ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

กิจกรรมที่ควรเลี่ยง เสี่ยงเป็นข้อเข่าเสื่อม


ปัจจุบันหนุ่มสาวผู้รักสุขภาพหันมาดูแลเรื่องน้ำหนักตัวและออกกำลังกายกันมากขึ้น โดยเฉพาะการวิ่งและการขี่จักรยานที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่ก็มีปัญหาว่า บางคนออกกำลังกายแล้วรู้สึกปวดเข่าเพราะกล้ามเนื้อหัวเข่ายังแข็งแรงไม่พอ และมักจะได้ยินคำพูดที่ว่า “วิ่งมากแล้วเข่าเสื่อม” ซึ่งก็เป็นความเชื่อที่พูดต่อๆ กันมา เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง มาดูกันดีกว่าว่า มีพฤติกรรมหรือกิจกรรมใดบ้างที่ทำให้เสี่ยงเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม

กิจกรรมเสี่ยงข้อเข่าเสื่อม

  • ผู้ที่มีอาชีพที่ต้องยกหรือแบกของหนักๆ เพราะการยกหรือแบกของหนักๆ จะทำให้เกิดแรงกดทับบริเวณข้อเข่ามากขึ้น และยิ่งถ้าต้องยกของหนักเดินขึ้นลงบันไดหรือทางต่างระดับจะยิ่งทวีแรงกดทับ เทียบได้กับผู้ที่มีภาวะน้ำหนักตัวเกินมากๆ ก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมได้มากกว่าคนที่มีน้ำหนักตัวปกติ ดังนั้นหากมีอาชีพหรือต้องทำกิจกรรมที่ยกของหนักเป็นประจำ ควรใช้เครื่องทุนแรงหรืออุปกรณ์ช่วยจะดีกว่า

  • ผู้ที่มักนั่งยองๆ  นั่งส้วมซึม นั่งเก้าอี้เตี้ยๆ นั่งบนพื้น นั่งขัดสมาธิสวดมนต์ นั่งพับเพียบ นั่งคุกเข่า การนั่งในลักษณะดังกล่าวหัวเข่ามักถูกกดทับและงอเป็นเวลานาน  จึงควรปรับพฤติกรรมโดยหันมานั่งบนเก้าอี้ที่ห้อยขาได้จะดีกว่า

  • นักกีฬาหรือผู้ที่ชอบเล่นกีฬาที่มีการปะทะ เช่น ฟุตบอล บาสเก็ตบอล รักบี้ มวย แรงกระแทกที่เกิดขึ้นในข้อเข่าอาจทำให้เกิดการฉีกขาดของกระดูกอ่อนหรือเส้นเอ็นภายใน ทำให้ความแข็งแรงของข้อเข่าเสียไป แม้ว่าการเล่นกีฬาจะมีประโยชน์ แต่ควรระมัดระวังไม่เล่นหนักและควรเลี่ยงการปะทะ หากมีอาการผิดปกติให้รีบพบแพทย์ การเปลี่ยนไปเล่นกีฬาชนิดที่ไม่มีการปะทะจะลดโอกาสการเกิดโรคข้อเข่าเสื่อมได้ดีกว่า เช่น การว่ายน้ำ ขี่จักรยาน วิ่ง เต้นแอโรบิค แบดมินตัน

  • การออกกำลังกายบางอย่างก็ส่งผลให้หัวเข่ารับน้ำหนักมากหรือเกิดการยืดหดของหัวเข้าถี่เกินไป เช่น การย่อตัวนั่งและยืนขึ้นแบบสก็อตจั๊มพ์ การวิ่งขึ้นลงบันไดในตึกสูง การขี่จักรยานที่มีแรงต้านสูง หรือการขี่จักรยานแบบอานเตี้ยที่ทำให้ต้องงอหัวเข่ามากๆ จึงควรปรับอานจักรยานให้สูงพอที่จะไม่ทำให้ข้อเข่าต้องงอหรือรับแรงกดมากเกินไป

ป้องกันได้ ไม่ให้ข้อเข่าเสื่อมก่อนวัย

  1. ลดน้ำหนัก : การควบคุมน้ำหนักของตัวเองให้อยู่ในระดับมาตรฐาน ช่วยลดการแบกรับน้ำหนักที่หัวเข่า และข้อต่อต่างๆ ในร่างกายได้

  2. บริหารกล้ามเนื้อหัวเข่า : การบริหารกล้ามเนื้อรอบๆ หัวเข่าให้แข็งแรง จะช่วยในการแบกรับน้ำหนัก ทำให้กระดูกข้อเข่าไม่ต้องรับน้ำหนักมากเกินไป

  3. ออกกำลังกายด้วยการวิ่ง : การวิ่งไม่ได้ส่งผลเสียต่อข้อเข่าอย่างที่หลายคนเข้าใจผิดและพูดต่อๆ กันมา เพราะการวิ่งเป็นการสร้างกล้ามเนื้อหัวเข่าให้แข็งแรง และยังช่วยรักษาน้ำหนักตัวไม่ให้เกินมาตรฐาน แต่สำหรับผู้ที่มีน้ำหนักเกินมากๆ อยู่ก่อนควรเริ่มจากการเดินเร็วเพื่อลดน้ำหนักและให้กล้ามเนื้อข้อเข่าแข็งแรงพอที่จะเริ่มวิ่งได้ และหากข้อเข่ามีอาการเสื่อมอยู่ก่อนแล้ว การวิ่งอาจจะไม่ใช่การออกกำลังกายที่เหมาะสม ควรปรึกษาแพทย์เพื่อดูว่าควรออกกำลังกายหรือบริหารข้อเข่าด้วยวิธีใด

  4. ผู้ที่เป็นโรคเก๊าท์ หรือป่วยเป็นข้ออักเสบรูมาตอยด์ มีการติดเชื้อในข้อ จะทำให้กระดูกอ่อนผิวข้อเข่าเสื่อมเร็วกว่าปกติ จึงควรควบคุมและรักษาโรคดังกล่าวให้หายดี และขอคำแนะนำจากแพทย์ในการดูแลข้อเข่าและกระดูกให้แข็งแรง


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ศูนย์กล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ
โรงพยาบาลพญาไท 1
โทร.02-201-4600 ต่อ 3220 , 3222

Rate this article : กิจกรรมที่ควรเลี่ยง เสี่ยงเป็นข้อเข่าเสื่อม

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง