นี่คือเหตุผลว่าทำไมต้องตรวจสุขภาพหัวใจ

Image

แชร์


โรคหัวใจ จัดอยู่ในกลุ่มโรคที่มักไม่แสดงอาการชัดเจน โรคหัวใจบางชนิดไม่มีอาการนำที่สามารถสังเกตเห็น หรืออย่างน้อยก็ไม่มีอาการที่รุนแรงและชัดเจนจนกระทั่งผู้ป่วยสงสัย จึงไม่ทราบว่าอาการเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดนั้นเป็นอาการของโรคเพราะไม่ได้เข้ารับการตรวจ และกว่าจะรู้อาจจะสายเกินไป

 

เพราะจากสถิติก็พบว่า…. คนไทยเสียชีวิตด้วยโรคหลอดเลือดหัวใจเฉลี่ยชั่วโมงละ 2 คน และในทั่วโลก โรคหลอดเลือดหัวใจนั้นคือสาเหตุของการเสียชีวิตเป็นอันดับหนึ่ง

 

ดูแลหัวใจอย่างไร ไม่ให้สายเกิน

ถึงแม้ว่าอาการของโรคหัวใจจะไม่ค่อยแสดงอาการให้เห็นมากนัก แต่ก็สามารถสังเกตได้จากอาการเหล่านี้ เช่น

  • เหนื่อยง่าย ใจสั่น หายใจเข้าได้ลำบาก
  • เหนื่อยเวลาออกกําลังกาย
  • รู้สึกเจ็บหน้าอกหรือแน่น บริเวณกลางหน้าอก
  • มีอาการหน้ามืด มีอาการวูบไม่รู้สึกตัวกะทันหัน

ดังนั้นเมื่อพบอาการผิดปกติไม่ควรละเลยเด็ดขาด ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ เพราะหากสามารถวินิจฉัยโรคได้อย่างรวดเร็วและได้รับการรักษาอย่างทันเวลา ก็จะสามารถลดอัตราการเสียชีวิตลงได้ จึงควรหมั่นสังเกตอาการของตัวเองและคนในครอบครัว หากมีอาการต้องสงสัยหรือไม่แน่ใจ ควรเข้ามาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำการตรวจประเมินความเสี่ยง หากพบโรคจะได้รีบรักษา

ตรวจสุขภาพหัวใจ…ทางออกลดการสูญเสีย

การตรวจสุขภาพแทบทุกการตรวจจะช่วยให้พบปัญหาที่อาจกลายเป็นอันตรายได้ตั้งแต่ในระยะแรกเริ่ม ซึ่งการรักษาก็จะได้ผลดีและมีประสิทธิภาพมากกว่าการตรวจพบเมื่อโรคลุกลามแล้ว การตรวจสุขภาพหัวใจก็เช่นกัน เพราะจะทำให้รู้ถึงความเสี่ยง พอรู้เร็วและได้รับการดูแล โอกาสที่จะเป็นโรคหัวใจในอนาคตก็จะลดลง

 

โดยทั่วไป เราควรตรวจสุขภาพหัวใจอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ควบคู่กับการตรวจสุขภาพประจำปี จะทำให้เรารู้ทันความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจได้ อย่างเช่น การตรวจเลือดแล้วพบว่าเป็นเบาหวานหรือมีไขมันในเลือดสูง ก็อาจสันนิษฐานได้ในระดับหนึ่งว่า มีความเสี่ยงต่อการเกิดหลอดเลือดหัวใจตีบ หรือหากเอกซเรย์พบว่า ขนาดของหัวใจโตกว่าปกติ ซึ่งอาจเกิดจากหลอดเลือดหัวใจตีบ ลิ้นหัวใจรั่ว ก็จะได้ตรวจเจาะลึกเพิ่มเติมให้แน่ชัด

 

ในผู้ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น มีประวัติคนในครอบครัวป่วยเป็นโรคหัวใจ มีโรคประจำตัว เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ควรเพิ่มความถี่ในการตรวจมากขึ้น ทั้งนี้การตรวจสุขภาพหัวใจทำได้หลายวิธีเช่น

  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG)
  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะออกกำลังกาย (Exercise Stress Test : EST)
  • การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (Echocardiography : Echo)
  • การวัดหลอดเลือดแดงส่วนปลาย (Ankle Brachial Pressure Index, ABI)

 

ป้องกันโรคหัวใจอย่างไรดี?

สุขภาพหัวใจ เป็นเรื่องที่คุณดูแลได้ง่ายๆ ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ ซึ่งนอกจากจะทำให้ร่างกายแข็งแรง สุขภาพดี จิตแจ่มใสแล้ว ยังช่วยให้หัวใจสูบฉีดเลือดได้ดีขึ้นอีกด้วย ทั้งนี้ยังควรผ่อนคลายความเครียด รู้จักควบคุมอารมณ์ และพึงระลึกไว้เสมอว่า ความเครียดและความโกรธนั้นเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้หัวใจเต้นแรงและทำงานหนักขึ้น

นพ.จีระศักดิ์ สิริธัญญานนท์
อายุรแพทย์โรคหัวใจ
ศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลพญาไท 3
Loading...

แชร์


Loading...