ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

เป็นไส้เลื่อนต้องรักษา ก่อนเสี่ยง..ลำไส้ตาย!


เป็นไส้เลื่อนต้องรักษา ก่อนเสี่ยง..ลำไส้ตาย!


รู้สึกหน่วงๆ เวลายืนหรือเดิน อาการแบบนี้..อาจไม่ใช่เรื่องปกติ เพราะนี่คือหนึ่งในสัญญาณเตือนของ “ไส้เลื่อน” ภาวะที่ลำไส้ได้เคลื่อนที่ออกจากช่องท้องมาสู่ภายนอก และแม้ว่าโรคนี้จะพบได้บ่อยในเพศชาย แต่เพศหญิงก็มีความเสี่ยงเป็นโรคไส้เลื่อนได้เหมือนกัน ที่สำคัญ! หากปล่อยให้เรื้อรังไปนานๆ ไม่รักษา..อาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้มากกว่าที่คิด

ไส้เลื่อน..ภาวะนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร?

เมื่อแรงดันภายในช่องท้องเพิ่มสูงขึ้น..และดันลำไส้ให้เคลื่อนออกมา หากคนไข้มีผนังช่องท้องที่มีความอ่อนแอ โดยอาจเกิดจากความผิดปกติแต่กำเนิดหรืออายุที่เพิ่มขึ้น ก็จะก่อให้เกิดลักษณะคล้ายก้อนตุงจากภาวะไส้เลื่อน ซึ่งบางครั้งลำไส้ก็สามารถเคลื่อนกลับเข้าไปในช่องท้องเองได้ แต่ในบางราย..ที่ลำไส้ไม่สามารถเคลื่อนกลับเข้าไปในช่องท้องได้ ก็จะทำให้เกิดอาการผิดปกติตามมา

อาการแบบไหน? เข้าข่าย“ภาวะไส้เลื่อน”

นอกจากความรู้สึกหน่วงๆ เวลายืนหรือเดินแล้ว ผู้ป่วยจะสังเกตว่ามีก้อนลักษณะตุงๆ บริเวณที่ลำไส้เคลื่อนตัวออกมา เช่น ขาหนีบ (บริเวณที่พบบ่อยที่สุด) ถุงอัณฑะ กระบังลม หรือสะดือ เป็นต้น และบางรายอาจมีอาการผิดปกติอื่นร่วม เช่น เจ็บหน้าอก แน่นท้อง หรือแสบร้อนกลางอกคล้ายภาวะกรดไหลย้อน

ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น

กรณีที่อุจจาระไม่สามารถเคลื่อนผ่านลำไส้นี้ไปได้อาจเสี่ยงต่อภาวะลำไส้อุดตัน ทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดท้องมวนๆ คลื่นไส้อาเจียน ท้องอืดไม่ผายลม และหากลำไส้ที่เคลื่อนออกมาขาดเลือดไปเลี้ยงจะส่งผลทำให้ลำไส้ตายและเน่า ผู้ป่วยจึงมีอาการปวดท้องรุนแรงจนไม่สามารถขยับตัวได้ บางรายอาจมีอาการความดันโลหิตต่ำ ต้องได้รับการผ่าตัดรักษาโดยเร็วที่สุด

ผ่าตัดไส้เลื่อน อีกทางเลือกของการรักษา

เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น แพทย์บางท่านอาจแนะนำให้คนไข้เข้ารับการรักษาด้วยวิธีผ่าตัดไส้เลื่อน โดยการผ่าตัดไส้เลื่อนนั้น แบ่งออกเป็น 2 วิธีใหญ่ๆ ดังนี้

  • การผ่าตัดแบบเปิด เป็นการผ่าตัดเพื่อนำลำไส้กลับเข้าสู่ช่องท้องในตำแหน่งเดิม โดยเทคนิคการผ่าตัดที่นิยมนั้นจะมีอยู่ด้วยกัน 2 วิธี คือ การผ่าตัดนำลำไส้กลับไปอยู่ในตำแหน่งเดิมแล้วเย็บซ่อมรูหรือเสริมความแข็งแรงให้กับจุดที่เป็นจุดอ่อน ส่วนอีกวิธีหนึ่งนั้นจะใช้แผ่นสารสังเคราะห์ในการเย็บปิดรูหรือจุดอ่อน

  • การผ่าตัดแบบใช้กล้อง หลักการเหมือนกับการผ่าตัดแบบดั้งเดิม แต่เทคนิคต่างกัน คือ ใช้กล้องและเครื่องมือผ่าตัดด้วยกล้องเข้าไปช่วย ข้อดีของการผ่าตัดไส้เลื่อนโดยใช้กล้อง คือ แผลผ่าตัดเล็กกว่า กลับไปทำงานได้เร็วกว่า แต่ต้องทำการผ่าตัดโดยศัลยแพทย์ผู้มีความชำนาญเฉพาะ และผู้ป่วยต้องดมยาสลบ

เพราะวิวัฒนาการทางการแพทย์ไม่เคยหยุดนิ่ง ทำให้ปัจจุบันเทคนิคการผ่าตัดแบบใช้กล้องถูกพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะใช้วัสดุสังเคราะห์มาใช้ปิดรูไส้เลื่อนด้านใน ทำให้โอกาสกลับมาเป็นซ้ำลดลงอย่างมาก

คำแนะนำการดูแลตนเองหลังผ่าตัด

  1. ควรระวังไม่ให้แผลเปียกชื้น จนกว่าจะตัดไหม ห้ามแกะ เกา บริเวณแผล เพื่อป้องกันไม่ให้แผลติดเชื้อ หรือเป็นหนอง

  2. ขณะไอหรือจามให้ใช้ฝ่ามือ หรือผ้าหนานุ่มกดประคองแผลไว้

  3. หลีกเลี่ยงการเบ่งถ่ายอุจจาระ หรือปัสสาวะ ถ้าท้องผูกควรรักษาแต่เนิ่นๆ หากปัสสาวะลำบากต้องได้รับการรักษาร่วมด้วย

  4. ห้ามทำงานหนัก หรือยกของหนัก อย่างน้อย 3 เดือน

  5. ดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรง ถ้าเป็นหวัด เจ็บคอ หรือไอจามบ่อยๆ ควรรีบพบแพทย์

  6. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ รวมทั้งผัก ผลไม้ และดื่มน้ำมากๆ เพื่อไม่ให้ท้องผูก

  7. ควรใส่กางเกงในที่กระชับ เพื่อช่วยประคองแผล ลดความเจ็บปวด

  8. ถ้ามีอาการปวดแผลมาก ควรรับประทานยาบรรเทาปวดตามแพทย์สั่ง และหมั่นสังเกตอาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น เช่น มีไส้เลื่อนเกิดซ้ำ แผลแยกหรือบวม แผลมีน้ำเหลืองซึม มีไข้ ปวดท้อง ให้รีบมาพบแพทย์

 

แผนกศัลยกรรมทั่วไป
โรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์
โทร. 02-9447111 ต่อ 1219#

Rate this article : เป็นไส้เลื่อนต้องรักษา ก่อนเสี่ยง..ลำไส้ตาย!

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง