รู้ทันภาวะหลับใน สัญญาณเตือน และวิธีรับมือเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่

Image

แชร์


ภาวะ ‘หลับใน’ หรือ ‘การหลับระยะสั้นโดยไม่รู้ตัว’ อาจดูเหมือนเรื่องเล็กเพราะเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วินาที แต่แท้จริงแล้วภาวะนี้สามารถก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงได้ โดยเฉพาะหากเกิดขึ้นในขณะขับรถ หรือใช้เครื่องจักร หลายคนมักเข้าใจว่าภาวะหลับในเกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอเพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริงอาจเกิดจากปัญหาสุขภาพ เช่น มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ วันนี้ เราจะพาคุณมารู้จักกับภาวะหลับใน สาเหตุ สัญญาณเตือน และวิธีป้องกันเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ

 

หลับในคืออะไร ?

หลับใน หรือ การหลับระยะสั้นโดยไม่รู้ตัว (Microsleep) คือภาวะที่ร่างกายเกิดความสับสนระหว่างการหลับและตื่น ซึ่งเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ เพียง 1-2 วินาที ที่สมองเข้าสู่สภาวะหลับอย่างฉับพลันโดยไม่รู้ตัว และอาจเกิดขึ้นได้แม้ขณะลืมตา

 

ปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะหลับใน

หากคุณมีภาวะหลับในอยู่บ่อยครั้ง การ ‘หลีกเลี่ยง’ ปัจจัยกระตุ้นเหล่านี้ จะช่วยลดโอกาสการเกิดภาวะดังกล่าวได้

  • การนอนหลับไม่เพียงพอ ส่งผลให้สมองและร่างกายไม่ได้รับการฟื้นฟูอย่างเต็มที่ ทำให้เกิดความเหนื่อยล้าและง่วงระหว่างวัน โดยเฉพาะในขณะที่ต้องใช้สมาธิสูง เช่น ขณะทำงานหรือขับรถ
  • การนอนไม่เป็นเวลา นอนดึกตื่นสาย เปลี่ยนเวลาเข้านอนบ่อย หรือการทำงานเป็นกะ ล้วนส่งผลให้วงจรการนอนถูกรบกวน ทำให้นอนหลับไม่เต็มที่ คุณภาพการนอนไม่ดี ร่างกายจึงเกิดความสับสน นอกจากนี้ การเดินทางข้ามเขตเวลา (Jet lag) ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ
  • ปัญหาสุขภาพ ที่รบกวนคุณภาพการนอน เช่น
    • โรคสมองเสื่อม ซึ่งส่งผลต่อระบบประสาทและการควบคุมวงจรการนอนหลับ
    • ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea: OSA) มีการหยุดหายใจเป็นช่วง ๆ นำไปสู่การตื่นบ่อย
    • ภาวะชัก หรือโรคลมชักบางประเภท ที่ไม่มีการเกร็งหรือกระตุก แต่เป็นลักษณะของการหมดสติ ไม่ตอบสนอง นอนนิ่ง แต่ยังหายใจได้ อาจพบปัสสาวะหรืออุจจาระราดร่วมด้วย ผู้ขับขี่อาจไม่รู้ตัวขณะชัก และจำเหตุการณ์ไม่ได้
    • โรคเรื้อรังต่าง ๆ เช่น โรคหอบหืด โรคหัวใจบางชนิดอาจทำให้มีภาวะหมดสติกระทันหันได้ เช่น หัวใจเต้นเร็วหรือช้าผิดปกติ หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือโรคไต ที่อาจทำให้หอบกลางดึก หายใจลำบาก ตื่นมาปัสสาวะบ่อย หรือมีความเจ็บปวดเรื้อรังที่รบกวนการนอน ทำให้หลับไม่สนิท อ่อนเพลีย ง่วงระหว่างวัน
    • การทำงานหนักต่อเนื่อง ไม่ได้พักจากความเครียด เช่น การขับรถทางไกลโดยไม่หยุดพัก หรือพักผ่อนไม่เต็มที่ก่อนขับรถ
    • การดื่มเครื่องดื่มบางชนิดก่อนนอน เช่น กาแฟ เครื่องดื่มชูกำลัง หรือแอลกอฮอล์ ซึ่งไปรบกวนการนอน ทำให้หลับไม่สนิท
  • การใช้ยา หรือสารบางอย่างที่มีผลต่อระบบประสาท ที่ทำให้ง่วงซึมง่าย เช่น ยาคลายกล้ามเนื้อบางชนิด ยารักษาไข้หวัด โรคทางสมอง หรือโรคทางจิตเวชบางชนิด

 

อาการและสัญญาณเตือนภาวะหลับใน

ภาวะหลับอาจเกิดขึ้นได้ทุกเวลา โดยเฉพาะเมื่อร่างกายเหนื่อยล้าหรือไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ และนี่คืออาการหรือสัญญาณเตือนที่ควรระวัง

  • ตื่นตอนเช้าไม่สดชื่นและอยากนอนต่อ หรือรู้สึกง่วงและหาวนอนต่อเนื่องระหว่างวัน
  • รู้สึกมีช่วงเวลาที่ผ่านไปโดยไม่รู้ตัว ไม่สามารถเชื่อมโยงเหตุการณ์ต่าง ๆ ในช่วงเวลาสั้น ๆ ก่อนหน้าได้ เช่น จำไม่ได้ว่าขับรถผ่านอะไรมาบ้างในช่วง 2-3 กิโลเมตรก่อนหน้า
  • รู้สึกตาลายหรือลืมตาไม่ขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าร่างกายกำลังจะหลับใน การมองเห็นภาพไม่ชัดเจนหรือภาพเบลอจะส่งผลให้การตอบสนองต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ช้าลงกว่าปกติ ขาดสมาธิ และไม่สามารถจดจ่อกับงานหรือสิ่งที่ทำอยู่ได้

 

ผลกระทบของภาวะหลับในต่อความปลอดภัยในการขับขี่

จากสถิติที่ได้รับการสำรวจในหลายประเทศพบว่า ภาวะหลับในมีส่วนเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุทางรถยนต์ประมาณ 10-30% ของอุบัติเหตุทั้งหมด และในประเทศไทยการหลับในเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุประมาณ 4% ซึ่งนำไปสู่การบาดเจ็บที่รุนแรง เกิดความพิการ หรือเสียชีวิตได้ทั้งกับตัวผู้ขับขี่เองและผู้อื่น เพราะเมื่อเกิดภาวะหลับใน การตอบสนองต่อสถานการณ์จะช้าลง เช่น ไม่เห็นไฟจราจร ไม่ทันสังเกตเห็นรถยนต์คันอื่น คนเดินถนน เมื่อเกิดเหตุการณ์เฉพาะหน้าจึงตัดสินใจผิดพลาดในการควบคุมรถ

 

วิธีป้องกันภาวะหลับในเพื่อลดความเสี่ยงในขณะขับขี่

การรู้จักวิธีป้องกันและจัดการกับปัจจัยที่อาจก่อให้เกิดภาวะหลับใน จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ และเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่

อาการหลับใน เป็นภาวะที่อาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อความปลอดภัย โดยเฉพาะในการขับขี่ ดังนั้นการป้องกันและรักษาภาวะนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง หากคุณพบว่าตนเองมีอาการที่จะทำให้เกิดภาวะหลับในเป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่ โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน เรามีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับ ที่พร้อมให้คำปรึกษาและรักษาภาวะต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่และการใช้ชีวิตประจำวันของคุณ

 

 

นพ.ธีรภาพ กิจจาวิจิตร
อายุรแพทย์โรคระบบประสาทและสมอง
ศูนย์โรคระบบประสาทและสมอง

Loading...

แชร์


Loading...