ข้อสะโพกเสื่อม ในผู้สูงอายุ

Image

แชร์


โรคข้อสะโพกที่พบบ่อยในคนไทยได้แก่ ข้อสะโพกเสื่อมตามวัย (Osteoarthritis: OA) ข้อสะโพกผิดปกติแต่กำเนิดเจริญเติบโตไม่เต็มที่ (Developmental Hip Dysplasia: DDH) ข้อสะโพกขาดเลือดไปเลี้ยงที่กระดูกหัวของข้อสะโพก (Avascular Necrosis) โรคข้อสะโพกจากโรครูมาตอยด์ที่สัมพันธ์กับการใช้สารสเตียรอยด์เป็นเวลานาน ปริมาณการดื่มเหล้า ความผิดปกติแต่กำเนิด ซึ่งจะพบในวัย 40-65 ปี

โรคข้อเสื่อมที่เกิดกับข้อสะโพกนับเป็นโรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ เมื่ออายุน้อยผิวข้อจะมีผิวเรียบ มันวาว แต่เมื่ออายุมากขึ้นผิวข้อจะเสื่อมสภาพ รวมถึงเยื่อหุ้มข้อ เส้นเอ็นรอบข้อ และกระดูกที่ประกอบเป็นข้อ เมื่อผู้ป่วยอายุมากขึ้นมักมีน้ำหนักตัวที่มากขึ้นด้วย และเริ่มมีโครงสร้างภายในข้อไม่ปกติ จึงเกิดความผิดปกติภายในข้อ เช่น

  • ผิวของข้อสะโพกซึ่งเป็นกระดูกอ่อน เริ่มสึกหรอ ทำให้ผิวข้อไม่เรียบ การเคลื่อนไหวข้อ มีอาการติด ขัด ฝืด หรือเสียงดังคล้ายกระดาษทรายถูกัน
  • การกระจายการรับน้ำหนักของกระดูกผิวข้อเริ่มผิดปกติ บางบริเวณเป็นมากขึ้น บางบริเวณลดน้อยลง ทำให้การรับน้ำหนักผิดปกติ มีอาการปวดเสียว
  • เยื่อหุ้มข้อระคายเคือง เกิดการอักเสบ และสร้างน้ำในข้อมากขึ้น ทำให้เกิดอาการปวด บวม
  • กล้ามเนื้อรอบข้อสะโพกมีความแข็งแรงน้อยลง แรงกระแทกจึงเกิดกับผิวข้อมากขึ้น
  • เอ็นยึดข้อบางส่วนหย่อนยาน ทำให้ข้อแกว่งหรือหลวมมากขึ้น เพิ่มการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ
  • กระดูกรอบข้อมีการปรับตัวโดยสร้างกระดูกงอกขึ้นภายในข้อ ทำให้ข้อเคลื่อนไหวได้น้อย เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่เริ่มเดินน้อยลง ทำให้กระดูกบริเวณข้อสะโพก และรอบ ๆ ข้อบางลง

 

ลักษณะอาการ

  1. มีอาการปวดร่วมกับอาการขัดที่ข้อ
  2. หากไม่รับการรักษาข้อสะโพกเสื่อม อาจเกิดกระดูกงอกรอบๆ ข้อ ถ้ากระดูกอ่อนที่รองอยู่สึกหายไปหมด
  3. อาจทำให้เกิดอาการปวดรุนแรงเมื่อกระดูกเสียดสีกัน และขาจะสั้นลง
  4. หากอาการปวดรุนแรงจนต้องอยู่นิ่งๆ ไม่สามารถหมุน หรือเหยียดข้อสะโพกได้ เนื่องจากกล้ามเนื้อที่ควบคุมข้อสะโพกอ่อนแอจากการใช้งานที่น้อยลง อาจส่งผลทำให้ขาอ่อนแรง

 

การตรวจรักษา

การวินิจฉัยโรคข้อสะโพกเสื่อม การซักประวัติ และอาการเจ็บป่วย เช่น ตรวจร่างกาย การเอกซเรย์ การตรวจเพิ่มเติมอื่นๆ เช่น การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า การสแกนด้วยคอมพิวเตอร์ การรักษาโรคข้อสะโพกเสื่อมมีจุดมุ่งหมายเพื่อลดอาการปวด ป้องกันการยึดติดและเพิ่มสมรรถภาพในการใช้งาน การป้องกันรักษาด้วยตนเองเบื้องต้น ได้แก่ การลดน้ำหนักกรณีที่มีน้ำหนักมาก หลีกเลี่ยงการใช้งานข้อสะโพก เช่น การยกของหนัก เป็นต้น การใช้ไม้เท้าพยุงเดิน การบริหาร ยืดเหยียดเพื่อป้องกันภาวะข้อยึดติด โดยปฏิบัติตามแนวทางการรักษาของแพทย์ การรับประทานยา และการทำกายภาพบำบัด ในกรณีที่รักษาด้วยวิธีการข้างต้นแล้วยังมีอาการปวดมาก อีกทางเลือกหนึ่งในการรักษาคือการผ่าตัดซึ่งมีหลายวิธี โดยจะพิจารณาจากระดับความรุนแรง สาเหตุของภาวะเสื่อมร่วมกับอายุ และลักษณะการใช้งาน

 

การรักษาด้วยการผ่าตัด

  1. การผ่าตัดส่องกล้องล้างข้อสะโพก
  2. การผ่าตัดเปลี่ยนแนวกระดูก เป็นการผ่าตัดเพื่อหมุนพื้นผิวของข้อที่ปกติเข้าสัมผัสกัน จะใช้เมื่อมีบริเวณใดบริเวณหนึ่งเสียหายแต่บริเวณอื่นปกติ
  3. การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม เพื่อทดแทนกระดูกอ่อนส่วนที่เสื่อมด้วยข้อเทียม
  4. การรักษาด้วยวิธีนี้ได้รับความนิยม คือกระดูกอ่อนด้านกระดูกเบ้าสะโพก และหัวกระดูกต้นขา เนื่องจากวัสดุที่ใช้ผลิตข้อสะโพกเทียมมีการพัฒนาจากเดิมทำให้มีอายุการใช้งานที่ดีขึ้น

แชร์


Loading...