ก้อนที่คอเกิดจากอะไร ?
สาเหตุและตำแหน่งที่พบได้บ่อย
ก้อนที่คอ (Neck Mass) คือก้อนที่คลำหรือมองเห็นได้บริเวณต่าง ๆ ของคอ เช่น ใต้คาง ใต้หู ข้างคอ หรือบริเวณลูกกระเดือก พบได้บ่อยในทุกช่วงวัย โดยก้อนเหล่านี้อาจมีขนาดเล็กไม่ก่ออาการ หรือขนาดใหญ่ที่สร้างความรำคาญหรือเป็นอันตรายต่อชีวิต สาเหตุของก้อนที่คอแบ่งได้เป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่
- ก้อนแต่กำเนิด (Congenital Mass) ก้อนกลุ่มนี้มักพบในเด็กหรือมีมาตั้งแต่เกิด เกิดจากความผิดปกติระหว่างการพัฒนาของร่างกาย เช่น ถุงน้ำที่อยู่บริเวณกึ่งกลางคอซึ่งขยับตามการกลืนหรือแลบลิ้น ก้อนข้างคอที่มักโตขึ้นหลังติดเชื้อ ถุงน้ำขนาดใหญ่ที่เกิดจากระบบน้ำเหลืองผิดปกติซึ่งพบบ่อยในทารกหรือเด็กเล็ก และก้อนที่มีส่วนประกอบของไขมัน ขน หรือเนื้อเยื่ออื่นร่วมอยู่ซึ่งมักพบใกล้กระดูก แม้ก้อนกลุ่มนี้จะพบในวัยเด็กเป็นหลัก แต่บางชนิดอาจเริ่มมีอาการให้เห็นเมื่อโตขึ้น
- ก้อนจากการอักเสบหรือติดเชื้อ (Inflammatory/ Infectious Mass) พบได้บ่อยในทั้งเด็กและผู้ใหญ่ มักมีอาการร่วม เช่น ปวด บวม แดง หรือมีไข้ ตัวก้อนมักอ่อนนุ่ม กดเจ็บ และขยับได้ สาเหตุที่พบได้บ่อย ได้แก่ ต่อมน้ำเหลืองโตจากการติดเชื้อในลำคอหรือทอนซิล หรือเกิดจากวัณโรค ต่อมน้ำลายอักเสบ โดยเฉพาะบริเวณใต้คาง การติดเชื้อในช่องปากหรือฟันที่ลุกลามมาถึงบริเวณคอ ก้อนจากการบาดเจ็บหรือเลือดคั่งใต้ผิวหนัง และในบางกรณีอาจเกิดจากอาการแพ้ซึ่งมักเป็นก้อนชั่วคราวและหายได้เอง
- ก้อนจากต่อมไทรอยด์ (Thyroid Mass) พบบ่อยในผู้ใหญ่ โดยเฉพาะบริเวณหน้าคอ สาเหตุอาจเกิดจากต่อมไทรอยด์โต มีถุงน้ำ ไทรอยด์อักเสบ เนื้องอก หรือมะเร็งต่อมไทรอยด์ ก้อนเหล่านี้มักมีลักษณะค่อนข้างแข็ง บางรายอาจมีอาการเสียงแหบ กลืนลำบาก หรือรู้สึกแน่นที่คอ ควรได้รับการตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์เฉพาะทาง เพื่อหาสาเหตุและแนวทางการรักษาที่เหมาะสม
- ก้อนเนื้องอก (Tumor) ก้อนกลุ่มนี้แบ่งออกเป็นสองชนิด ได้แก่ ชนิดไม่ร้ายแรง เช่น ก้อนไขมันใต้ผิวหนังที่นุ่ม ขยับได้ ไม่เจ็บ ถุงน้ำไขมันที่พบบริเวณด้านหลังคอหรือแนวไรผม และเนื้องอกของต่อมน้ำลายที่โตช้า ไม่เจ็บ มักพบใต้คางหรือบริเวณขากรรไกร ส่วนชนิดร้ายแรง เช่น มะเร็งต่อมน้ำเหลืองซึ่งอาจพบก้อนโตหลายตำแหน่งร่วมกับอาการน้ำหนักลด เหงื่อออกตอนกลางคืน หรือมะเร็งที่ลุกลามมาจากอวัยวะอื่น เช่น โพรงจมูก ลิ้น หรือปอดที่แพร่กระจายมาที่บริเวณคอได้
อาการแบบไหนต้องระวัง ก้อนที่คอบอกโรคร้ายได้อย่างไร ?
การสังเกตลักษณะของก้อนที่คอเป็นสิ่งสำคัญ เพราะก้อนบางชนิดอาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายแรง เช่น มะเร็ง หรือเนื้องอกที่ต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเร่งด่วน โดยลักษณะก้อนที่ควรระวังเป็นพิเศษ ได้แก่
- ก้อนโตเร็วผิดปกติ ขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ หรือไม่ยุบลงภายใน 2-4 สัปดาห์
- ก้อนแข็ง คลำแล้วขยับไม่ได้ หรือผิวไม่เรียบ มักสัมพันธ์กับเนื้องอกหรือมะเร็งมากกว่าก้อนธรรมดา
- ก้อนที่ไม่เจ็บเลย หรือในบางกรณีเจ็บมากกว่าปกติ อาจเป็นสัญญาณของเนื้อร้าย โดยเฉพาะหากไม่มีประวัติการอักเสบหรือบาดเจ็บร่วม
- ผิวหนังบริเวณก้อนมีความผิดปกติ เช่น บวม แดง ร้อน หรือมีแผล ซึ่งมักสัมพันธ์กับการอักเสบหรือการติดเชื้อ แต่หากมีแผลเรื้อรังหรือผิวหนังยึดติดกับก้อน อาจเป็นสัญญาณของมะเร็งที่ลุกลามมายังผิวหนัง
- มีอาการร่วมผิดปกติ เช่น น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ เหงื่อออกกลางคืน เสียงแหบ กลืนลำบาก เจ็บขณะกลืน หายใจติดขัด หูอื้อ ปวดร้าวไปถึงหู คัดจมูก มีเลือดกำเดาไหล หรือมีแผลในช่องปาก อาการเหล่านี้อาจบ่งชี้ถึงการลุกลามของโรคหรือการกดเบียดอวัยวะสำคัญ
- ก้อนไม่ยุบลงหลังการรักษา ควรระวังเนื้องอกหรือมะเร็ง เพราะโดยทั่วไปก้อนที่คอจากการติดเชื้อหรือการอักเสบมักจะยุบลงหลังได้รับการรักษา หากก้อนไม่หายหรือกลับโตขึ้น มีประวัติเสี่ยง เช่น อายุเกิน 40 ปี สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ มีประวัติมะเร็งในครอบครัว หรือภูมิคุ้มกันบกพร่อง กลุ่มนี้มีโอกาสพบเนื้องอกหรือมะเร็งที่คอสูงกว่าคนทั่วไป
ทั้งนี้ ก้อนที่คอในเด็กมักไม่เป็นอันตรายร้ายแรงและเกิดจากสาเหตุที่รักษาได้ง่าย เช่น การติดเชื้อหรือภาวะที่มีมาตั้งแต่กำเนิด อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ใหญ่วัย 40 ปีขึ้นไป ควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากก้อนที่คออาจสัมพันธ์กับโรคที่รุนแรงมากขึ้น เช่น เนื้องอกหรือมะเร็งบางชนิด จึงควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์เฉพาะทางด้านหู คอ จมูก หรือศัลยแพทย์ศีรษะและลำคอ ในสถานพยาบาลที่มีเครื่องมือทางการแพทย์ครบครันและทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และในกรณีก้อนที่คอมีขนาดโตขึ้นจนกดเบียดหลอดลมหรือหลอดอาหาร ที่ทำให้เกิดอาการหายใจลำบาก กลืนอาหารติดขัด หรือมีเสียงแหบ ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที เพื่อประเมินและรักษาอย่างเร่งด่วน เพราะอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายได้อย่างรวดเร็ว
ตรวจหาก้อนที่คออย่างไร ?
ขั้นตอนการวินิจฉัยและสิ่งที่แพทย์พิจารณา
การเลือกวิธีตรวจวินิจฉัยที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับลักษณะก้อน ประวัติผู้ป่วย และอาการร่วม การวินิจฉัยที่ถูกต้องและแม่นยำจะนำไปสู่แนวทางการรักษาที่เหมาะสม ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน และเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาด โดยเฉพาะในกรณีที่เป็นโรคร้ายแรงอย่างมะเร็ง เนื่องจากสาเหตุของก้อนมีความหลากหลาย ขั้นตอนการตรวจวินิจฉัยจึงมีความแตกต่างกัน แต่โดยทั่วไปมีดังนี้
- การซักประวัติ เช่น ระยะเวลาที่มีก้อน อาการเจ็บคอ กลืนลำบาก น้ำหนักลด มีไข้ ประวัติโรคประจำตัว การติดเชื้อในอดีต ประวัติครอบครัวเกี่ยวกับมะเร็ง หรือปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์
- การตรวจร่างกาย เช่น คลำก้อนเพื่อประเมินขนาด รูปร่าง ความแข็งแรง การเคลื่อนไหว จำนวนก้อน ตำแหน่ง รวมถึงการตรวจช่องปาก คอ หู จมูก และต่อมน้ำเหลืองบริเวณอื่น ๆ
- อัลตราซาวนด์คอ (Neck Ultrasound) เป็นการตรวจเบื้องต้นเพื่อประเมินว่าก้อนเป็นของแข็งหรือของเหลว มีขอบเขตชัดเจนหรือไม่ และช่วยระบุลักษณะผิดปกติของต่อมน้ำเหลือง ต่อมไทรอยด์ หรือต่อมน้ำลายได้ดี
- การตรวจเลือด เช่น ตรวจฮอร์โมนไทรอยด์ (TSH, FT4, FT3) เพื่อประเมินการทำงานของต่อมไทรอยด์ในกรณีที่สงสัยก้อนไทรอยด์ และตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) เพื่อหาสัญญาณของการติดเชื้อ ภาวะโลหิตจาง หรือโรคเลือดบางชนิด เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาว
- การเจาะดูดเซลล์ด้วยเข็มขนาดเล็ก (Fine Needle Aspiration: FNA) เป็นวิธีมาตรฐานสำหรับก้อนที่สงสัยเนื้องอกหรือมะเร็ง โดยใช้เข็มขนาดเล็กดูดเซลล์จากก้อนมาตรวจทางพยาธิวิทยา เพื่อแยกแยะว่าก้อนนั้นเป็นก้อนเนื้อธรรมดา ก้อนเนื้ออักเสบ หรือก้อนเนื้อร้าย (มะเร็ง) ซึ่งเป็นวิธีที่มีความแม่นยำสูง
- การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) ใช้สร้างภาพตัดขวางบริเวณลำคอ ช่วยประเมินขนาด ตำแหน่ง ความสัมพันธ์กับอวัยวะข้างเคียง และการแพร่กระจายของก้อน
- การตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) แสดงให้เห็นรายละเอียดของเนื้อเยื่ออ่อน เหมาะกับกรณีที่ต้องประเมินการลุกลามของก้อนในบริเวณที่ซับซ้อน เช่น ฐานกะโหลกหรือช่องปาก มักตรวจเมื่อมีข้อบ่งชี้
- การตรวจเนื้อเยื่อ (Excisional Biopsy) เป็นการผ่าตัดเอาก้อนหรือชิ้นเนื้อเพื่อตรวจทางพยาธิวิทยาโดยละเอียด เพื่อยืนยันผลการตรวจในกรณีที่วิธีอื่นยังไม่สามารถวินิจฉัยได้ชัดเจน
- การสแกนไทรอยด์ (Thyroid Scan) เป็นการใช้สารกัมมันตรังสีเพื่อตรวจสอบว่าก้อนไทรอยด์ทำงานมากน้อยเพียงใด เหมาะกับกรณีที่สงสัยภาวะไทรอยด์เป็นพิษหรือก้อนที่มีลักษณะเฉพาะ
- การส่องกล้องในช่องคอหรือโพรงจมูก (Flexible endoscopy) ใช้ในกรณีที่สงสัยก้อนที่อยู่ลึกหรือซ่อนอยู่ เช่น มะเร็งโพรงหลังจมูก มะเร็งกล่องเสียง หรือก้อนในช่องปากที่มองไม่เห็นจากภายนอก
เมื่อพบก้อนที่คอ ต้องรักษาอย่างไร ?
ทางเลือกในการรักษาที่ควรรู้
การรักษาก้อนที่คอขึ้นกับสาเหตุและลักษณะของก้อนแต่ละราย โดยแพทย์จะประเมินจากการตรวจวินิจฉัยที่เหมาะสม เพื่อวางแผนการดูแลรักษาให้ตรงจุดและได้ผลดีที่สุด แนวทางการรักษาหลัก ๆ มีดังนี้
- ก้อนจากการติดเชื้อหรืออักเสบ รักษาด้วยยาปฏิชีวนะหรือยาต้านไวรัสตามชนิดเชื้อที่ตรวจพบ พร้อมการดูแลประคับประคอง เช่น ประคบน้ำอุ่น พักผ่อน และผ่าตัดระบายหนองในกรณีที่มีฝีแต่โดยทั่วไปก้อนจะยุบลงเมื่อการติดเชื้อได้รับการรักษาหายดี
- ก้อนแต่กำเนิด เช่น Thyroglossal duct cyst และ Branchial cleft cyst แนะนำให้ผ่าตัด เพื่อเอาก้อนออก เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อซ้ำและป้องกันภาวะแทรกซ้อนในอนาคต
- ก้อนจากต่อมไทรอยด์ การรักษาขึ้นอยู่กับลักษณะและชนิดของก้อน รวมถึงอาการของผู้ป่วย อาจใช้ยาต้านฮอร์โมนไทรอยด์ เพื่อลดขนาดและควบคุมอาการ ในกรณีไทรอยด์เป็นพิษ (hyperthyroidism) หรือติดตามอาการอย่างใกล้ชิด สำหรับกรณีก้อนขนาดใหญ่ กดเบียด หรือสงสัยว่าเป็นมะเร็ง แพทย์จะแนะนำผ่าตัด พร้อมทั้งอาจใช้การรักษาด้วยรังสีไอโอดีน ในบางกรณีอาจใช้เคมีบำบัด รวมถึงเทคนิคจี้ก้อนด้วยความร้อนนำทางด้วยอัลตราซาวนด์ (thermal ablation) ซึ่งเป็นเทคนิคใหม่ที่กำลังได้รับความนิยม เหมาะกับผู้ป่วยที่ไม่สามารถรับการผ่าตัด หรือไม่ต้องการผ่าตัด
- ก้อนเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง เช่น Lipoma หรือ Sebaceous cyst โดยส่วนใหญ่จะพิจารณาผ่าตัดเมื่อก้อนมีขนาดใหญ่หรือก่อให้เกิดอาการรำคาญ
- ก้อนเนื้องอกชนิดร้ายแรง เช่น มะเร็งต่อมน้ำเหลือง หรือมะเร็งที่แพร่กระจายมายังคอ โดยส่วนใหญ่จะได้รับการรักษาแบบผสมผสาน ประกอบด้วยการผ่าตัด ฉายแสง และเคมีบำบัด โดยขึ้นกับชนิด ระยะของโรค และสภาพร่างกายของผู้ป่วย
สำหรับก้อนที่ยังไม่แน่ชัดว่าเกิดจากสาเหตุใด หรือเป็นก้อนชนิดใด แพทย์จะนัดตรวจซ้ำและติดตามอาการอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินการเปลี่ยนแปลงของก้อนและการตอบสนองต่อการรักษาในเบื้องต้น
ก้อนที่คออาจเป็นสัญญาณของโรคที่หลากหลาย ตั้งแต่ภาวะติดเชื้อธรรมดาไปจนถึงโรคมะเร็ง หากพบก้อนที่คอซึ่งมีลักษณะผิดปกติ เช่น โตเร็ว แข็ง ขยับไม่ได้ หรือมีอาการร่วม เช่น น้ำหนักลด เสียงแหบ กลืนลำบาก ควรรีบเข้ารับการตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์เฉพาะทางทันที
ที่โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน เรามีทีมแพทย์เฉพาะทางด้านหู คอ จมูก และศัลยแพทย์ศีรษะและลำคอ พร้อมเครื่องมือและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ครบครัน พร้อมให้บริการตรวจวินิจฉัยและเริ่มต้นรักษาได้ทันที เพื่อเพิ่มโอกาสการหายขาด ลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน และช่วยให้ผู้ป่วยกลับมามีสุขภาพดี พร้อมใช้ชีวิตอย่างมั่นใจอีกครั้ง
นพ. จักรกฤษ์ วรกุลพาณิชย์
แผนกหู คอ จมูก
โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน
