ภาวะตาแห้ง

Image

แชร์


ภาวะตาแห้ง

ภาวะตาแห้ง (Dry Eye) เกิดจากระบบต่อมน้ำตาทำงานผิดปกติ ส่งผลให้มีปริมาณน้ำตาไม่เพียงพอ หรือมีการระเหยของน้ำตาที่มากเกินไป เป็นภาวะที่พบได้บ่อย และพบได้ในทุกเพศทุกวัย แม้ว่าจะดูเหมือนไม่ใช่อาการรุนแรงที่ถึงกับทำให้ตาบอด แต่สามารถสร้างความรำคาญ รบกวนการดำรงชีวิตประจำวันของผู้ป่วย เมื่อปล่อยทิ้งไว้ในระยะยาวโดยไม่ทำการรักษาจะทำให้อาการเคืองตารุนแรงยิ่งขึ้นจนกระจกตาเป็นแผล ซึ่งอาจจบลงด้วยการผ่าตัดรักษา

 

อาการต้องสงสัยที่ต้องเร่งดูแล

  • คันตา แสบตา ระคายเคืองตา
  • มีความรู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมคล้ายทรายหรือฝุ่นอยู่ในตา
  • แพ้แสง แพ้ลม
  • บริเวณตาขาวมีสีแดงจากการอักเสบ ขอบเปลือกตาแดง
  • ตามัวในบางขณะ
  • รู้สึกไม่สบายตาเมื่อตื่นนอน

 

ตัวการทำตาแห้งที่คุณต้องเลี่ยง

อาการตาแห้งอาจเกิดจากภูมิแพ้ที่ตาซึ่งอาจเกิดจากสิ่งแวดล้อมที่มีฝุ่น ควัน มลภาวะ นอกจากนี้ยังเกิดจากพฤติกรรมที่คุณทำเป็นประจำ อาทิ

  • การใส่คอนแทคเลนส์นานเกิน 8 ชั่วโมง รวมถึงใส่คอนแทคเลนส์ที่ไม่มีคุณภาพ
  • การจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือสมาร์ตโฟนเป็นเวลานานเกินไป
  • การใช้ยาบางประเภท เช่น ยาคุมกำเนิด ยาแก้แพ้ ยาต้านซึมเศร้า ยาลดความดันโลหิตบางชนิด เป็นต้น

 

ตาแห้งนานๆ ปล่อยทิ้งไว้อะไรจะเกิดขึ้น

เมื่อมีอาการ คันตา แสบตา เคืองตา แต่คุณกลับปล่อยทิ้งไว้ ผลที่ตามมาคือการอักเสบของเปลือกตา การดึงรั้งของเปลือกตาทำให้ขนตาลงมาทิ่มตา กระจกตาเป็นแผล ควรพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยดูระดับของอาการ ประวัติการใช้ยา เพื่อประเมินปัจจัยเสี่ยงที่มีผลให้เกิดภาวะตาแห้ง ทั้งนี้ จักษุแพทย์อาจตรวจดูคุณภาพของน้ำตา วัดปริมาณน้ำตา ตรวจต่อมน้ำตาไมโบเมียนเพื่อดูความเสียหายของต่อมน้ำตาก่อนทำการรักษา

 

การรักษาทำได้อย่างไรบ้าง ?

เบื้องต้นหากอาการไม่รุนแรงแพทย์อาจใช้น้ำตาเทียมเพิ่มความชุ่มชื้นให้ดวงตา ลดการอักเสบของผิวนัยน์ตา หรือผิวเยื่อบุตา และช่วยบรรเทาอาการคันระคายเคืองตา นอกจากนี้อาจรักษาด้วยการใช้ยาซึ่งจะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของจักษุแพทย์ หากมีการติดเชื้อจักษุแพทย์จะทำความสะอาดเปลือกตาด้วยน้ำยาพิเศษ เพื่อกำจัดเชื้อโรคหรือสิ่งสกปรกที่อยู่บริเวณรอบเปลือกตา และที่สำคัญคือต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต ลดการเพ่งหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ตโฟน พักสายตาเป็นระยะๆ หลีกเลี่ยงภาวะที่ทำให้เกิดอาการ เช่น เลี่ยงการโดนลมแรง ฝุ่นควัน แสงจ้า ด้วยการใส่แว่นกันแดด กันลม หลีกเลี่ยงการใส่คอนแทคเลนส์เป็นเวลานานๆ และผู้มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป ควรได้รับการตรวจเช็กสุขภาพตา อย่างน้อยปีละครั้ง

แชร์


Loading...