคมีบำบัดก็มีส่วนในการทำลายเซลล์ปกติที่มีการเติบโตเร็วอย่างเซลล์เม็ดเลือดขาว เซลล์เส้นผม เซลล์เยื่อบุกระเพาะอาหาร ด้วยเช่นกัน จึงเป็นที่มาของผลข้างเคียงที่พบบ่อยซึ่งอาจเกิดขึ้นได้กับบางคน เช่น
- อ่อนเพลีย
- คลื่นไส้ และอาเจียน
- ปวดเมื่อยตามร่างกาย
- ผมร่วง
- การติดเชื้อ
- การแข็งตัวของเลือดผิดปกติ
- ภาวะซีด หรือเม็ดเลือดขาวต่ำ
- แผลที่เยื่อบุภายในช่องปาก
- ท้องผูก หรือถ่ายเหลว (เทียบไม่ได้กับความรุนแรงของโรงมะเร็งที่ไม่ได้รับการรักษา)
อย่างไรก็ตามไม่ได้หมายความว่าผู้ให้คีโมต้องมีอาการเหล่านี้ทั้งหมด เพราะผลข้างเคียงจากยาเคมีบำบัดในผู้ป่วยแต่ละคนอาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับชนิดของสูตรยาเคมีบำบัด ปริมาณยาเคมีบำบัดที่ได้รับ และสภาวะของผู้ป่วยก่อนจะได้รับยาเคมีบำบัด นอกจากนี้ ปัจจุบันได้มีการค้นคว้ายาเคมีบำบัดกลุ่มใหม่ ๆ ที่ให้ผลข้างเคียงค่อนข้างน้อย รวมถึงยังมีแนวทาง และยาที่ใช้ในการรักษา และป้องกันผลข้างเคียงต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คีโมเป็นเรื่องง่าย ถ้าได้วางแผนการรักษา
นอกจากยาที่มีประสิทธิภาพในการรักษาแล้ว แนวทาง หรือการวางแผนรักษาก็เป็นเรื่องที่จำเป็นไม่น้อยไปกว่ากัน เพื่อทราบว่าดำเนินการรักษามาถูกทาง ดังนั้นคุณหมอจึงมีแนวทางการรักษาด้วยการพูดคุยทำความเข้าใจกับคนไข้ก่อน โดยเฉพาะรายที่ทำเคมีบำบัด “คนไข้ที่ให้เคมีบำบัดของเรา ต้องมีการ admit ก่อนการวางแผน เพื่อช่วยป้องกันทั้ง accurate และ delay ซึ่งมักจะเกิดขึ้นหลังจากให้ยา 24 ชั่วโมง” ส่วนการตรวจสุขภาพก่อนเข้ารับเคมีบำบัดอาจไม่จำเป็น ด้วยเหตุผลที่ “คนไข้มะเร็ง จะได้รับการตรวจสุขภาพก่อนผ่าตัดอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องตรวจร่างกายก่อนเข้ารับโปรแกรม ซึ่งตรงกันข้ามกับรายที่เป็นมะเร็งระยะลุกลามไม่สามารถผ่าตัดได้ จะต้องตรวจร่างกายก่อนวางแผนการรักษา เพื่อได้รับคำปรึกษาเกี่ยวกับอาการ การดูแลสุขภาพหลังการตรวจ ไปจนถึงคำแนะนำเรื่องยาให้แก่คนไข้” ถึงแม้การทำเคมีบำบัดจะทำให้เกิดผลข้างเคียงดังกล่าวอยู่บ้าง แต่ด้วยธรรมชาติของมนุษย์ เมื่อเซลล์ปกติในร่างกายถูกทำลาย ร่างกายจะเร่งสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาทดแทน ดังนั้น หลังการให้ยาเคมีบำบัดแล้ว แพทย์จะเว้นระยะให้เวลาคนไข้ได้พักฟื้น ประมาณ 3 – 4 สัปดาห์ หรือจนกว่าสภาพร่างกายแข็งแรง จำนวนเม็ดเลือดขาวเพียงพอ จึงทำการนัดหมาย เพื่อรับยาเคมีบำบัดในครั้งต่อไป
